“ภาวะตับวายเฉียบพลันจากเห็ดพิษ” เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสานของไทย มักมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเติบโตของเห็ดพิษในธรรมชาติ พิษจากเห็ดบางชนิด เช่น เห็ดระโงกหิน ระงาก หรือตายซาก สามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรงได้หลายระดับ ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงภาวะตับวายเฉียบพลัน และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากกว่าวัยอื่นๆ
เมื่อรับประทานเห็ดพิษเข้าไป ผู้ป่วยมักแสดงอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงในช่วงแรก เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และปวดท้องภายใน 12 ชั่วโมงหลังรับประทาน อาการเหล่านี้มักคงอยู่นานกว่า 6 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง บางรายอาจมีภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ไม่สมดุล หลังจากนั้นอาการอาจดีขึ้นชั่วคราวภายใน 1-3 วัน ก่อนที่ผู้ป่วยบางส่วนจะเข้าสู่ระยะรุนแรงซึ่งมีอาการของภาวะตับวายเฉียบพลัน เช่น ตัวเหลือง ซึม ชัก รวมถึงอาการอื่นๆ เช่น ไตทำงานผิดปกติ ปัสสาวะน้อยลง เหงื่อออกมาก น้ำลายและน้ำตาไหล ตาพร่ามัว เป็นต้น
การวินิจฉัยภาวะตับวายเฉียบพลันจากเห็ดพิษอาศัยประวัติการรับประทานเห็ดเป็นหลัก โดยควรระบุลักษณะของเห็ดที่รับประทานหรือนำเห็ดที่เหลือจากการปรุงอาหารมาให้แพทย์ตรวจ ประวัติอาการทางระบบทางเดินอาหาร และสังเกตอาการแสดงของภาวะตับวายเฉียบพลันในระยะรุนแรง เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง และตับโต ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที หากเพิ่งรับประทานเห็ดพิษ แพทย์อาจทำการล้างพิษในกระเพาะอาหารเพื่อลดความรุนแรงของอาการ

หากผู้ป่วยรับประทานเห็ดและเริ่มมีอาการที่น่าสงสัยว่าอาจเกิดจากพิษของเห็ด ไม่ควรปล่อยไว้ให้อาการดีขึ้นเอง ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ผู้ป่วยมักต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการและได้รับยาต้านพิษเห็ด หากอาการรุนแรงจนถึงขั้นภาวะตับวายเฉียบพลัน อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายพลาสมา ฟอกเลือด หรือแม้กระทั่งปลูกถ่ายตับ ดังนั้น การป้องกันการรับประทานเห็ดพิษจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ควรหลีกเลี่ยงการนำเห็ดที่ไม่รู้จักมาปรุงอาหาร เนื่องจากเห็ดพิษบางชนิดมีลักษณะคล้ายเห็ดที่รับประทานได้ จึงควรระมัดระวังในการบริโภคเห็ดที่เก็บจากธรรมชาติ
@@@@@@@@
แหล่งข้อมูล
อ.นพ.ทรงพล เกษสุวรรณ และ รศ.นพ.พรเทพ ตั่นเผ่าพงษ์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
