โควิด-19 ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคมโลก แม้แต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันหรือร้านค้าแบบ Take Away ก็ทำให้เกิดความกังวล เมื่อพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับกล่องพลาสติกใส่อาหาร ผู้บริโภคหลายคนสงสัยว่าพลาสติกที่สัมผัสกับความร้อนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่
ดีที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ตระหนักถึงความเสี่ยงจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกใส่อาหาร จากเดิมที่นิยมใช้โฟม ปัจจุบันหันมาใช้พลาสติกปลอดสาร BPA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพบรรจุภัณฑ์มากขึ้น
กล่องโฟมและกล่องพลาสติก ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร
กล่องโฟมใส่อาหารเมื่อสัมผัสกับความร้อน

ในช่วงที่กล่องโฟมใส่อาหารได้รับความนิยม มีการศึกษาถึงอันตรายของสารเคมีที่อาจปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะโพลีสไตรีน (Polystyrene) ซึ่งเมื่อพลาสติกสัมผัสกับความร้อน จะปล่อยสารเคมีนี้เข้าสู่อาหารและส่งผลเสียต่อสุขภาพ ดังนี้
- ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท เม็ดเลือดแดง ตับ และไต
- หากสัมผัสผิวหนัง เข้าตา หรือสูดดม อาจทำให้เกิดการระคายเคือง ไอ หายใจลำบาก ปวดศีรษะ และรู้สึกง่วงซึม
นอกจากนี้ ยังพบสารเบนซิน (Benzene) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง หากสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน อาจทำลายกระดูก ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง (Anemia) ลดจำนวนเม็ดเลือดแดง และทำลายระบบภูมิคุ้มกัน
เมื่อมีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากกล่องโฟม(1)ในโรงเรียนและสังคม ผู้บริโภคเริ่มตื่นตัว ทำให้ความนิยมในการใช้กล่องโฟมบรรจุอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด
กล่องพลาสติกใส่อาหารเมื่อสัมผัสกับความร้อน

สารปนเปื้อนที่อาจติดมากับอาหารจากกล่องพลาสติกใสคือ พาทาเลต (Pthalate)(2) ซึ่งเป็นสารเคมีในกลุ่มโพลิเมอร์อ่อนตัวที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหาร เช่น กล่องข้าวพลาสติก กล่องใส่อาหารแบบ Take away ขวดน้ำ แก้วน้ำ ขวดนม และของเล่นเด็ก โดยสารพาทาเลตมักผสมอยู่ในเนื้อพลาสติกประมาณ 40% ของน้ำหนัก
ทำความรู้จัก “พาทาเลต” สารอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์และระบบต่อมไร้ท่อ
- แม้ยังไม่มีรายงานอันตรายต่อมนุษย์ แต่การทดลองในสัตว์พบว่าเมื่อใช้ในความเข้มข้นสูง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ และกดระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อาเจียน และคลื่นไส้
- การทดลองสัมผัสผิวหนังโดยตรงในความเข้มข้น 2% หรือ 5% ไม่พบการระคายเคือง แต่หากสัมผัสตา จะทำให้ระคายเคือง ปวดตา และน้ำตาไหล
- การกลืนสารนี้เข้าไปโดยตรงอาจทำให้คลื่นไส้และอาเจียน ข้อมูลจากศูนย์วัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์ระบุว่าสารนี้ไม่ก่อมะเร็งหรือส่งผลต่อทารกในครรภ์ แต่มีผลทำลายไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และทางเดินอาหาร

สหภาพยุโรปกำหนดให้ใช้ DBP/ BBP/ DEHP ในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคไม่เกิน 0.1% ของน้ำหนักวัสดุ และกำหนดปริมาณการบริโภคต่อวัน (Tolerable Daily Intake) โดยจำกัดการรับพาทาเลต DBP, BBP, DEHP และ DINP ไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (µg/kg) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ (3)
ชาวกรุงเทพฯตื่นตัวกับปัญหาพลาสติกปนเปื้อนจากกล่องใส่อาหาร Food Delivery
ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ที่ใช้บริการ Food Delivery หรือซื้ออาหารกลับบ้าน ร้อยละ 22.7 ต้องการให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของกล่องบรรจุอาหาร โดยในเดือนตุลาคม 2564 ได้ร่วมกับห้องปฏิบัติการมาตรฐานตรวจสอบปริมาณสารพาทาเลตที่อาจปนเปื้อนในอาหาร

กล่องพลาสติกใส่อาหารจำนวน 30 ตัวอย่าง ถูกสุ่มมาจากสินค้าที่จำหน่ายทั่วไปในห้างสรรพสินค้า ตลาด และร้านค้าทั่วไป ทั้งสินค้ามีแบรนด์และไม่มีแบรนด์ เพื่อตรวจหาสารพาทาเลต 7 ชนิด และสารบีพีเอ (BPA) ตามมาตรฐาน
EN 14372: 2004, Extraction with organic solvent, determination by GC-MS
ผลการตรวจสอบพบว่า กล่องพลาสติกบรรจุอาหารทั้งราคาสูงและราคาต่ำ ไม่พบสารบีพีเอและสารพาทาเลตเกินค่ามาตรฐาน
แม้ว่าการรีไซเคิลกล่องพลาสติกใส่อาหารจะเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ทางออกที่ยั่งยืนที่สุดคือการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุในงานแถลงข่าวร่วมกับศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อว่า กระบวนการกำจัดขยะพลาสติกประเภทพีวีซีจากกล่องบรรจุอาหาร ส่งผลให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานสูง รวมถึงต้องใช้ต้นทุนและวัตถุดิบมากในการรีไซเคิล ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการลดการใช้ภาชนะแบบใช้แล้วทิ้ง ผู้ผลิตควรตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนการวิจัยภาชนะบรรจุอาหารที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
เรียบเรียง : สีวิกา ฉายาวรเดช
ที่มา :
(1) กล่องโฟมบรรจุอาหาร อันตรายที่ควรระวัง, คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
(2) พาทาเลต (Pthalate), สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม
(3) FAQ: phthalates in plastic food contact materials, European Food Safety Authority
