อัลฟาพลัส (Alpha Plus) คือสายพันธุ์โควิดที่พัฒนามาจากสายพันธุ์อัลฟา B.1.1.7 โดยมีการกลายพันธุ์เพิ่มเติมที่ตำแหน่ง E484K ซึ่งการกลายพันธุ์นี้เคยถูกพบครั้งแรกในสายพันธุ์ South African (B.1.351) และ Brazilian (B.1.1.28) และปัจจุบันกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในสหราชอาณาจักร
การกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง E484K เกิดขึ้นบนโปรตีนหนามของไวรัส ทำให้ไวรัสสามารถหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันได้ และหากมนุษย์ติดเชื้อสายพันธุ์นี้จะมีอาการรุนแรงมากขึ้น

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่านักวิจัยได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมและอัปโหลดข้อมูลขึ้นบนฐานข้อมูลโควิดโลก “GISAID” โดยในส่วนของประเทศไทยมี 6 ตัวอย่าง และประเทศเพื่อนบ้านอีก 160 ตัวอย่าง จากทั่วโลกพบ 3,508 ตัวอย่างจากอัลฟาสายพันธุ์ ซึ่งมีจำนวนตัวอย่างทั้งหมดประมาณ 1,131,902 ตัวอย่าง

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคเผยว่าพบผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์อัลฟาพลัสทั้งหมด 18 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังในจังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย และที่เหลือเป็นคนไทยและแรงงานต่างชาติที่ทำงานในล้งลำไยในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด
ประเทศที่พบการระบาดของโควิดกลายพันธุ์อัลฟาพลัส
ภาพจาก : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC8244812โควิดกลายพันธุ์อัลฟาพลัส (B.1.1.7+ S:E484K) ได้รับรายงานว่าพบในหลายประเทศ ดังต่อไปนี้
1. Germany
2. Poland
3. Czech Republic
4. Croatia
5. Austria
6. France
7. Netherlands
8. Sweden
9. England
10. Switzerland
11. Slovakia
12. Belgium
13. Denmark
14. USA
15. Finland
16. Italy
17. Norway
18. Northern Ireland
19. Israel
20. Ireland
21. India
22. Wales
23. Slovenia
24. Scotland
25. Portugal
26. Turkey
อัลฟาพลัส มีความอันตรายมากเพียงใด

เว็บไซต์ Thebmj ระบุว่าตำแหน่ง E484K เป็นการกลายพันธุ์ที่ช่วยให้ไวรัสสามารถหลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้ Ravindra Gupta ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ยืนยันว่าการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง E484K บนสายพันธุ์อัลฟา (B.1.1.7) จะเพิ่มระดับแอนติบอดีในซีรัมของร่างกาย ดังนั้นการรวมการกลายพันธุ์นี้ทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล หากไม่มีการควบคุม อาจทำให้สายพันธุ์นี้แซงหน้าสายพันธุ์อัลฟา (B.1.1.7) ที่เก่ากว่าได้
อีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวลคือกรณีที่เกิดขึ้นกับสายพันธุ์ South African (B.1.351) Lawrence Young นักไวรัสวิทยาจาก Warwick University กล่าวว่า “การกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง E484K อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง และนำไปสู่การติดเชื้อซ้ำได้ ดังนั้นการกลายพันธุ์นี้บนสายพันธุ์อัลฟา B.1.1.7 อาจส่งผลคล้ายกัน”
สรุปได้ว่า หากไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของอัลฟาพลัสได้ อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อซ้ำในผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อน
อาการของโควิดอัลฟาพลัส

อาการของโควิดอัลฟาพลัส มีลักษณะคล้ายคลึงกับอาการหลักที่พบในผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อัลฟา B.1.1.7 ซึ่งประกอบด้วย
1. มีไข้สูงตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป
2. เจ็บคอ
3. หายใจลำบากหรือเหนื่อยหอบ
4. ปวดศีรษะและปวดเมื่อยร่างกาย
5. สูญเสียการรับรสหรือกลิ่น
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ส่วนใหญ่ร้อยละ 98.6 ยังคงเป็นสายพันธุ์เดลตา ดังนั้น การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อยังจำเป็นต้องยึดมาตรการทางสังคม เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การรับวัคซีนโควิด การเว้นระยะห่าง และการดูแลผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
แหล่งข้อมูล : bmj.com, ncbi.nlm.nih.gov, Center for Medical Genomics
