การรับประทานยาคุมฉุกเฉินเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ 100% แต่เป็นที่นิยมใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการหลังมีเพศสัมพันธ์ โดยอาศัยกลไกการทำงานของฮอร์โมนเพื่อยับยั้งการผสมระหว่างไข่และอสุจิ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้มีอาการเลือดออกผิดปกติ ปวดท้อง ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ และอาจส่งผลกระทบต่อมดลูกในระยะยาว มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคุมกำเนิดด้วยยาคุมฉุกเฉิน พร้อมผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
ยาคุมฉุกเฉินคืออะไร

ยาคุมฉุกเฉิน หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า emergency contraceptive pills เป็นยาคุมกำเนิดที่ใช้กลไกการควบคุมฮอร์โมนเพศหญิง หลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่ต้องการ เนื่องจากการคำนวณวันตกไข่ผิดพลาด หรือกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ เนื่องจากยาชนิดนี้มีปริมาณฮอร์โมนสูง จึงไม่ควรใช้บ่อยครั้ง และควรศึกษาวิธีการใช้อย่างถูกต้องก่อนรับประทาน
ฮอร์โมนที่พบในยาคุมฉุกเฉินประกอบด้วย ฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจน (Estrogens) และฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสติน (Progestins) ในสัดส่วนที่รบกวนกระบวนการตกไข่ แต่ไม่สามารถหยุดการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานทันทีหรือภายในระยะเวลาที่กำหนด
วิธีการรับประทานยาคุมฉุกเฉิน
ยาคุมฉุกเฉินที่จำหน่ายในร้านขายยาทั่วประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นแบบที่ต้องรับประทาน 2 เม็ด โดยแต่ละกล่องจะประกอบด้วย 2 แผง แผงละ 1 เม็ด แต่หากพบว่าหน้าตาแผงยาดูแตกต่างออกไป ควรสอบถามวิธีใช้จากเภสัชกรและอ่านฉลากยาอย่างละเอียด
- รับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์
เพื่อให้ได้ผลในการคุมกำเนิดที่ดีที่สุด ควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากอสุจิสามารถมีชีวิตอยู่ในร่างกายของผู้หญิงได้นานถึง 5 วัน ตามหลักการแพทย์ หากไข่ตกในช่วงเวลานี้ อาจเกิดการปฏิสนธิได้ ดังนั้นจึงควรรีบรับประทานยาคุมฉุกเฉินให้เร็วที่สุดเพื่อชะลอการตกไข่
- อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรก
ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรก อาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้และอยากอาเจียน หากอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังรับประทาน จำเป็นต้องรับประทานยาซ้ำอีกครั้ง
- รับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 หลังจากรับประทานเม็ดแรก 12 ชั่วโมง
ควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 จากแผงที่สองภายใน 12 ชั่วโมงหลังรับประทานเม็ดแรก เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการตั้งครรภ์
- อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2
ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่สอง อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน
ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาคุมฉุกเฉินมีอะไรบ้าง
การรับประทานยาคุมฉุกเฉินอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในช่วงแรกหลังรับประทานอาจมีอาการคลื่นไส้และอยากอาเจียน บางรายอาจมีเลือดออกเล็กน้อยจากช่องคลอด ซึ่งสังเกตได้จากรอยติดบนกางเกงใน แต่ปริมาณไม่มากเท่ากับเลือดประจำเดือน
ไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมฉุกเฉินในระยะยาว และไม่ควรรับประทานเกิน 4 ครั้งภายใน 1 เดือน เพราะอาจทำให้ประจำเดือนเลื่อนออกไป ระบบการสร้างฮอร์โมนตามธรรมชาติของร่างกายอาจผิดปกติ ส่งผลให้ประจำเดือนมาเร็วหรือช้ากว่าปกติ และในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูก
จะรู้ได้อย่างไรว่าการรับประทานยาคุมฉุกเฉินช่วยป้องกันการตั้งครรภ์
เนื่องจากผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินอาจทำให้ประจำเดือนเลื่อนออกไป หากครบ 28 วันตามรอบปกติแล้วประจำเดือนมา แสดงว่าไม่มีการตั้งครรภ์ แต่หากยังคงมีความกังวล สามารถใช้ที่ตรวจการตั้งครรภ์ตรวจทุก 5 วันเพื่อติดตามผลได้
ประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินในการคุมกำเนิดไม่ถึง 100%
การรับประทานยาคุมฉุกเฉินไม่ใช่การทำแท้ง และไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 100% วิธีนี้ควรใช้ในกรณี
1. กรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศ
2. มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจหลั่งใน
3. ถุงยางอนามัยแตกหรือรั่ว
ประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่หลังรับประทานยาคุมฉุกเฉิน
หลังจากรับประทานยาคุมฉุกเฉิน 1 สัปดาห์ ประจำเดือนจะมาตามปกติหรือตามรอบเดิม
ยาคุมฉุกเฉินหาซื้อได้ที่ไหน
ควรซื้อยาคุมฉุกเฉินจากร้านขายยาโดยตรง เนื่องจากหากสั่งซื้อออนไลน์ อาจไม่มั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพของยา ซึ่งอาจไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ตามที่คาดหวัง
ควรพิจารณาใช้วิธีการคุมกำเนิดรูปแบบอื่นร่วมด้วย

การคุมกำเนิดมีหลายวิธีให้เลือก การใช้ยาคุมฉุกเฉินอาจส่งผลต่อระบบฮอร์โมนและมีผลข้างเคียงที่เสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้นควรเลือกวิธีคุมกำเนิดอื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงและปกป้องสุขภาพของผู้หญิง
