เมื่อพูดถึงคำว่า วิตามินบี หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมวิตามินตัวนี้ถึงมีหลายประเภทแยกย่อยออกไปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี 2, บี 3, บี 5 ที่ดูเหมือนจะทำให้สาวๆ สับสนกันใช่ไหมคะ อีกทั้งบางคนอาจจะไม่รู้ว่าวิตามินชนิดไหนที่เหมาะกับตัวเอง บอกเลยว่าไม่ต้องห่วง เพราะวันนี้ MIRROR ได้คุยกับทีมเภสัชกรของ บ.ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ เขาได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกวิตามินที่เหมาะกับร่างกายของ Lady MIRROR อย่างเต็มที่ค่ะ
วิตามินบี 1 (Vitamin B1)
วิตามินบี 1 หรือ ไทอามีน (Thiamine) เป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบำรุงระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น อาการเหน็บชา มือชา เท้าชา นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย ทำให้เราอยากกินอาหารมากขึ้น และวิตามินบี 1 ยังสำคัญต่อการทำงานของสมองและกล้ามเนื้อหัวใจอีกด้วย หากใครรู้สึกอ่อนเพลีย ขี้หลงขี้ลืม หรือผิวหนังเริ่มหย่อนยาน ไม่เด้งเหมือนเดิม ก็สามารถเสริมวิตามินบี 1 ได้ ซึ่งปริมาณที่แนะนำให้รับประทานคือ 1.5 มิลลิกรัมต่อวัน โดยสามารถหามาจากข้าวซ้อมมือ ถั่ว ไข่แดง หรือแม้แต่ตับก็ช่วยได้ค่ะ

วิตามินบี 2 (Vitamin B2)
วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) เป็นวิตามินที่ช่วยให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเส้นผม ผิวหนัง หรือเล็บ แถมยังช่วยให้ผิวพรรณดูสดใสขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนและอาการอ่อนเพลียด้วย ปริมาณที่ควรได้รับคือ 1.1 มิลลิกรัมต่อวัน และสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับ 1.4 มิลลิกรัมต่อวัน อาหารที่สามารถเสริมวิตามินบี 2 ได้ เช่น โยเกิร์ต ชีส ไข่ นม ปลา และตับค่ะ

วิตามินบี 3 (Vitamin B3)
วิตามินบี 3 หรือไนอะซิน (Niacin) มีบทบาทสำคัญในการลดระดับคอเลสเตอรอลและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของเรา นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดในร่างกายอีกด้วยค่ะ ที่สำคัญยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีอาการท้องเสียบ่อยๆ หรือรู้สึกเบื่ออาหารและมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งยังช่วยป้องกันผื่นดำที่เกิดจากการโดนแดด หากใครพบอาการเหล่านี้ ควรกินวิตามินบี 3 ทันที โดยปริมาณที่แนะนำคือ 19 มิลลิกรัมต่อวัน และสามารถรับประทานอาหารเช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ไก่ หรือผลไม้ เช่น อะโวคาโด ลูกพรุน และอินทผลัม ก็ช่วยได้ค่ะ

วิตามินบี 5 (Vitamin B5)
วิตามินบี 5 หรือกรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย และยังช่วยเปลี่ยนไขมันและน้ำตาลในอาหารให้เป็นพลังงานที่ใช้ได้อีกด้วย ที่น่าสนใจคือ ร่างกายของเราสามารถผลิตวิตามินบี 5 ได้เองด้วย สำหรับคนที่รู้สึกเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หรือรู้สึกอ่อนเพลีย อาจจะรู้สึกซึมเศร้า ก็ควรเสริมวิตามินบี 5 ในอาหาร โดยปริมาณที่แนะนำในแต่ละวันคือ 4-7 มิลลิกรัม หากไม่อยากทานวิตามินเสริมก็สามารถทานอาหารที่มีวิตามินบี 5 เช่น ไข่แดง ถั่ว จมูกข้าวสาลี น้ำตาลไม่ขัดสี ตับ ไต หัวใจ ก็ได้ค่ะ

วิตามินบี 6 (Vitamin B6)

วิตามินบี 7 (Vitamin B7)

