
เมื่อดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และไม่สามารถสื่อสารได้ง่ายกับผู้ดูแลหรือลูกหลาน จำเป็นต้องสังเกตอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน
หากมีไข้สูงเกิน 37 องศาและมีอาการหอบเหนื่อย หรือหายใจเร็วเกิน 25 ครั้งต่อนาทีติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 วัน
มีอาการชัก ปากเบี้ยว ปวดศีรษะ หรืออาการซึมลงจนถึงขั้นหมดสติ
หากพบอาการบวม แดง หรือร้อนที่แขนหรือขา แม้จะไม่มีไข้ร่วมด้วยก็ต้องระวังและพาไปพบแพทย์
หากการขับถ่ายมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ถ่ายบ่อยครั้งในแต่ละวัน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ มีมูกเลือด หรือถ่ายเป็นสีดำเหมือนถ่าน หรือท้องผูก
หากปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะมีสีเข้ม ปริมาณน้อย หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ
หากความดันโลหิตสูงหรือต่ำกว่าปกติและมีอาการเป็นระยะเวลานาน
หากผู้ป่วยมีอาการซึมลง หลับมากเกินไป หรือดูเหมือนอ่อนเพลีย แขนขาอ่อนแรงหรือกระตุก
ในกรณีที่ผู้ป่วยใส่ท่อหายใจที่คอ หากพบว่าท่อมีลักษณะผิดปกติ ใส่ไม่ได้ หรือมีการติดขัด
เสมหะข้นเหนียวหรือมีเลือดปน พร้อมกับหายใจหอบถี่
หากผู้ป่วยมีแผลกดทับที่เริ่มมีอาการเรื้อรังและขยายใหญ่ขึ้น
หากมีอาการอาเจียนติดต่อกันหลายวันและพบเลือดปน
หากพบเลือดออกจากที่ใดที่หนึ่งโดยไม่สามารถหาสาเหตุได้
หากผู้ป่วยมีอาการฉุนเฉียว พูดคนเดียว จำบุคคลที่คุ้นเคยไม่ได้ หรือสับสนในสถานที่ บุคคล และเวลา และไม่ยอมหลับนอน
@ @ @ @
แหล่งข้อมูลที่ใช้
หนังสือแนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่ป่วยและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ สำหรับประชาชนทั่วไป โดย รศ. นท. ดร. นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
