พระพิมพ์สามเหลี่ยม หน้าหมอน จากกรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส เป็นของต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี.
เปิดงานประมูลพระเครื่องครั้งสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน กับพระสมเด็จพิมพ์ฐานแซม จากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ พระองค์นี้ได้รับการยืนยันว่าเป็นพระรุ่นระฆังจ๋า ด้วยพิมพ์พระและเนื้อมวลสารที่สมบูรณ์แบบ
พระสมเด็จพิมพ์ฐานแซมจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังฯ ที่เป็นของจตุโชค สัยยะนิฐี.เมื่อเห็นก็จำได้ทันทีว่าเป็นพระสมเด็จที่มีชื่อเสียง เป็นพระที่ถือว่าเป็นต้นแบบ ที่ตำราพระสมเด็จหลายเล่มต้องกล่าวถึง จึงได้รับการนิมนต์ให้เปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง จนได้รับการเก็บรักษาในวัด 'รังใหญ่' จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ล่าสุดพระสมเด็จองค์นี้ได้ย้ายไปอยู่กับ เสี่ยจตุโชค สัยยะนิฐี ซึ่งเดินตามรอยของพ่อ เซียนคำรณ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพราะเริ่มศึกษาเมื่อยังอายุน้อย
พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย จากวัดใหม่อมตรส ที่เป็นของอ้วนลอยฟ้า เป็นพระที่มีคุณสมบัติในการคุ้มครองอย่างดี.พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย จากวัดใหม่อมตรส แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร องค์นี้เป็นพระแท้ที่ดูง่าย มีสภาพที่สวยงาม ฟอร์มทรงสมบูรณ์ พิมพ์พระคมชัด และเนื้อพระมีมาตรฐาน คราบกรุยังคงสมบูรณ์แบบ
แถมรอยปั๊ม “หมึกม่วง” ที่ยืนยันว่าเป็นพระที่ถูกนำขึ้นจากกรุเป็นทางการเมื่องานพิธีปี พ.ศ.๒๕๐๐--๖๕ ปี จากกรุเจดีย์เดินทางไปกรุสะสมของใครต่อใครมา จนถึงวันนี้มาเป็นพระในครอบครองของ เสี่ยอ้วนลอยฟ้า พระคุ้มครอง
พระรูปเหมือนบูชา ๕ นิ้ว พระครูเนกขัมมาภินันท์ (หลวงพ่อบุญทา) วัดดอนตัน ของ ส.จ.บอมบ์ เมืองน่าน.ตามด้วย รูปเหมือนบูชา หน้าตัก ๕ นิ้ว พระครูเนกขัมมาภินันท์ (หลวงพ่อบุญทา) วัดดอนตัน อ.ท่าวังผา จ.น่าน พระเกจิฯชื่อดังขลังจริงด้านพุทธาคมแห่งเมืองเหนือ
เพราะพระเครื่องของขลังที่ท่านสร้างแจก ตชด. ในยุคที่รัฐบาลปราบปราม ผกค.ภาคเหนือ แสดงปาฏิหาริย์ด้านคุ้มครอง ตชด. ให้แคล้วคลาดจากอาวุธสงคราม ปืนกล ระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐในเมืองเหนือต้องไปกราบขอมอบวัตถุมงคลท่านใช้บูชาติดตัว
ท่านได้สร้างพระเครื่องและวัตถุมงคลมากมายกว่า ๓๐ รุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก อาทิเช่น เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ผ้ายันต์ ตะกรุดโทน ตะกรุดร้อยแปด ตะกรุดพับ ตะกรุดชุด และลูกอมเทียนชัย
รวมถึง พระบูชารูปเหมือน อย่างองค์นี้ของ ส.จ.บอมบ์ เมืองน่าน ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่จัดสร้างโดย ธ.กรุงเทพฯ พาณิชย์การ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ จำนวนสร้างเพียง ๑๙ องค์ ถือเป็นสุดยอดรูปเหมือนพระเกจิเมืองเหนือที่มีความนิยมสูงและหายากมากในปัจจุบัน
องค์ถัดไปคือ พระพิมพ์สามเหลี่ยมหน้าหมอน กรุเจดีย์เล็ก วัดใหม่อมตรส แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ พระกรุเก่าแก่ที่พบในพระเจดีย์องค์เล็กของตระกูลธนโกเศศ อยู่หน้าพระอุโบสถ เป็นตระกูลของเสมียนตรา (ด้วง) ผู้ได้รับอนุญาตจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ให้สร้างพระพิมพ์สมเด็จบางขุนพรหม และบรรจุพระในพระเจดีย์ใหญ่
พระที่พบมีทั้ง ๖ แบบพิมพ์ ได้แก่ ๑.พิมพ์สมาธิ ข้างดอกไม้ ๒.พิมพ์ยืนปางประทานพร ๓. พิมพ์เจดีย์แหวกม่าน ๔.พิมพ์สมเด็จฐานคู่ ๕.พิมพ์สามเหลี่ยมหน้าหมอน ๖.พิมพ์ไสยาสน์
ลักษณะของพิมพ์พระ เนื้อมวลสาร และสภาพคราบกรุส่วนใหญ่มีความคล้ายคลึงกับพระสมเด็จกรุเจดีย์ใหญ่ ทำให้เชื่อว่าอาจจะสร้างในช่วงเวลาเดียวกัน ส่งผลให้พระพิมพ์เหล่านี้ได้รับความนิยมสูงและมีชื่อเสียงอย่างมาก
โดยเฉพาะพระพิมพ์สามเหลี่ยมหน้าหมอนแบบนี้ของ เสี่ยต๊อด–ปิติ ภิรมย์ภักดี คอลเลกเตอร์รุ่นใหม่ที่เก็บสะสมมานานอย่างเงียบๆ และยังเอื้อเฟื้อแบ่งปันให้คนอื่นๆ ได้ชมกัน
พระพิมพ์นี้ถือเป็นพระที่สร้างชื่อของกรุนี้ เนื่องจากรูปทรงที่แปลกตาเป็นสามเหลี่ยมซึ่งโดนใจวัยรุ่นในยุคนั้น จึงได้รับความนิยมในการนำมาเลี่ยมและร้อยสายเชือกร่มคล้องติดคอ กลายเป็นเทรนด์ในช่วงเวลานั้น
ในยุคก่อน ยังมีความเชื่อเรื่องเจ้าที่เจ้าถิ่น จึงทำให้เกิดการปะทะกันบ่อยครั้ง ซึ่งยิ่งทำให้ชื่อเสียงของพระกรุนี้โด่งดังขึ้น เนื่องจากผู้ใช้พระมักไม่ประสบปัญหาจากการตะลุมบอน ทำให้ความนิยมของพระกรุนี้ยังคงสูงขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน แม้จะยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้สร้าง แต่ความนิยมก็เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพระพิมพ์ที่เด่นและสภาพสมบูรณ์สวยงาม มีเสน่ห์ด้วยคราบกรุแห้งสนิทที่บ่งบอกถึงอายุและความเก่าแก่ ทำให้ราคาของพระพิมพ์นี้ยิ่งสูงขึ้น

เหรียญกินบ่เสี้ยง ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เนื้อเงิน หลวงพ่อเกษม สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ ของ April
รายการต่อไปเป็น เหรียญกินบ่เสี้ยง พ.ศ. ๒๕๒๕ เนื้อเงิน หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสงฆ์สุสานไตร ลักษณ์ จ.ลำปาง สร้างไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ มีเนื้อโลหะ ๓ ชนิด คือ เงิน กะไหล่ทอง ทองแดง
เป็นเหรียญพระเกจิฯ ชื่อดีมีมงคล รุ่นนิยมแถวหน้าในสกุล “เหรียญหลวงพ่อเกษม” เพราะชื่อรุ่นเหรียญ กินบ่เสี้ยง เป็นคำจากปากหลวงพ่อ ซึ่งเป็นภาษาเหนือ ที่มีความหมายว่า มีกินมีใช้ไม่มีหมดสื่อถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านโภคทรัพย์ โชคลาภ
ทำให้เป็น ๑ ในเหรียญพระเกจิฯได้รับความนิยมสูงอีกรุ่น อันนี้เป็น เหรียญเนื้อเงิน องค์งาม สภาพเดิมๆ
พระปิดตา เนื้อผงเคลือบรัก พ.ศ.๒๕๑๐ หลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง ของเต่า พระเครื่อง.พระปิดตาพิมพ์ชะลูด เนื้อผงเคลือบรักของหลวงพ่อทองสุข วัดสะพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับการสร้างโดยสืบทอดรูปทรงและเนื้อมวลสารตามตำรับของ “หลวงปูเอี่ยม” ซึ่งหลวงพ่อทองสุขได้เรียนรู้จากหลวงปู่กลิ่น พระอาจารย์ผู้มีความรู้ลึกซึ้งในวิชา
เนื้อพระทำจากผงพุทธคุณโสฬส มหามงคล ปั้นและกดพิมพ์ทั้งหน้าและหลัง แล้วประกบเป็นองค์พระ ชุบรักดำเคลือบให้ทั่วทั้งองค์
สภาพพระสวยสมบูรณ์เหมือนใหม่ องค์นี้ของเสี่ยเต่า พระเครื่องได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้บูชาแทนพระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม ซึ่งมีความหายากมาก ราคาก็สูงพอสมควร แต่ด้วยประสบการณ์ที่ได้รับการยืนยันถึงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ทำให้เชื่อได้ว่ามีความสามารถในการคุ้มครองไม่แพ้พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม แต่ราคายังคงเป็นมิตร อยู่ในหลักหมื่นต้นๆ
เหรียญเปิดโลก เนื้อตะกั่วของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก ที่สร้างโดยอิทธิ ชวลิตธำรงต่อไปนี้เป็น เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นเปิดโลก เนื้อตะกั่วพลวง พ.ศ.๒๕๓๒ ซึ่งสร้างโดยหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พระเถระผู้มุ่งมั่นในการเผยแผ่พระธรรม แต่ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังด้านวิชาพุทธาคม ที่ท่านสร้างพระเครื่องและของขลังมอบให้กับศิษย์ที่มาปฏิบัติธรรม เพื่อใช้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว จนท่านกล่าวว่า “ให้ยึดติดวัตถุมงคล ดีกว่าไปยึดติดสิ่งอัปมงคล”
คำกล่าวนี้ดีมาก อยากให้ผู้ที่ไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องพุทธศาสตร์ พุทธศิลป์ พุทธคุณ และพุทธธรรม ได้พิจารณาและไตร่ตรองดีแทนที่จะมองและพูดว่าการซื้อขายวัตถุมงคลเป็นพุทธพาณิชย์
ข้าพเจ้าฟังแล้วรู้สึกเบื่อหน่าย และมักจะพูดเสมอว่า ถ้าการซื้อขายวัตถุมงคลเป็นพุทธพาณิชย์แล้วจะเสียหายตรงไหน เพราะการสร้างวัตถุมงคลในทุกยุคสมัยไม่ว่าจะมาจากชาติใดนั้น เจตนาของผู้สร้างคือการทำเพื่อให้เป็นที่พึ่งพิง ใช่หรือไม่ จะเป็นที่พึ่งทางใจ หรือเป็นที่พึ่งในการแก้ปัญหาก็ได้ จริงไหมท่านผู้ชม
ลองสมมุติว่า หากเรามีมรดกเป็นพระดีที่วงการพระนิยมมากซักองค์ และวันหนึ่งลูกป่วยหนักต้องใช้เงินมาก แต่ไม่มีเงิน และมีคนมาขอซื้อพระ เราจะขายพระเพื่อเอาเงินมารักษาลูกหรือจะยืนกรานไม่ขายพระเพราะมองว่าการขายพระเป็นพุทธพาณิชย์ แล้วปล่อยให้ลูกเจ็บหรืออาจตายอย่างนั้นหรือ
อีกประเด็นหนึ่งคือ หากมีคนจำนวนมากต้องการวัตถุมงคลนั้นมากและแข่งขันกันด้วยราคาค่าตอบแทนเพื่อให้ได้มา นั่นหมายความว่าของสิ่งนั้นต้องดีจริง ใช่หรือไม่
ลองคิดดูง่ายๆ ว่าเหมือนกับการซื้อขายของเก่าแอนติก ที่ชิ้นสำคัญๆ มักจะถูกประมูลผ่านการประมูลแข่ง bid ใครให้ราคาแพงสุดก็จะได้ไป ส่วนพระเครื่อง ถ้ามันไม่ดีจริง ใครจะบ้าจ่ายแพง ทำให้พระเครื่องมีคุณค่ามากจนผู้คนต้องแข่งขันกันครอบครอง ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจมากกว่า
และคุณค่าที่ทำให้ผู้คนต้องแข่งกันเพื่อครอบครอง ก็คือสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยมือ แต่สัมผัสได้ด้วยใจ คือความศรัทธาที่เกิดขึ้นจากการรับรู้เรื่องราวที่มาและที่มาของวัตถุมงคลนั้น ซึ่งเกิดจากเจตนาดีของผู้สร้าง ที่ไม่มีใครสร้างด้วยเจตนาร้ายอย่างแน่นอน
คำว่า 'พุทธพาณิชย์' ควรจะมองในแง่ที่ดีงามว่าเกิดจากความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า ซึ่งการจัดสร้างนั้นมักจะมีรูปแบบที่สื่อถึงพระพุทธเจ้า (ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปประทับในวัตถุมงคล) ซึ่งเรียกว่า 'พุทธศิลป์' (ศิลปะจากพระพุทธเจ้า และความเป็นศาสนาพุทธ)
นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ครอบครองระลึกถึงพระธรรมของพระพุทธเจ้า (พุทธธรรม) และเมื่อระลึกถึงแล้วก็จะนำไปปฏิบัติ ซึ่งจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่เชื่อว่าผู้ที่บูชาพระส่วนใหญ่จะไม่คิดชั่ว
กลับมาที่เรื่องหลวงปู่ดู่ ท่านได้สร้างวัตถุมงคลจำนวนมากในยุคแรกๆ ซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยมสูง เช่น พระผงพุทธคุณ พุทธเหนือพรหม (เพชรยอดมงกุฎ) รุ่นแรก พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่า องค์แชมป์ได้รับการนิมนต์จากทายาทตระกูลใหญ่มาในราคากว่าครึ่งล้าน
ยังมีแหวนพระพุทธรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๙, เหรียญปฏิบัติธรรม รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๒๔, เหรียญหล่อรูปเหมือน (ข้างบัว), เหรียญหล่อพระพุทธเหนือพรหม พ.ศ.๒๕๒๒, ๒๓, เหรียญปั๊มหลังยันต์ดวง (ยีนต์ทะลุ) พ.ศ.๒๕๒๖
และ เหรียญรุ่นเปิดโลก หลวงปู่ทวดนั่งบัว พ.ศ.๒๕๓๒ ที่มีสร้างเนื้อทองคำ ๒๔๐ เนื้อเงิน ๑,๐๓๖ เนื้อทองแดง ๑๐,๕๐๐--และ เนื้อตะกั่วผสมแร่พลวง แบบเหรียญนี้ ของ เสี่ยเพชร–อิทธิ ชวลิตธำรง ที่เพิ่งได้มาหมาดๆ มีสร้างไว้ ๑,๐๐๐ เหรียญ
เวลานี้ทุกเนื้อมีคนหากันมากจนเป็นกระแสที่วงการคาดหมายว่า จะเป็นเหรียญพระเกจิฯมาแรง ที่อยู่ยั้งยืนยง เป็นเหรียญอมตะยอดนิยมแถวหน้าอีกเหรียญหนึ่งแน่นอน
เหรียญทรงผนวช วชิรูปมจิตฺโต สิยา เนื้อทองคำ ร.๑๐ มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย ของโอลาฟ กิตติศิริสวัสดิ์.สุดท้าย คือ เหรียญทรงผนวช พ.ศ.๒๕๒๑ พระวชิรูปมจิตฺโต ในหลวง ร.๑๐ เนื้อทองคำ ที่ มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย จัดสร้างเป็นเหรียญที่ระลึก ในงานพระราชพิธีทรงผนวช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ เมื่อวันที่ ๒ พ.ย.๒๕๒๑
ปัจจุบันมีผู้แสวงหากันมาก แต่น้อยคนจะได้ เพราะสร้างจำนวนน้อย ทุกเหรียญมีตอกเลขลำดับการสร้างไว้ด้านบนหลังเหรียญ อย่างองค์นี้ของ เสี่ยโอลาฟ กิตติศิริสวัสดิ์ เป็นเลขลำดับที่ ๒๑
ลาเดือน พ.ย. กันเรื่องปิดท้าย ในร้านพระเครื่องชื่อดังบนศูนย์พระใหญ่ ซึ่งมีนักนิยมพระรุ่นใหม่ รุ่นกลาง รุ่นเก่า มาพบปะพูดคุยกันโดยไม่ได้นัดหมาย
คารวะทักทายกันแล้ว รุ่นน้องก็ทักรุ่นใหญ่รุ่นพี่ว่าทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปเร็ว ทั้งเทคโนโลยีและวิชาความรู้ อย่างพระเครื่อง ที่รุ่นอาจารย์เคยนิยม ที่มีอานุภาพ พุทธคุณด้านคุ้มครองป้องกันภัย เมตตาโชคลาภ เวลานี้ก็หันมาหาด้านป้องกันโรคภัย อย่างพระกริ่ง พระยาวาสนา ซึ่งรุ่นใหญ่ รุ่นกลาง อย่างพวกเฮีย ที่มีอายุเข้าข่ายเฝ้าระวัง ๖๐๘ น่าจะหาไว้ใช้บูชา ป้องกันโควิด-๑๙
รุ่นใหญ่ฟังแล้วถามว่า แล้วคนรุ่นใหม่อย่างนายล่ะใช้พระอะไรติดตัว รุ่นน้องเงียบไปสักพัก ก็มีเสียงดังฟังชัดตอบมาว่า รุ่นพวกผมไม่ได้ใช้พระแล้ว มีพระดีๆมาก็ไว้ขาย--เพราะใช้หลวงพ่อพารากับหลวงพ่อฟ้าทะลายโจร กิน แก้ กัน เพื่อความชัวร์ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.
สีของอ่าง
