คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีวัยรุ่นจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และหลายคนเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองจนกลายเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง แล้วภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นแตกต่างจากภาวะซึมเศร้าทั่วไปอย่างไร พ่อแม่หรือผู้ปกครองจะสังเกตอาการและป้องกันได้อย่างไร
สาเหตุของภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นคืออะไร
“การเป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย” สำหรับผู้ใหญ่อาจฟังแล้วรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยกว่าเพราะต้องแบกรับภาระต่างๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นนั้นมาจาก 3 สาเหตุหลัก
- ปัจจัยทางชีวภาพ เช่น พันธุกรรม หากมีพ่อแม่หรือญาติที่เป็นโรคซึมเศร้าหรือมีปัญหาทางจิตเวช ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า หรือฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ไทรอยด์ต่ำ ก็อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลก็มีผลเช่นกัน
- ปัจจัยทางจิตใจ เช่น ความต้องการเป็นคนสมบูรณ์แบบ ความคาดหวังจากพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกเก่งทุกด้าน ซึ่งหากทำไม่ได้ก็อาจส่งผลต่อจิตใจ หรือความเชื่อทางวัฒนธรรมที่ว่าผู้ชายต้องเข้มแข็ง ห้ามร้องไห้ ทั้งที่จริงแล้วการแสดงออกทางอารมณ์เป็นเรื่องปกติของทุกคน
- ปัจจัยทางสังคม สำหรับวัยรุ่น การเข้าสังคมเป็นสิ่งสำคัญ หากครอบครัวไม่เข้าใจหรือสร้างความกดดัน หรือวัยรุ่นถูกเพื่อนกลั่นแกล้งหรือมีปัญหาความรักในโรงเรียน ปัจจัยเหล่านี้ก็อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
อาการบ่งชี้ของภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น
หากพ่อแม่หรือผู้ปกครองไม่แน่ใจว่าลูกหลานของตนมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าหรือไม่ สามารถสังเกตอาการเหล่านี้ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงภาวะซึมเศร้า
- ชอบแยกตัวอยู่คนเดียว
- ขาดความกระตือรือร้นในการดูแลตนเอง
- ไม่ต้องการพูดคุยกับใคร
- หลีกเลี่ยงการพบปะเพื่อนฝูง
- ไม่สนใจไปโรงเรียน
- ขาดความสนใจในการเรียน
- ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสือ
- การรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลง กินน้อยลงหรือมากขึ้น
- การนอนหลับผิดปกติ นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป
- อารมณ์หงุดหงิดง่าย
- ขาดความร่าเริงและรอยยิ้ม
- ร้องไห้หนักโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
- รู้สึกวิตกกังวลตลอดเวลา
- ขาดความมั่นใจในการตัดสินใจ
- เหนื่อยล้าง่าย
- รู้สึกเบื่อหน่ายต่อชีวิต
- รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง
- รู้สึกผิด ไร้ค่า และสิ้นหวัง
- มีความคิดทำร้ายตัวเองหรือคิดฆ่าตัวตาย
วิธีการป้องกันภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น
ดังนั้น ก่อนที่ลูกหลานจะเครียดจนแสดงอาการของภาวะซึมเศร้า พ่อแม่และผู้ปกครองควรมีวิธีป้องกันก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม โดยใช้หลักการดังต่อไปนี้
- เข้าใจเด็กด้วยการเปิดใจรับฟังปัญหาของพวกเขาโดยไม่ตัดสิน เพื่อช่วยให้พวกเขาได้ระบายความเครียดภายในใจ
- เลี้ยงดูด้วยความรักและความเข้าใจ เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าเขามีคุณค่าและเป็นที่รักของพ่อแม่ ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่ดี
- สอนให้เด็กมองโลกในแง่ดี โดยให้เข้าใจว่าทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ ด้านบวกและด้านลบ การมองโลกในแง่ดีจะช่วยสร้างกำลังใจ ส่วนการมองโลกในแง่ลบจะช่วยให้พัฒนาตนเองได้ดียิ่งขึ้น
- ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตัวเองและเข้าสังคมได้ดี เพื่อให้เขาได้รับการยอมรับจากผู้อื่น
- สอนให้เด็กวางแผนชีวิตเฉพาะเรื่องสำคัญ เพื่อลดความเครียดจากการวางแผนทุกเรื่อง
- สอนให้เด็กรู้จักให้อภัยตัวเอง เพราะทุกคนล้วนเคยทำผิดพลาด การให้อภัยตัวเองจะช่วยให้จัดการกับความซึมเศร้าได้ง่ายขึ้น
- สอนให้เด็กรู้จักขอบคุณสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู หรือแม้แต่ตัวเอง เพื่อสร้างความสุขในชีวิต
- สอนเด็กตามวัยของเขา ไม่ควรคาดหวังสิ่งที่เกินวัย เช่น เด็กเล็กไม่ควรถูกคาดหวังให้ทำสิ่งที่เป็นของผู้ใหญ่ ส่วนวัยรุ่นควรได้รับโอกาสในการแสดงความคิดเห็น
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการที่พ่อแม่เปิดใจรับฟังปัญหาของลูกโดยไม่ตัดสินแม้ว่าวัยรุ่นจะไม่มีภาระความรับผิดชอบเท่าผู้ใหญ่ แต่เป็นวัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ จึงมีอารมณ์ที่ไม่คงที่ และต้องแบกรับความคาดหวังจากพ่อแม่และตนเอง รวมถึงการแข่งขันในสังคมกับเพื่อนฝูง ซึ่งอาจสร้างความกดดันจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ หากพ่อแม่และผู้ปกครองดูแลและเข้าใจอย่างแท้จริง ก็จะช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นได้
ข้อมูลอ้างอิง: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์ความรู้เทคโนโลยีโรคซึมเศร้าไทย
