เหรียญฉลุ หน้าเล็กที่หล่อจากเนื้อทองคำในปี พ.ศ. 2467 โดยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ซึ่งเป็นของ นิธิศ นนท์วราเวช.
เมื่อใกล้จะสิ้นปี สายมูและสายเทพต้องทำการเช็กดวงของตัวเองว่าจะต้องแก้ชงหรือไม่ และจะต้องพิจารณาดวงเมืองว่ามีปัญหาหรือวิกฤติอะไรที่ต้องแก้ไขตามความเชื่อ
เมื่อเกิดเหตุการณ์ระเบิดในโรงงานพลุ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 23 คน กลายเป็นข่าวที่กระจายไปทั่วว่าดวงเมืองกำลังตกอยู่ในวิกฤติ ขณะที่บางคนไม่เชื่อในความเชื่อเหล่านี้และมองว่าเป็นแค่เหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ แต่ขออธิษฐานพุทธคุณจากพระเครื่องทุกองค์ใน สนามพระวิภาวดี เพื่อคุ้มครองดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตให้ได้รับความสงบในภพชาติที่ดี
พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆังฯ ของ นิธิศ นนท์วราเวช.องค์แรกที่ต้องกล่าวถึงคือ จักรพรรดิพระเครื่อง “องค์ครู” พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ซึ่งภาพของพระองค์นี้ได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือพระสมเด็จฉบับมาตรฐานตลอดมา
องค์พระมีความครบถ้วนในทุกด้าน ทั้งสัดส่วนที่ลงตัว ฟอร์มทรงที่สวยงาม พิมพ์พระที่คมชัดและติดเต็มเสมอกัน ผิวเนื้อที่สะท้อนถึงอายุและความเก่าในแต่ละยุคสมัย เนื้อพระที่หนึกนุ่มและแน่นด้วยมวลสารครบถ้วนตามสูตรการสร้าง
ที่สำคัญที่สุดคือ รอยปาดหลังองค์พระ และ ริมขอบขององค์พระที่มีรอยปริเป็นบั้งๆ โดยเว้นระยะอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นลักษณะเอกลักษณ์สำคัญของพระสมเด็จวัดระฆังฯ ที่สายตรงสามารถบอกได้ทันทีเมื่อเห็นหลังก็รู้ว่าเป็นพระสมเด็จวัดระฆังฯ
ดังนั้น พระสมเด็จองค์นี้จึงกลายเป็นเป้าหมายของนักนิยมพระ “รังใหญ่” ที่ซื้อขายเปลี่ยนมือกันอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงวันนี้ก็ได้บันทึกว่าเจ้าของพระดีพรีเมียมองค์นี้ คือ เสี่ยนิธิศ นนท์วราเวช ที่กำลังสร้างความสนใจในวงการ เนื่องจากพระแต่ละองค์ที่เขานำมาเสนอนั้นล้วนมีความสวยงามและสะดุดตา จนทุกคนต่างพากันฮือฮาถามว่าเขาคือใคร
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ วัดใหม่อมตรส ของ พรรค คูวิบูลย์ศิลป์.พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ วัดใหม่อมตรส แขวงบางขุนพรหม กรุงเทพฯ มีสภาพสมบูรณ์และงดงามในขณะนี้ ใครเห็นก็ต่างหลงรักและอยากครอบครอง
เพราะเป็นพระแท้ที่ดูง่าย สามารถบูชาพึ่งพาพุทธคุณได้ และยังเหมาะสำหรับโชว์ด้วย ความสำคัญคือ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ ได้ตั้งราคาที่เหมาะสม หากสนใจราคาก็สามารถถามได้โดยตรง
พระพิมพ์สมเด็จ ๘ ชั้น แขนหักศอก หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร ของก้อง พระสมเด็จ.พระสมเด็จพิมพ์ฐาน ๘ ชั้น แขนหักศอก หลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร แขวงบางขุนพรหม กรุงเทพฯ เป็นพระสมเด็จที่ได้รับความนิยมสูงจากเหล่าศิษย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯโต เนื่องจากเชื่อว่าได้สร้างตามตำรับวิชาที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากท่าน และผงพุทธคุณ ๕ ประการของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯโต ได้ผสมเป็นมวลสารที่ใช้ในการสร้าง
ท่านผู้สร้างพระพิมพ์นี้เป็นพระเกจิฯ ที่มีวิชาอาคมเข้มขลัง ท่านได้อุปสมบทแล้วออกธุดงค์จากทางเหนือแสวงหาพระอาจารย์เรียนวิชาพุทธาคมเรื่อยมา จนมาถึงเมืองหลวงและได้เป็นศิษย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯโต ซึ่งในช่วงเวลานั้น ท่านได้เป็นประธานในการสร้างพระพิมพ์สมเด็จบางขุนพรหม และบรรจุองค์พระเจดีย์ขณะท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร
ท่านได้สร้างพระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณในหลายรุ่นและหลายแบบ ซึ่งล้วนได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะพระพิมพ์สมเด็จในภาพนี้ของ เสี่ยก้อง พระสมเด็จ ที่ถือเป็นพิมพ์นิยมแถวหน้า สภาพสมบูรณ์สวยงามระดับแชมป์ ซึ่งราคาขององค์นี้อยู่ที่หลักแสนต้นๆ เท่านั้น
พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งสร้างในรัชกาลที่ ๙ โดยโจ๊ก ลำพูน เป็นหนึ่งในพระที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมในวงการสะสมพระเครื่องพระพิมพ์ที่ได้รับการสร้างจากฝีพระหัตถ์เดียวในรัชกาลที่ ๙ คือ พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ. ๒๕๑๑ ที่พระราชวังสวนจิตรลดา กรุงเทพฯ การสร้างพระองค์นี้เริ่มต้นด้วยการออกแบบที่เป็นองค์สามเหลี่ยมและมีการจำลององค์พระพุทธนวราชบพิตร โดยมี อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นที่ปรึกษา
การออกแบบพระสมเด็จจิตรลดานั้นเริ่มจากการกำหนดรูปทรงเป็นองค์สามเหลี่ยม ซึ่งจำลองมาจากพระพุทธนวราชบพิตร และได้รับการดูแลจาก อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ หัวหน้าช่างกองศิลป์ กรมศิลปากร รวมถึงการรวบรวมมวลสารวัตถุมงคลและบดผสมเรซินเป็นเนื้อพระ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๓
พระสมเด็จจิตรลดาได้รับการพระราชทานให้แก่ข้าราชบริพารและทหารตำรวจที่ร่วมรบสงครามเวียดนามและเกาหลี โดยมีใบประกาศมอบให้ด้วย และได้มีการเรียกชื่อพระพิมพ์นี้ว่า “พระกำลังแผ่นดิน” โดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช การออกแบบองค์พระมีเอกลักษณ์ด้วยลักษณะ “เม็ดผด” ที่ขึ้นเต็มผิวเนื้อด้านหน้า
ต่อมามีการสร้างเหรียญฉลุหน้าเล็ก เนื้อทองคำ พ.ศ. ๒๔๖๗ โดยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง บางขุนเทียน กรุงเทพฯ เหรียญนี้เป็นรุ่นพิเศษที่มีจำนวนสร้างเพียง ๑๓ เหรียญเท่านั้น
จากบันทึกของคุณหญิงวรรณา ทายาทของหมอกิม (โกศล ศิริเวชกุล) ซึ่งเป็นหมอประจำตัวของหลวงปู่ มีการขออนุญาตในการสร้างเหรียญจำนวน ๕ เหรียญ ต่อมาคหบดีจากตระกูล 'ลัดพลี' ได้ขออนุญาตเพิ่มจำนวนเป็น ๘ เหรียญ รวมทั้งหมดเป็น ๑๓ เหรียญ
เหรียญนี้มีลักษณะเป็นเหรียญฉลุแบบประกบ โดยมีตัวยึดเป็นหมุด 'ตาไก่' บล็อกพิมพ์หน้าเล็ก ซึ่งใช้เนื้อทองคำเหมือนกับเหรียญในหนังสือของ อ.ตรียัมปวาย และหลวงปู่เอี่ยมยุคเก่า ที่มีอายุกว่า ๕๐ ปี เหรียญนี้มีลักษณะเดียวกับเหรียญฉลุทองคำของตระกูล 'ทองอู๋' ซึ่งเป็นตระกูลของหลวงปู่
เหรียญนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเหรียญที่มีสภาพสมบูรณ์และสวยงามทุกอณู ตั้งแต่หมุดตาไก่จนถึงพื้นเนื้อเหรียญและฉากหลังที่มีลายมือจารอักขระซึ่งเห็นชัดหลายตัว ซึ่งเป็นการันตีว่าเป็นเหรียญที่มีคุณค่ามาก ปัจจุบันได้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือไปหลายครั้ง จนตอนนี้ก็มีชื่อของ เสี่ย นิธิศ นนท์วราเวช เป็นเจ้าของเหรียญนี้แล้ว
เหรียญเจ้าสัวเนื้อทองแดงจากหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว เป็นของ อิทธิ ชวลิตธำรง.อีกหนึ่งรายการคือเหรียญหล่อเจ้าสัว เนื้อทองแดง จากพระพุทธวิถีนายก (หลวงปู่บุญ ขันธโชติ) วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์อมตะผู้เชี่ยวชาญในวิชา 'ผงยาวาสนาจินดามณี' ซึ่งเป็นวิชาดังประจำเมืองนครปฐม
ท่านเกิดที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และเมื่อเริ่มรู้ความบิดามารดานำไปฝากเรียนหนังสือเบื้องต้นกับพระปลัดทอง วัดคงคาราม จนกระทั่งอายุ ๑๕ ปี จึงได้บวชเป็นเณร เมื่ออายุ ๒๒ ปี บวชเป็นพระที่วัดกลางบางแก้ว โดยมีพระปลัดปาน วัดตุ๊กตา เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับฉายาว่า 'ขันธโชติ'
หลวงปู่บุญท่านมุ่งมั่นศึกษาและปฏิบัติธรรมจนสำเร็จอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งเคร่งครัดในสมณเพศ จนได้รับความเคารพจากผู้คนทั่วทั้งประเทศ ในปี พ.ศ.๒๔๒๙ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางบางแก้ว และได้พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง พร้อมทั้งเผยแผ่พระพุทธศาสนาและออกธุดงค์เพื่อเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จนได้รับความเคารพจากสมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ และท่านเจ้าคุณพระสุนทรสมาจารย์ (พรหม) วัดกัลยาณมิตร
ภายหลังท่านได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์จนปี พ.ศ.๒๔๗๒ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระพุทธวิถีนายก และท่านมรณภาพในปี พ.ศ.๒๔๗๘ สิริอายุ ๘๗ ปี พรรษา ๖๕
ตลอดชีวิตของท่าน ท่านได้สร้างพระเครื่องของขลังและวัตถุมงคลมากมาย ที่ล้วนแต่มีชื่อเสียง เช่น พระพิมพ์เนื้อผงยาจินดามณี เบี้ยแก้ และเหรียญหล่อเจ้าสัว ที่เห็นในภาพนี้ของเสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง
เหรียญหล่อเจ้าสัวเนื้อทองแดงนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๗๗ โดยท่านเจ้าคุณพระวินัยกิจโกศล อดีตเจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เพื่อเฉลิมฉลองการทำบุญอายุครบ ๗ รอบ ๘๔ ปี ท่านได้สร้างเหรียญนี้ขึ้นและตั้งชื่อว่า 'เหรียญซุ้มกระจัง' ต่อมาเหรียญนี้ได้รับความนิยมจากผู้คนที่นำไปบูชาและได้รับการขนานนามว่า 'เหรียญเจ้าสัว' เนื่องจากมีฐานะมั่นคงและชื่อเสียงที่เลื่องลือ
เหรียญหล่อเจ้าสัวนี้มีทั้งเนื้อเงินและเนื้อทองแดง โดยมีแม่พิมพ์หลัก ๒ แบบ คือ พิมพ์ชะลูดและพิมพ์ต้อ ในปัจจุบันเหรียญนี้ได้รับความนิยมเป็นเหรียญหล่อพระเกจิฯอันดับ ๑ ของนครปฐม และมีราคาหลักล้านหากเป็นเหรียญที่สภาพสมบูรณ์เดิมๆ เช่นเหรียญนี้ ซึ่งหายากมาก
พระปรุหนัง พิมพ์บัวเบ็ด เนื้อชินเงิน วัดมหาธาตุ เป็นของ สก.กฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา.พระปรุหนัง พิมพ์บัวเบ็ด เนื้อชินเงิน วัดมหาธาตุ จ.อยุธยา เป็นพระกรุเนื้อชินยอดนิยมอันดับ ๑ ของเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งหากได้เห็นองค์นี้ในสภาพดี จะรู้สึกถึงความงดงามและความมีคุณค่าของพระกรุที่มีประวัติยาวนาน
การค้นพบครั้งแรกในกรุพระวัดมหาธาตุ ซึ่งตั้งอยู่ในกำแพงเมืองฝั่งทิศตะวันออกของพระราชวัง และต่อมามีการค้นพบเพิ่มเติมที่วัดราชบูรณะ, วัดพุทไธศวรรย์, วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดปราสาท
พระพิมพ์นี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้นในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าปราสาททอง มีลักษณะเป็นพระพิมพ์เทหล่อด้วยโลหะผสมชินเงิน ซึ่งสะท้อนพุทธศิลป์ยุคปลายอู่ทอง โดยแยกพิมพ์ได้หลายแบบ เช่น พิมพ์บัวเบ็ด, พิมพ์ก้างปลา, พิมพ์ปรุหนังเดี่ยว และพิมพ์หนังลีลา
พิมพ์บัวเบ็ดเป็นพิมพ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งมีลักษณะของกลีบบัวที่ฐานมีเส้นปลายโค้งคล้ายกับขอเบ็ด ชูเด่นและมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยตัวอย่างที่โดดเด่นคือองค์ของ สก.กฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา ที่มีสภาพสมบูรณ์และสวยงามจนได้รับการยอมรับเป็นแชมป์องค์จริง
พระพิมพ์สมเด็จอกวี ฐาน ๙ ชั้น หลังยันต์ หลวงปู่ เผือก วัดกิ่งแก้ว ของทนันท์ ยอดศรีมงคล.องค์สุดท้ายคือพระพิมพ์สมเด็จ พิมพ์อกวี ฐาน ๙ ชั้น หลังยันต์สาริกา พ.ศ.๒๔๙๖ ซึ่งสร้างโดยหลวงปู่ เผือก วัดกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พระพิมพ์นี้ได้รับความนิยมสูงมาก และเป็นพระที่สร้างชื่อ โดยมีการเก็บสะสมคู่กับพระพิมพ์ขุดสระใหญ่–เล็ก
พระพิมพ์นี้มีการแยกพิมพ์เป็น ๓ แบบ ได้แก่ ยันต์ครู, ยันต์นะคู่, และยันต์สาริกา ตัวอย่างที่เด่นที่สุดคือของเสี่ยทนันท์ ยอดศรีมงคล ซึ่งพระองค์นี้มีสภาพสมบูรณ์และงดงามจนได้รับการยกย่องเป็นแชมป์ ปัจจุบันราคาค่าของอยู่ที่หลักหมื่นกลางถึงปลาย
ในบรรทัดถัดไปเป็นข่าวบอกบุญสำหรับวัดน้อย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งลูกศิษย์นำโดยชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กำลังร่วมกันระดมทุนเพื่อจัดซื้อที่ดินจำนวน ๔ ไร่ ๒ งาน ติดหน้าวัด ในราคาราว ๕ ล้านบาท เพื่อนำไปถวายวัดก่อนที่จะมีโรงงานเข้ามาซื้อที่ดินดังกล่าว
ผู้ที่ร่วมบริจาคจะได้รับพระกริ่ง พลังแผ่นดินอินทร์บุรี พร้อมใบอนุโมทนา เพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษีเงินได้ในปี ๒๕๖๗
การบริจาคเงินตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จะได้รับพระกริ่งเนื้อเงิน ส่วนผู้ที่บริจาค ๔๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จะได้รับพระกริ่งเนื้อทองคำ และสำหรับผู้บริจาค ๔๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป จะได้รับพระกริ่งทั้งเนื้อทองคำและเนื้อเงิน ผู้ที่มีจิตกุศลต้องการช่วยวัดสามารถติดต่อกับคุณตู่–ชัยวัฒน์ ได้ที่หมายเลข ๐๘-๕๙๐๐-๗๗๗๗
การปิดท้ายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันที่ข่าวอาจารย์สักอวดอุตริ ลงนะหน้าทองในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทั้งพิสดาร อุบาทว์ อนาจาร
กลุ่มนักนิยมพระที่กำลังดูข่าวอยู่ร่วมกันจึงโวยวายใส่อาจารย์ว่าทำให้วิชาของท่านมีความวิปริตอัปรีย์ พร้อมทั้งอธิบายต่อว่า วิชาลงนะหน้าทองเป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับลงแผ่นทองบนหน้าผากเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและเสน่ห์ ทั้งยังมีวิชาลงนะเมตตา มหาละลวยที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกอ่อนหวาน และดึงดูดใจเป็นวิชาที่มีมานานแล้ว ไม่เคยได้ยินถึงวิชาที่ผิดเพี้ยนแบบนี้มาก่อน
ในช่วงเวลานี้ ผู้อาวุโสในกลุ่มที่ดูเหมือนจะอยากคลายความโมโหจึงยกมือถามด้วยน้ำเสียงสนุกสนานว่า แล้วพี่คิดว่า มีวิชาลงนะอะไรบ้างที่ทำให้เห็นหน้าแล้วรู้สึกมึนเหมือนตอนที่ผมเห็นหน้าเมียหรือเปล่าครับ
ผู้อาวุโสทำท่าทางเคร่งขรึม แต่ก็กล่าวตอบว่า คงไม่มีนะ ถ้าเป็นแบบนั้นน่าจะเรียกว่า “นะหน้าเมีย” นะ อามิตตพุทธ
สีกาอ่าง
