
Evusheld คือยาฉีดป้องกันโควิด-19 รูปแบบใหม่ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อลดความเสี่ยงของการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง 3 กลุ่มภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยเฉพาะผู้ป่วยล้างไต ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 1 ใน 4 ของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้งหมด ยานี้มีความแตกต่างจากวัคซีนป้องกันโควิดอื่นๆ อย่างไร
Evusheld คืออะไร
Evusheld (ชื่อเดิม AZD7442) เป็นยาแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (Long-acting Antibody - LAAB) ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ และได้รับอนุญาตให้แอสตร้าเซนเนก้าพัฒนาต่อในเดือนมิถุนายน 2563 เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน ใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ใหญ่และวัยรุ่น (อายุ 12 ปีขึ้นไป และน้ำหนักมากกว่า 40 กิโลกรัม) ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องปานกลางถึงรุนแรง เนื่องจากการรักษาทางการแพทย์หรือการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงผู้ที่ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เพียงพอจากวัคซีนโควิด-19 หรือไม่สามารถรับวัคซีนได้ ผู้ที่ได้รับยานี้ต้องไม่มีการติดเชื้อหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ SARS-CoV-2
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง และประธานคณะกรรมการ MIU กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า วัคซีนโควิด-19 ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค ส่วน Evusheld เป็นแอนติบอดีออกฤทธิ์ยาวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนใช้ในภาวะฉุกเฉินสำหรับป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปและน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 40 กิโลกรัม โดยได้รับการอนุมัติในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนธันวาคม 2564 และในยุโรปเมื่อเดือนมีนาคม 2565 ยานี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องปานกลางถึงรุนแรง ที่อาจไม่ตอบสนองต่อวัคซีนโควิด-19 ได้ดี หรือผู้ที่มีข้อห้ามหรือไม่ต้องการรับวัคซีน
แม้ว่า Evusheld จะมีราคาสูงและยังขาดการศึกษาด้านความคุ้มค่าในการป้องกันโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ คณะกรรมการ MIU ร่วมกับทีมวิจัยจากโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) และกรมควบคุมโรค จึงได้ดำเนินการศึกษาประเมินความคุ้มค่าของ Evusheld สำหรับป้องกันโควิด-19 ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องในประเทศไทย โดยใช้แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์เพื่อคาดการณ์ต้นทุนและผลลัพธ์ทางสุขภาพจากการใช้ Evusheld ในผู้ป่วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ป่วยล้างไต ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ และผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันตนเอง (autoimmune diseases) โดยอ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัย PROVENT trial และข้อมูลผู้ป่วยจริงในประเทศไทย
จากการวิจัยพบว่า Evusheld สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 การป่วยรุนแรง และการเสียชีวิตในผู้ป่วยทั้ง 3 กลุ่มภายในระยะเวลา 6 เดือน นอกจากนี้ การตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกันก่อนให้ Evusheld จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ยาและลดภาระงบประมาณในการจัดซื้อได้มากกว่า 50% โดยราคา Evusheld ที่ใช้ในแบบจำลองอยู่ที่ 25,000-29,000 บาทต่อคนสำหรับระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งพบว่ามีความคุ้มค่าในผู้ป่วยล้างไต หากต้องการให้ Evusheld มีความคุ้มค่าในบริบทของประเทศไทย รัฐบาลควรต่อรองราคาให้เหลือ 15,000 บาทสำหรับผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ และ 7,800 บาทสำหรับผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันตนเอง
“ในอนาคต จำเป็นต้องมีระบบติดตามผลผู้ป่วยหลังได้รับ Evusheld เพื่อประเมินระดับแอนติบอดีที่สามารถยับยั้งการแพร่พันธุ์ของไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่พบในประเทศไทย นอกจากนี้ การทำสัญญาจัดซื้อ Evusheld ควรเป็นไปในระยะสั้นหรือมีเงื่อนไขยกเลิกได้ หากพบว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจาก Evusheld ซึ่งผลการศึกษานี้ได้ถูกนำเสนอต่อที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำมาใช้ประโยชน์สำหรับผู้ป่วยต่อไป” นพ.รุ่งเรืองกล่าวสรุป
