ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทุกคนต่างก็อยากมีความอ่อนเยาว์ หน้าไม่แก่ และสุขภาพแข็งแรงกันทั้งนั้น หลายคนยอมจ่ายเงินมากมายเพื่อหาวิธีชะลอความหนุ่มสาวให้อยู่กับตัวเองไปนานๆ
แต่จริงๆแล้ว การรักษาความเป็นหนุ่มสาวและความอ่อนเยาว์ หรือการทำให้ตัวเอง Stay Active ไปนานๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย เพียงแค่เริ่มต้นปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถช่วยให้คุณมีใบหน้าเด็กและอ่อนวัยได้แล้ว
ข้อแรกเลย คือเรื่องการกิน... ฝรั่งมีคำพูดที่ว่า You are what you eat คุณคือสิ่งที่คุณกิน... คำนี้เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า ผู้ที่บริโภคอาหารขยะ ฟาสต์ฟู้ด รสเค็มจัด หวานจัด หรือมันจัด ดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และยังเสพติดแอลกอฮอล์หรือบุหรี่ รวมถึงไม่ทานอาหารเป็นเวลา มักจะมีแนวโน้มแก่ก่อนวัยมากกว่าผู้ที่ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และเนื้อปลาที่ไขมันต่ำ

การทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารสไตล์เมดิเตอเรเนียนที่เน้นผัก ถั่ว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อปลา และการใช้น้ำมันที่มีคุณภาพอย่างน้ำมันมะกอก จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน เกลือแร่ โปรตีน และไขมันที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้คุณมีสุขภาพดีและชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ เมื่อเซลล์ในร่างกายเสื่อมช้าลง ริ้วรอยและความแก่ก็จะตามมาช้าลงด้วยเช่นกัน
ข้อที่สอง ออกกำลังกายทุกวัน แม้จะไม่ต้องหักโหมแต่ต้องมีความสม่ำเสมอ การออกกำลังกายที่ทำเป็นประจำจะช่วยเสริมสุขภาพในหลายๆ ด้าน ทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก ระบบหลอดเลือด และหัวใจ

นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังช่วยลดความดันโลหิต และเพิ่มคอเลสเทอรอลดีที่มีส่วนในการควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงจากโรคสมองเสื่อม โรคเบาหวาน และมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
จากงานวิจัยล่าสุด พบว่า การออกกำลังกายยังช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า เพราะสารเคมีที่หลั่งออกมาขณะออกกำลังกายมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้ความคิดเชิงบวกเพิ่มขึ้น ลดความเครียดและความวิตกกังวล และเมื่อออกกำลังกาย สมองจะปล่อยสารเอนดอร์ฟินที่ช่วยลดความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกสงบและมีความสุขยิ่งขึ้น รวมถึงกระตุ้นสมองในการสร้างสารสื่อประสาทที่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น
ข้อที่สาม การนอนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย เรื่องนี้มีความสำคัญมาก หลายคนอาจมองว่าการนอนเป็นเพียงแค่การพักผ่อน แต่ที่จริงแล้ว การนอนมีบทบาทมากกว่าที่เราคิด และบางครั้งก็ถูกละเลยไป

เชื่อว่าหลายคนเคยมีประสบการณ์นอนไม่พอหรือไม่อิ่ม และอาการเหล่านั้นจะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีพลัง บางคนอาจหงุดหงิดง่ายหรืออารมณ์เสีย ซึ่งเกิดจากการนอนไม่พอที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด ฮอร์โมนความเครียด และฮอร์โมนอื่นๆ ที่ส่งผลถึงการทำงานของเซลล์ในร่างกาย
การศึกษาทางการแพทย์พบว่า คนที่นอนหลับน้อยกว่า 5 ชั่วโมงต่อวันมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าคนที่นอนเพียงพอถึง 15% นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กที่นอนน้อยจะมีเทโลเมียร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครโมโซมที่เกี่ยวข้องกับการชะลอความแก่ หรือชะลอวัย ที่สั้นกว่าคนที่นอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ที่นอนเกิน 7 ชั่วโมง จะมีเทโลเมียร์ที่ยาวกว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า
หนึ่งในเหตุผลที่การนอนมีผลต่อความอ่อนเยาว์ คือระบบ Glymphatic system ของสมอง ที่ทำงานได้ดีในขณะนอนหลับ กลไกนี้ช่วยอธิบายถึงผลกระทบของการอดนอนที่มีต่อภาวะเสื่อมสภาพของสมองและโรคสมองเสื่อมได้เป็นอย่างดี การนอนหลับที่ไม่เพียงพอมีผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม ดังนั้นเราควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวันเพื่อฟื้นฟูสุขภาพในระยะยาว
นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง.
