ในช่วงเปิดเทอม เด็กๆ เริ่มกลับไปโรงเรียนตามปกติ แต่สภาพอากาศที่ฝนตกบ่อยในช่วงเวลาเดินทาง ไม่เพียงทำให้การจราจรติดขัด แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมือเท้าปากอีกด้วย Mytourออนไลน์จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคมือเท้าปากที่พบได้บ่อยในเด็ก พร้อมทั้งวิธีการรักษาโรคมือเท้าปากมาแบ่งปัน
สาเหตุของการเกิดโรคมือเท้าปากคืออะไร?
โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโร (Enterovirus) ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนชื้นที่มีอุณหภูมิต่ำและอากาศชื้น รวมถึงประเทศเขตหนาวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูร้อน
แม้ว่าโรคมือเท้าปากจะพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่จะพบในเด็กทารกและเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อและมีอาการรุนแรง ดังนั้น การเรียนรู้วิธีการรักษาโรคมือเท้าปากจึงเป็นสิ่งสำคัญ

อาการของโรคมือเท้าปากเป็นอย่างไร?
อาการของโรคมือเท้าปากคล้ายคลึงกับอาการไข้หวัดทั่วไป โดยเริ่มจากมีไข้ต่ำก่อน จากนั้นไข้จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น มีแผลในปาก ปวดศีรษะ เกิดตุ่มน้ำใสที่มือ เท้า และปาก รวมถึงเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย และอาเจียนบ่อย ในบางกรณีอาจพบอาการแทรกซ้อน เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ สมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งหากอาการรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
หากผู้ปกครองสังเกตว่าลูกหรือคนใกล้ตัวมีอาการแทรกซ้อนจากโรคมือเท้าปากดังต่อไปนี้ ควรรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาทันที
- ปวดศีรษะรุนแรงจนทนไม่ไหว
- พูดจาสับสน เห็นภาพหลอน
- ความสามารถในการรับรู้ลดลง
- อาเจียนมากกว่า 2-3 ครั้งต่อวัน
- สะดุ้ง ผวา หรือตัวสั่นโดยไม่มีสาเหตุ
- รู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และซึมเศร้า
- อาจมีไข้หรือไม่มีก็ได้ ไอ และมีเสมหะ

วิธีการรักษาโรคมือเท้าปาก
ในปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถต้านไวรัสเอนเทอโรหรือรักษาโรคมือเท้าปากได้โดยตรง ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักมีอาการไม่รุนแรง แพทย์จึงมักให้การรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้หรือยาชาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บแผลในปาก
นอกจากนี้ การป้องกันยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดมากกว่าการรักษาโรคมือเท้าปาก เช่น การล้างมือบ่อยๆ รักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัว หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น และซักเสื้อผ้าที่เปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระทันที เพียงเท่านี้ก็สามารถป้องกันโรคมือเท้าปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โรคมือเท้าปากอันตรายหรือไม่?
ตามที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ โรคมือเท้าปากมักไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง แต่หากพบอาการแทรกซ้อนหรือสัญญาณของโรคอื่นๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาโรคมือเท้าปากอย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม โรคมือเท้าปากสามารถแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสของใช้ส่วนตัว น้ำมูก น้ำลาย ผื่น ตุ่มน้ำใส หรือแม้แต่อุจจาระของผู้ป่วย ดังนั้นควรระมัดระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไปสู่ผู้อื่น

โรคมือเท้าปากใช้เวลากี่วันถึงจะหาย?
โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคมือเท้าปากจะมีไข้อยู่ประมาณ 5-7 วัน แต่หากได้รับการรักษาตามอาการหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อาการจะดีขึ้นและหายภายใน 7-10 วัน
ล่าสุด กรมควบคุมโรคได้เปิดเผยข้อมูลว่าจำนวนผู้ป่วยโรคมือเท้าปากในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือนสิงหาคม 2565 มีเกือบ 20,000 ราย ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ป่วยจากโรคนี้ ผู้ปกครอง คุณครู และพี่เลี้ยงควรให้ความสำคัญกับการดูแลและเรียนรู้วิธีรักษาโรคมือเท้าปากเพื่อเตรียมพร้อมรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : กรมควบคุมโรค
