พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ ๗ ชั้น หูประบ่า วัดไชโยวรวิหาร จากการสร้างของ อ้วน ลอยฟ้า.
วันนี้ สีกาอ่างออกมาอย่างเครียดมาก เนื่องจากความหวังที่เมืองเริ่มฟื้นจากโควิด และบรรยากาศทางการค้าเริ่มมีความหวังให้ทุกคนหาช่องทางทำเงินได้ แต่เหมือนจะกลับมาหมดหวังอีกครั้ง กับการแพร่ระบาดรอบที่สาม ที่เกิดขึ้นจากธุรกิจการค้าเรือนร่าง ไม่ใช่ธุรกิจอาหารทะเลเหมือนรอบก่อน
ขอให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ และอย่าลืมว่า โรคภัยต่างๆจะไม่หายไป แต่อาจมาในรูปแบบใหม่ ดังนั้นทุกท่านต้องระมัดระวังและไม่ประมาท
ไปชมพระเครื่องที่มาพร้อมปีใหม่ไทย เพื่อเสริมสิริมงคลกันต่อ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์นิยม ๗ ชั้น หูประบ่า วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย อ่างทอง พระองค์นี้มาจากเสี่ยอ้วน ลอยฟ้า ซึ่งฟอร์มทรงดีเยี่ยม พิมพ์พระโดดเด่น เนื้อพระแข็งแกร่ง
และยังคงมีคราบรักที่เหลือหลงไว้อย่างสวยงาม เป็นพื้นหลังที่งดงามอยู่ด้านหลังองค์พระ ซึ่งเป็นพิมพ์ใหญ่ยอดนิยม หมายเลข ๒ หรือพิมพ์ใหญ่ B ที่ได้รับความนิยม และสามารถหามาเล่นได้ในราคาที่ต่ำกว่าพิมพ์ใหญ่ A เล็กน้อย แต่ยังคงเป็นที่ต้องการ ใช้ดีและโชว์ได้อย่างงดงาม สวยสมบูรณ์แบบ เหมือนองค์นี้ เมื่อเทียบกับพิมพ์นิยม A ที่องค์สวยน้อยแล้ว ก็ยังดูดีได้
พระนางพญาพิมพ์เทวดา วัดนางพญา พิษณุโลก จากการสร้างของ ต่อ ดวงวิชัย.องค์ที่สองคือ พระนางพญาพิมพ์เทวดา จากวัดนางพญา อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ค้นพบในพื้นที่องค์พระเจดีย์ของวัดนางพญา ซึ่งเดิมเคยอยู่ในเขตวัดราษฎร์บูรณะ ต่อมาเมื่อมีการสร้างถนนตัดผ่าน พื้นที่จึงถูกแบ่งเป็นสองวัด
ในฝั่งที่มีองค์พระเจดีย์ ได้มีการค้นพบพระพิมพ์เนื้อดินเผา สไตล์พุทธศิลป์สมัยอยุธยา รูปทรงสามเหลี่ยมในหลายขนาด ซึ่งแตกกรุลงมาจากรอบเจดีย์มากมาย ทางสมภารจึงได้บูรณะเจดีย์และนำพระบรรจุคืนเข้าไปในนั้น แต่ก็ยังคงเหลือพระบางองค์ฝังอยู่ตามดิน
จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๔๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองพิษณุโลกและมีการปรับพื้นที่ ขุดหลุมฝังเสาและสร้างปะรำพิธีในพื้นที่นั้น จึงได้พบพระนี้ฝังอยู่ในดินที่บริเวณนั้น
สันนิษฐานตามหลักฐาน ประวัติความเป็นมา เชื่อได้ว่าเป็นพระที่สร้างบรรจุไว้โดย พระวิสุทธิกษัตรีย์ อัครมเหสีของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ซึ่ง สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ให้ไปครองเมืองพิษณุโลก และพระราชทานพระวิสุทธิกษัตรีย์ พระราชธิดาใน สมเด็จพระมหาจักรพรรดิและพระศรีสุริโยทัย เป็นพระอัครมเหสี มีพระราชโอรสและพระราชธิดา ๓ พระองค์ คือ พระสุพรรณกัลยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ
พระนางพญา กำเนิดเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๐๙๐-๒๑๐๐ หรือประมาณสี่ร้อยกว่าปีก่อน เป็นพระรูปทรงสามเหลี่ยมทุกพิมพ์นั่งมารวิชัย รูปทรงงดงาม บริเวณอกที่ตั้งนูนเด่น และลำแขนอ่อนช้อย จึงเรียกว่าพระพิมพ์ “นางพญา” อีกประการหนึ่ง คือผู้ที่สร้างเป็น นางพญามหากษัตริย์
แยกพิมพ์พระได้เป็น ๗ พิมพ์ คือ ๑.พิมพ์ใหญ่เข่าโค้ง ๒.พิมพ์ใหญ่เข่าตรง ๓.พิมพ์อกนูนใหญ่ ๔.พิมพ์สังฆาฏิ ๕.พิมพ์เทวดา (อกแฟบ) ๖.พิมพ์อกนูนเล็ก ๗.พิมพ์พิเศษ เช่นพิมพ์เข่าบ่วงหรือพิมพ์ที่มีขนาดองค์ใหญ่ พิเศษ
ต่อมายังมีการค้นพบพระสกุลนางพญา อีกหลายครั้ง เช่น พื้นที่บ้าน “ตาปาน” พบพระจมน้ำ ผิวพระเปิด เห็นเม็ดกรวดเม็ดทราย เรียกว่า พระกรุน้ำ
ปี พ.ศ.๒๔๗๙ พบพระบรรจุในพระเจดีย์เล็ก วัดอินทรวิหาร กรุงเทพฯ ต่อมาได้พบที่วัดเลียบ วัดสังข์กระจาย และครั้งสุดท้าย ปี พ.ศ.๒๕๓๒พบที่วัดราษฎร์บูรณะ พิษณุโลก ซึ่งเชื่อว่าพระที่พบระยะหลังๆ เป็นพระที่พบจากกรุวัดนางพญา ที่มีผู้นำมาบรรจุไว้
พระองค์นี้เป็นของ เสี่ยต่อ ดวงวิชัย แม้จะเป็นพระพิมพ์เล็ก แต่สภาพยังคงสมบูรณ์และสวยงามในระดับแชมป์ขนาดนี้ ถึงแม้ไม่มีพิมพ์ใหญ่ก็ยังคงไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
พระพุทธชินสีห์ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ของ ปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์.ตามมาด้วยพระพุทธชินสีห์ เนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระเก่าของขุนพลพระกรุ เนื้อชินเงินที่มีพุทธศิลป์ในสมัยสุโขทัย แบบตะกวน สร้างโดยพระมหาธรรมราชาลิไท พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย ในยุคที่พระองค์ปกครองพิษณุโลก ซึ่งถือเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในสมัยนั้น
เพื่อให้เห็นภาพในยุคสุโขทัย การปกครองจะแบ่งออกเป็น ๔ ชั้น ชั้นแรกคือเมืองหลวง คือกรุงสุโขทัย ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ชั้นที่สองคือเมืองลูกหลวง คือเมืองหน้าด่านที่ตั้งอยู่รอบราชธานีทั้ง ๔ ทิศ ได้แก่ เมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) ที่ทิศเหนือ, เมืองสระหลวง (พิจิตรเก่า) ที่ทิศใต้, เมืองนครชุม (กำแพงเพชร) ที่ทิศตะวันตก
ทิศตะวันออก คือเมืองสองแคว หรือพิษณุโลก ที่กษัตริย์จะส่งพระราชโอรสหรือเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงไปปกครองดูแลเมืองลูกหลวงเหล่านี้
พระพุทธชินสีห์พร้อมพระพุทธชินราชใบเสมา เป็นรูปจำลองของพระพุทธชินสีห์ องค์พระนั่งปางสะดุ้งมารอยู่ในซุ้มเรือนแก้วเหนือฐานบัวสองชั้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายพระพุทธชินราช แต่แตกต่างที่พระพุทธชินสีห์ไม่มีเม็ดไข่ปลาคั่นระหว่างชั้น และลวดลายของซุ้มแคบกว่า รวมถึงเปลวที่สูงกว่า
พิมพ์พระแบ่งออกเป็น ๒ แบบ คือ พิมพ์เกศตรงและพิมพ์เกศแฉก เนื้อพระมี ๒ แบบคือ เนื้อชินเงินและเนื้อสำริด องค์นี้ของเสี่ยปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์ เป็นพิมพ์เกศแฉก เนื้อชินเงิน และถือเป็นองค์แชมป์ที่หายากที่สุดในปัจจุบัน
เป็นพระที่มีคุณค่ามากเกินราคา อานุภาพพุทธคุณครอบคลุมทั้งแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี เมตตา และมหานิยม ช่วยส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การลงทุนเช่าพระองค์นี้จะได้กำไรเกินคุ้ม
สำหรับพระพุทธชินสีห์ที่เราไปสักการะนั้น เป็นองค์จำลอง เนื่องจากวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ในยุคนั้นชำรุดและต้องบูรณะ จึงสมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาศักดิพลเสพได้ให้อัญเชิญพระพุทธชินสีห์องค์จริงไปประดิษฐานที่มุขหลังของพระอุโบสถ จัตุรมุข วัดบวรฯ เมื่อปี พ.ศ.๒๓๗๒
ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อพระพุทธชินสีห์ถูกอัญเชิญลงมาประดิษฐานที่กรุงเทพฯ ชาวพิษณุโลกต่างเศร้าเสียใจมาก และเกิดอาเพศ ฝนทิ้งช่วงที่เมืองพิษณุโลกนานกว่า ๒ ปี และหลังจากนั้นเพียงปีเดียว สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ก็ประชวรและสิ้นพระชนม์
ชาวบ้านเชื่อว่าการอัญเชิญพระพุทธชินสีห์ออกจากพิษณุโลกทำให้เกิดโชคร้าย แต่ในประวัติศาสตร์บันทึกว่า หลังจากสงครามอะแซหวุ่นกี้ เมืองพิษณุโลกถูกเผาทำลาย วัดพระศรีรัตนมหาธาตุได้รับความเสียหายมาก รวมทั้งพระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธชินสีห์ก็ได้รับความทรุดโทรม จึงย้ายไปประดิษฐานที่วัดบวรฯ
วันนี้เรียนประวัติศาสตร์สุโขทัยและพิษณุโลกฉบับย่อๆ กันไปจนใกล้จะหมดเวลา รีบต่อด้วยพระปิดตาพิมพ์กลีบบัว เศียรแหลม หลวงปู่จีน วัดท่าลาดเหนือ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ๑ ใน ๕ พระปิดตาเนื้อผงคลุกรักชุดเบญจภาคี
หลวงปู่จีนถือเป็นผู้ริเริ่มสร้างพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักในภาคตะวันออก โดยเริ่มการสร้างในปี พ.ศ. ๒๔๔๐
ในระยะแรกพิมพ์ทรงของพระยังไม่เป็นมาตรฐาน แต่มีจุดที่เหมือนกันคือ ด้านหลังขององค์พระจะมีเนื้อนูนอูมเหมือนหมากหรือไข่ผ่าซีก เมื่อท่านได้สร้างพิมพ์พระเพื่อมอบให้ผู้ร่วมกุศลในการสร้างวัด จึงได้จัดแบ่งพิมพ์พระตามมาตรฐาน
พิมพ์พระมีทั้งหมด ๔ แบบ คือ ๑. พิมพ์แข้งหมอนใหญ่ องค์พระนั่งปางสมาธิราบ มีเส้นซุ้มนูนหนาใหญ่ องค์พระล่ำ พระพาหา พระหนุ กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ๒. พิมพ์เม็ดกระบกใหญ่ รูปทรงองค์พระทรงกลมรี พระเศียรกลมใหญ่ เส้นซุ้มแนบชิดติดองค์ ๓. พิมพ์กลีบบัว เศียรแหลม จุดเด่นอยู่ที่พระเศียรที่เรียวแหลม พระหัตถ์เรียวเล็ก คล้ายพนมมือ ฟอร์มองค์กลมมนเหมือนกลีบบัว ๔. พิมพ์กลีบบัว องค์พระล่ำสัน พระเศียรกลมใหญ่ ฟอร์มองค์เหมือนกลีบบัว แต่ไม่มีเส้นซุ้มรอบองค์
เหรียญยันต์สี่ ๓ จุดที่ทำจากเนื้อเงิน พ.ศ.๒๔๖๗ โดยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ ซึ่งเป็นของ “โป๊ยเสี่ย”
เหรียญยันต์ห้ารุ่นแรกที่ทำจากเนื้อสัมฤทธิ์ พ.ศ.๒๔๖๙ โดยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังฯ เป็นของ “โป๊ยเสี่ย”
วัตถุมงคลรุ่นมูลนิธิเพิ่มวิทยา พ.ศ.๒๕๑๘ จากหลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว เป็นของพ้อต นครชัยศรี
พระกริ่งน้อย หลวงพ่อโสธร พ.ศ.๒๕๐๘ ทำจากเนื้อทองคำ เป็นของสุธีร์ นาคกลางสีของกะละมัง
