- ประมาณ 13% ของผู้ป่วย COVID-19 ที่ติดเชื้อ SARS-CoV-2 เป็นเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการใดๆ
- เด็กที่มีภาวะอ้วน เบาหวาน หอบหืด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคเมตาบอลิกทางพันธุกรรม หรือความผิดปกติทางระบบประสาท อาจเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อนที่รุนแรง
- แม้ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ควรพาเด็กไปตรวจสุขภาพและรับวัคซีนตามกำหนด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เลือกสถานพยาบาลที่แยกพื้นที่เด็กป่วยและเด็กสุขภาพดีอย่างชัดเจน
ในช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับเด็กติดเชื้อ SARS-CoV-2 เพิ่มขึ้น ทำให้พ่อแม่หลายคนกังวลว่าจะดูแลลูกอย่างไรให้ปลอดภัยจาก COVID-19 หรือหากเด็กติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงหรือไม่ และควรปฏิบัติตัวอย่างไร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อมีคำแนะนำเพื่อช่วยคลายความกังวลสำหรับผู้ปกครอง ดังนี้
อัตราการติดเชื้อ COVID-19 ในเด็ก
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าเด็กติดเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสาเหตุของ COVID-19 ประมาณ 13% ของผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงหรือไม่มีอาการ และมีเพียงส่วนน้อยที่อาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤติหรือใช้เครื่องช่วยหายใจ อย่างไรก็ตาม เด็กที่มีภาวะอ้วน เบาหวาน หอบหืด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคเมตาบอลิกทางพันธุกรรม หรือความผิดปกติทางระบบประสาท อาจมีแนวโน้มเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนได้
สำหรับเด็กทารกที่อายุน้อยกว่า 1 ปี หากติดเชื้อโควิด-19 มักจะมีอาการรุนแรงกว่าเด็กโต เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงเต็มที่และทางเดินหายใจมีขนาดเล็ก เปรียบเทียบได้กับอาการของเด็กที่เป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ส่วนเด็กที่ได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อแบคทีเรียรุนแรงก็จะป้องกันได้เฉพาะเชื้อที่วัคซีนครอบคลุมเท่านั้น
เด็กติดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างไร
สภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กติดเชื้อ SARS-CoV-2 ไม่แตกต่างจากผู้ใหญ่ ได้แก่ การอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อ การอยู่ในพื้นที่แออัด การพบปะผู้คนโดยไม่ป้องกัน เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ล้างมือ หรือไม่รักษาระยะห่าง แม้แต่ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อทั้งที่มีและไม่มีอาการก็อาจติดเชื้อได้หากไม่ป้องกันอย่างเหมาะสม แม้แต่พ่อแม่ก็อาจติดเชื้อจากลูกที่ป่วยได้
วิธีป้องกันโรค COVID-19 ในเด็ก
องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้ให้คำแนะนำแก่ครอบครัวที่มีเด็กเล็กเกี่ยวกับวิธีป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อให้เกิดโรค COVID-19 จากเด็กที่ติดเชื้อไปสู่ผู้อื่น ดังนี้
การดูแลและล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ (Keep your Hands Clean)
- สอนเด็กให้ล้างมืออย่างถูกต้องตามขั้นตอนมาตรฐาน 7 ขั้นตอน
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธี นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70%
- ปฏิบัติตามสุขอนามัยที่ดี เวลาไอหรือจามให้ปิดปากและจมูกด้วยการงอศอกหรือใช้กระดาษทิชชู่ จากนั้นทิ้งทิชชู่ที่ใช้แล้วในถังขยะและล้างมืออีกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณตา จมูก และปาก
- ให้เด็กล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทันทีหลังจากกลับบ้าน หลังใช้ห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร พ่อแม่ควรดูแลความสะอาดก่อนเตรียมอาหารด้วย
การเว้นระยะห่าง (Practice Social Distancing)
- หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่นในบ้าน ทั้งเด็กและสมาชิกในครอบครัว
- รักษาระยะห่าง 6 ฟุต หรือ 1 เมตร จากบุคคลอื่นที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน
- หากมีเด็กคนอื่นมาเยี่ยมบ้าน ควรให้เด็กเล่นนอกบ้านและรักษาระยะห่าง 6 ฟุต
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ของเล่นหรืออุปกรณ์ร่วมกัน เช่น ลูกฟุตบอล บาสเกตบอล เป็นต้น
การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในบ้าน (Clean and Disinfect your Home)
1. ใช้สบู่และน้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น น้ำยาซักผ้าขาวที่มีส่วนผสมของ Sodium Hypochlorite โดยผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อทำความสะอาดบริเวณต่อไปนี้
- พื้นผิวที่ใช้ร่วมกันทุกวันและถูกสัมผัสบ่อย เช่น ผ้าปูโต๊ะ ลูกบิดประตู มือจับประตู เก้าอี้ สวิตช์ไฟ รีโมตคอนโทรล เครื่องใช้ไฟฟ้า หน้าต่าง โต๊ะ ห้องน้ำ และอ่างล้างมือ
- บริเวณที่มักสกปรกง่าย เช่น โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมและโต๊ะอาหาร
- พื้นผิวที่เด็กมักสัมผัส เช่น ขอบเตียง โต๊ะวางของเล่น หรือของเล่นต่างๆ โดยเฉพาะของเล่นที่เด็กอาจนำเข้าปาก ควรทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำสะอาด และระวังไม่ให้มีคราบสบู่ตกค้าง
2. ในกรณีที่ต้องดูแลเด็กที่ติดเชื้อ COVID-19 ผู้ปกครองควรล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของหรือของเล่นที่เด็กใช้ รวมถึงหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือผ้าปูเตียง เพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อ และควรรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
การสวมใส่หน้ากากอนามัย (Wear Face Mask)
- ควรสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้านหรืออยู่ในที่สาธารณะ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น
- แนะนำให้เด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไปสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว
- ไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ หรือเด็กที่มีปัญหาด้านการหายใจ รวมถึงเด็กที่ไม่สามารถถอดหน้ากากได้เอง สวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากระบบทางเดินหายใจของเด็กยังไม่พัฒนาเต็มที่ อาจทำให้ขาดออกซิเจนและเป็นอันตรายได้ ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตร หรือใช้ผ้าคลุมรถเข็นสำหรับเด็กแทน
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ควรพาเด็กไปตรวจสุขภาพและรับวัคซีนตามกำหนด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ โดยเลือกสถานพยาบาลที่แยกพื้นที่เด็กป่วยและเด็กสุขภาพดีออกจากกันอย่างชัดเจน
การเตรียมตัวและผลข้างเคียง กรณีรับวัคซีนโควิด-19 (Pfizer)

เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ควรทำอย่างไร และวัคซีนที่เด็กควรได้รับในช่วงนี้มีอะไรบ้าง
แม้เด็กยังไม่ได้รับวัคซีน COVID-19 แต่การฉีดวัคซีนอื่นๆ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงและต่อสู้กับเชื้อโรคได้ เช่น วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ Hib, วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ Pneumococcal vaccine และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ Influenza vaccine
สุดท้ายนี้ พ่อแม่และผู้ใหญ่ในบ้านควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค COVID-19 เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กๆ ได้ปฏิบัติตาม
บทความนี้เขียนโดย : ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์เสน่ห์ เจียสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช ศรีนครินทร์
