"โรคอัลไซเมอร์" เป็นภาวะสมองเสื่อมที่มักพบในผู้สูงอายุ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การลืมสิ่งของ การหาของไม่พบ หรือการหลงทางแม้อยู่ในสถานที่คุ้นเคย โดยอาการแบ่งออกเป็น 3 ระยะตามระดับความรุนแรง
ระยะของอาการ "โรคอัลไซเมอร์"
"โรคอัลไซเมอร์" มีอาการแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ซึ่งแต่ละระยะจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับดังนี้
- ระยะก่อนสมองเสื่อม เป็นระยะเริ่มต้นที่มีอาการเรียกว่า ภาวะการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย ผู้ป่วยมักมีปัญหาด้านความจำ เช่น ลืมปิดเตารีด ลืมปิดประตู ลืมชื่อคน หรือลืมรับประทานยา จำเป็นต้องมีคนช่วยจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำ
- ระยะสมองเสื่อม ผู้ป่วยจะสูญเสียความทรงจำ โดยเฉพาะความจำระยะสั้น เริ่มใช้คำพูดไม่ถูกต้อง อารมณ์แปรปรวน มีการรับรู้ที่เสื่อมถอยลง อาจมีอาการทางจิตและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง การทำกิจวัตรประจำวันบกพร่องจนต้องพึ่งพาผู้ดูแล
- ระยะรุนแรง ผู้ป่วยจะสับสนเรื่องเวลาและสถานที่ บางรายอาจมีอาการหลงผิดหรือภาพหลอน บางรายอาจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว มีอาการทางระบบประสาท เช่น กลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ มีปัญหาการเดินและการกลืน ต้องนอนติดเตียงและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ในระยะนี้อาจเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อน
หากพบว่าผู้สูงอายุในบ้านมีอาการหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมโดยเร็วที่สุด
วิธีการดูแลผู้ป่วย "โรคอัลไซเมอร์"
การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้นมีความสำคัญมาก ต้องเข้าใจและเห็นใจว่าผู้ป่วยไม่ได้ตั้งใจแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือหงุดหงิด แต่เป็นผลจากโรค ไม่ควรทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอับอายหรือไม่มั่นใจ
- ควรจัดบ้านหรือห้องให้สว่างสดใส ใช้สีสันที่สดใส หากผู้ป่วยชอบเดินไปมา ควรใช้เทคนิคเบี่ยงเบนความสนใจ
- เก็บของมีคมและเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มิดชิด ปิดวาล์วแก๊สให้แน่นเสมอ
- หากผู้ป่วยมีอาการก้าวร้าว สับสน หรือเดินออกนอกบ้านบ่อย ควรปรึกษาแพทย์ระบบประสาทเพื่อพิจารณาการใช้ยา
ภาวะสมองเสื่อมหมายถึงอะไร
ภาวะสมองเสื่อมคือการที่สมรรถภาพการทำงานของสมองลดลง ส่งผลต่อการรู้คิด เช่น ความจำ การตัดสินใจ การวางแผน การจัดการ การรับรู้รูปทรงและระยะทาง การใช้ภาษา สมาธิ และการรับรู้สังคม ซึ่งกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวันและการเข้าสังคม โดยต้องไม่เกิดจากภาวะเพ้อ โรคซึมเศร้า โรคจิตเวชเรื้อรัง หรือความวิตกกังวลรุนแรง การวินิจฉัยอาศัยข้อมูลจากประวัติผู้ป่วยและญาติ การตรวจร่างกายทั่วไป ระบบประสาท การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และประสาทจิตวิทยา
ภาวะสมองเสื่อมเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งที่แก้ไขได้และไม่ได้ เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน เนื้องอกในสมอง โพรงน้ำในสมองขยายตัว การขาดฮอร์โมนไทรอยด์ หรือการติดเชื้อบางชนิด เช่น ซิฟิลิสและเอดส์ ปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุหลักของภาวะสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด
"โรคอัลไซเมอร์" คืออะไร
"โรคอัลไซเมอร์" เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะสมองเสื่อมและพบได้บ่อยที่สุด โดยความชุกของโรคเพิ่มขึ้นตามอายุ พบประมาณ 10-15% ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และ 20-30% ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี
ปัจจัยที่ทำให้เกิด "โรคอัลไซเมอร์"
"โรคอัลไซเมอร์" เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในสมอง ทำให้บางส่วนทำงานลดลงและฝ่อตัว ส่งผลต่อการทำงานของสมองและแสดงอาการ เช่น ความจำเสื่อม การถามซ้ำๆ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน มีการศึกษาพบว่าสมองของผู้ป่วยมีการสะสมโปรตีนบางชนิด เช่น อะไมลอยด์ (amyloid) และทาว (tau) มากกว่าปกติ

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด "โรคอัลไซเมอร์"
- อายุที่มากขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก โดยพบว่าหลังอายุ 65 ปี ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุก 5 ปี แต่ก็มีผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 65 ปีเช่นกัน
- พันธุกรรม เช่น การมีญาติสายตรงป่วยด้วยโรคนี้ หรือมียีน ApoE4
- ผู้ป่วยโรคดาวน์ซินโดรม (Down’s syndrome) มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมีการสะสมโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์
- การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ มีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มักมีประวัติการบาดเจ็บที่ศีรษะมากกว่าคนทั่วไป แม้บางการศึกษาจะไม่พบความเชื่อมโยงชัดเจน
- โรคหลอดเลือดสมองและปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ได้
- น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน
- ขาดการออกกำลังกาย
- การสูบบุหรี่
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง
- โรคเบาหวาน
วิธีการป้องกัน "โรคอัลไซเมอร์"
แม้เราไม่สามารถหยุดอายุหรือการเสื่อมของเซลล์สมองได้ แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ เช่น หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มสุรา การใช้สารเสพติด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และป้องกันโรคติดเชื้อ
การฝึกสมองด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การคิดเลข การอ่านหนังสือ การเล่นเกม การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การพบปะพูดคุยกับผู้อื่น และการมีส่วนร่วมในสังคม เช่น การไปวัด งานเลี้ยง หรือชมรมผู้สูงอายุ นอกจากจะช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมแล้ว ยังช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอีกด้วย
อ้างอิงข้อมูล: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
