วิธีการย้ายสิทธิบัตรทอง หรือขั้นตอนการย้ายสิทธิรักษาพยาบาล 30 บาท โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ปรับปรุงระบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่ต้องการย้ายหน่วยบริการ สามารถดำเนินการย้ายและได้รับสิทธิ์ทันทีโดยไม่ต้องรอ 15 วัน ช่วยให้สะดวกยิ่งขึ้นในกรณีย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว
2 วิธีในการย้ายสิทธิบัตรทอง ปี 2565/2022
ก่อนทำการย้ายสิทธิบัตรทอง ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ผ่านเว็บไซต์ nhso สำหรับเด็กแรกเกิด สิทธิ์จะเริ่มมีผลประมาณ 30 วันหลังเกิด ส่วนผู้ใหญ่ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่แล้วจะถูกบันทึกเป็นสิทธิ์ประกันสังคม เมื่อตรวจสอบสิทธิ์แล้ว หากต้องการย้ายหน่วยบริการ ให้เตรียมเอกสารที่จำเป็นเพื่อดำเนินการย้ายสิทธิ์

เอกสารที่จำเป็นสำหรับการย้ายสิทธิบัตรทอง
1. สูติบัตร (สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 7 ปีที่ยังไม่มีบัตรประชาชน)
2. บัตรประจำตัวประชาชนที่มีเลข 13 หลัก
3. หากที่อยู่ปัจจุบันไม่ตรงกับที่อยู่บนบัตรประชาชน ให้ใช้เอกสารใดเอกสารหนึ่งต่อไปนี้
3.1) หนังสือรับรองที่พักอาศัยพร้อมลายเซ็นของเจ้าบ้าน
3.2) หนังสือรับรองจากผู้นำชุมชนหรือนายจ้าง
3.3) หลักฐานอื่นๆ เช่น ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ หรือสัญญาเช่าที่แสดงชื่อผู้ยื่น
3.4) ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร
ขั้นตอนการย้ายสิทธิบัตรทองที่สถานพยาบาลหรือหน่วยบริการ
ติดต่อหน่วยงานที่รับลงทะเบียนบัตรทอง
- ในกรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่สำนักงานเขตทั้ง 19 แห่ง
- ในต่างจังหวัด ติดต่อที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือโรงพยาบาลของรัฐ ในวันและเวลาทำการ
วิธีการย้ายสิทธิบัตรทองผ่านระบบออนไลน์
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน สปสช. เพื่อตรวจสอบสิทธิบัตรทอง หรือใช้ LINE สปสช. @nhso แล้วเลือกเมนู “เปลี่ยนหน่วยบริการ”
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน สปสช. สำหรับ iOS ได้ที่นี่
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน สปสช. สำหรับ Android ได้ที่นี่
การย้ายสิทธิบัตรทองจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้ารับการรักษาทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคโควิดหรืออาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน หากเลือกสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้าน จะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
