
จำนวนแม่พิมพ์ของสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เกศบัวตูมยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
ในตลาดซื้อขายมักยอมรับแม่พิมพ์หลักสองแบบ ได้แก่ พิมพ์ฐานสิงห์แคบและพิมพ์ฐานสิงห์กว้าง แต่จากหนังสือมาตรฐานที่ตีพิมพ์ กลับพบว่าพิมพ์เกศบัวตูมมีมากกว่าสองแบบ
หากย้อนไปตามหลัก “ตรียัมปวาย” ครูได้แบ่งพิมพ์ออกเป็นห้าแบบ ได้แก่ พิมพ์เขื่อง พิมพ์โปร่ง พิมพ์สันทัด พิมพ์ย่อม และพิมพ์เกศบัวเรียว
สำหรับพิมพ์โปร่ง...มีภาพขนาดเล็ก (ขาวดำ) ที่ใช้ประกอบคำอธิบายของครู... แต่เมื่อเป็นภาพใหญ่ ครูกลับใช้องค์พิมพ์โปร่ง (บางขุนพรหม) มาอธิบายเป็นพิมพ์สันทัด...อาจทำให้ผู้อ่านบางคนสับสน แต่สำหรับผมแล้วเข้าใจได้
ในช่วงปี 2520 ผมเคยมีโอกาสเห็นพระเกศบัวตูมพิมพ์โปร่งองค์จริง ซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้กำกับตำรวจสมุทรสงคราม ชื่อจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าเป็นนักเรียนกฎหมายรุ่นเดียวกับคุณสมิต มานัสฤดี หัวหน้ากอง บ.ก.Mytourเก่าฯ ของผม
ต่อมาได้มีการเรียกชื่อพิมพ์ใหม่ว่า พิมพ์ฏิ-ตูม ซึ่งย่อมาจากคำว่า สังฆาฏิเกศบัวตูม ทำให้มีพิมพ์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแบบ
พิมพ์นี้สามารถพบได้ทั้งที่วัดระฆังและบางขุนพรหม โดยองค์พระมีหน้าตาชัดเจนและคมชัดเทียบเท่ากัน ข้อสังเกตสำคัญคือเส้นเกินที่พาดทแยงจากโคนพระเพลาซ้ายไปยังใต้พระเพลาขวา...
จากการติดตามของผม ยังไม่พบพระปลอมที่สามารถทำเส้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์
และน่าจะเป็นพิมพ์เดียวกันกับที่บางหนังสือนำไปรวมไว้ในกลุ่มพิมพ์สังฆาฏิ...ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเห็นชัดเจนว่ามาจากแม่พิมพ์เดียวกัน สุดท้ายแล้วขอให้เป็นพระแท้ก็เพียงพอ
เมื่อพิจารณาภาพพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์สังฆาฏิเกศบัวตูม ในคอลัมน์นี้ องค์พระติดพิมพ์ชัดเจนและคมกริบทุกส่วน เมื่อนำภาพขยายใหญ่มาเทียบกับพิมพ์ฏิ-ตูมสองสามองค์ที่กล่าวถึง พบว่าเส้นสายตรงกันทุกประการ
มีเพียงเส้นเกินที่ทแยงพาดหน้าตัก...ที่ไม่นูนเด่นเท่านั้นที่ขาดหายไป
สำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในแม่พิมพ์เกศบัวตูม อย่าเพิ่งมั่นใจเกินไป เพราะพระปลอมสามารถถอดแบบได้ใกล้เคียง แม้แต่รูปหน้าตา แต่หากสังเกตอย่างละเอียด...ใช้หลักการดูหน้าพระในเหรียญจะพบว่าหน้าพระปลอมไม่เหมือนหน้าพระแท้
ข้อสังเกตสำคัญที่ได้จากแม่พิมพ์คือเรื่องของเนื้อหา...องค์นี้ยังคงสภาพดิบๆ ใกล้เคียงของเดิม อาจไม่เคยถูกสัมผัสมาก่อน ผิวปูนขาวขุ่นเฉพาะส่วนองค์พระที่นูน ส่วนพื้นผนังมีฝ้ารักสีน้ำตาลเข้มครึ่งบนและจางลงครึ่งล่าง
แต่หลุมร่อง ริ้วรอยธรรมชาติ รวมถึงมวลสาร เช่น ก้อนขาวหลายก้อน เป็นตัวช่วยที่ดี ส่วนกากดำและเม็ดแดงเห็นได้ยากเพราะผิวพระยังไม่เปิดให้เห็นชัดเจน
เมื่อพิจารณาจากแม่พิมพ์และเนื้อหาด้านหน้า แล้วพลิกไปดูด้านหลัง จะสังเกตเห็นรอยปาดขนาดใหญ่สองรอยและรอยเล็ก แต่ยังคงเห็นเค้าโครงธรรมชาติของหลังกระดาน ผสมกับหลุมร่อง รอยยุบ และรอยแยกที่มีเนื้อรักฝังอยู่ ซึ่งเป็นลักษณะธรรมชาติของพระสมเด็จวัดระฆังอย่างแท้จริง
ทั้งสี่มุมยังคงรักษาความคมไว้บ้าง บางส่วนอาจดูร่อยหรอ แต่โดยรวมแล้วกลมกลืนกันทั้งองค์ ไม่มีจุดใดที่สะดุดตา
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฏิ-ตูม...ที่เริ่มจากแม่พิมพ์ที่ไม่เข้าพวกกับพิมพ์คุ้นตาใดๆ ถือว่ายากแล้ว ยิ่งเมื่อรวมกับสภาพพระที่ยังดิบๆ เดิมๆ ก็ยิ่งเพิ่มความท้าทายมากขึ้น
นี่เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับมือใหม่
แต่สำหรับมือเก๋าที่ช่ำชองแล้ว องค์นี้ถือว่าง่ายและมั่นใจได้ถึงขั้นสามารถนิมนต์เข้าตลับแขวนคอได้ทันที
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบพระเครื่อง การแขวนพระไว้ที่คอไม่เพียงแต่สะท้อนถึงแม่พิมพ์และเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธรรมชาติที่ผสานเข้ากับจิตใจของผู้เป็นเจ้าของ...เป็นสิ่งหนึ่งเดียวที่แสดงถึงศรัทธาและภูมิปัญญาไปพร้อมกัน
พลายชุมพล
