เมืองศรีเทพ ตามที่กรมศิลปากรได้บรรยายไว้ คือเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่บนที่สูงและเคยเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้ารวมถึงวัฒนธรรมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีความสำคัญตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
เมืองนี้ยังสะท้อนถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมเขมรโบราณ (พุทธศตวรรษที่ 8-18) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,889 ไร่ หรือ 4.7 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นเมืองที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบตามแบบเมืองในวัฒนธรรมทวาราวดี ซึ่งเป็นเมืองที่ยังคงรักษาลักษณะเดิมเอาไว้ได้ดีที่สุดในประเทศไทย
สิ่งที่น่าสนใจคือที่ตั้งของ “เมืองศรีเทพ” ที่ไม่เหมือนกับเมืองโบราณอื่นๆ ซึ่งมักตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำหรือทะเล แต่เมืองศรีเทพกลับตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน


แล้วทำไมเมืองศรีเทพถึงเจริญรุ่งเรือง? ในช่วงเวลานั้น เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในยุคเดียวกัน เมื่อราวพันปีที่แล้ว ผศ.ดร.กังวล คัชชิมา อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญา พุทธศาสนา และภาษาศาสตร์เขมร ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความรุ่งเรืองของเมืองนี้
“เมืองศรีเทพ” มีอายุย้อนไปถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยมีการตั้งรกรากในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ 1,700-1,800 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่มีการจารึกหลักฐานการเกิดขึ้นของเมืองมากนัก แต่จากการศึกษาซากโบราณสถานและโบราณวัตถุ พบว่า ผู้คนในยุคนั้นมีอารยธรรมและเทคโนโลยีที่ค่อนข้างพัฒนา
เช่น การขนย้ายหินจากพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่ในประเทศไทย รวมถึงการผลิตเครื่องประดับต่างๆ ฯลฯ
@@@@
ลักษณะเด่นของเมืองศรีเทพ คือการมี “องค์สุริยเทพขนาดใหญ่” ซึ่งมีหลายองค์และสิ่งที่น่าสนใจคือไม่เคยพบรูปปั้นแบบนี้ในแถบพื้นที่อื่นในประเทศ ความสำคัญอยู่ที่อารยธรรมที่มีลักษณะคล้ายกับ “เอเชียกลาง” โดยสามารถเห็นความเชื่อมโยงผ่านการแต่งกายของผู้คนที่สะท้อนถึงอารยธรรมโบราณและการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมต่างๆ
ผศ.ดร.กังวล กล่าวเสริมว่า สิ่งที่น่าสนใจและแปลกประหลาดที่สุดในเมืองศรีเทพคือการค้นพบพระพิมพ์ดินเผาชุดหนึ่ง ซึ่งมีการสลักชื่อของ “หลวงจีน” ไว้ที่ด้านหลังพระพิมพ์ที่สร้างขึ้น หลังจากผ่านทางเข้าของเมืองศรีเทพ
คาดว่าเมืองศรีเทพน่าจะถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-14 หรือประมาณ 1,200 กว่าปีก่อน

สิ่งที่ชัดเจนคือการมีคนต่างชาติเดินทางเข้ามาในเมืองศรีเทพ ซึ่งไม่เพียงแค่มีอารยธรรมอินเดียเข้ามา แต่ยังมีคนจีนเข้ามาด้วย การที่หลวงจีนปรากฏในเมืองศรีเทพนั้น มีความหมายอย่างไร? เราอาจจะเคยรู้จักเรื่องราวของ “พระถังซัมจั๋ง” ที่เดินทางไปอินเดีย หรือหลวงจีนอี้จิงและหลวงจีนฟาเหียนที่เดินทางไปทะเลและอินโดนีเซียก่อนจะไปอินเดีย แต่ทำไมหลวงจีนองค์นี้ต้องเดินทางมาเมืองศรีเทพ?
หมายความว่า ที่เมืองนี้น่าจะเป็น...แหล่งศักดิ์สิทธิ์
หรืออาจจะมีความสำคัญในภูมิภาคนี้มากพอสมควร จากการสำรวจในเขาคลังนอกได้ระบุว่ามีความคล้ายกับ “นาลันทา” ซึ่งเป็นวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกในอินเดีย หรือนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พระถังซัมจั๋งเดินทางไปอินเดีย? นี่เป็นข้อสันนิษฐานที่มีการเสนอมา...
แปลว่า “ศรีเทพ” อาจจะไม่ใช่แค่เมืองแห่งการค้าขาย และก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์สำคัญในทางพุทธศาสนาหรือไม่ เนื่องจากไม่มี “จารึก” ที่บ่งบอกถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน

การพิจารณาตั้งอยู่ที่ตำแหน่งของเมือง รูปลักษณ์และสิ่งแวดล้อม รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ เช่น เขาถมอรัตน์ อาจจะเป็นสัญญาณของ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์” แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ “จารึก” ที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน
น่าสนใจว่า...ถ้ำบนยอดเขาถมอรัตน์เป็นสถานที่ที่รวบรวมรูปเคารพทั้งพระโพธิสัตว์ รูปเคารพแบบมหายาน และพระพุทธรูป เสาธรรมจักร และสถูปจำลอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาเถรวาท
การผสมผสานระหว่างความเชื่อในทั้งสองรูปแบบนี้นับเป็นลักษณะเด่นของคติความเชื่อใน “ศรีเทพ” สังคมที่รวมแนวคิดทั้งสองแบบมาอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว
@@@@
ศิลปวัฒนธรรม (10 ม.ค.67) อนุชิต อุ่นจิต ได้เขียนถึง “เมืองศรีเทพ” ไว้ว่า เมืองโบราณแห่งนี้มีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมือง โดยมีเนินดินสูงล้อมรอบคล้ายกำแพงเมือง และบึงน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง การขุดค้นเมืองโบราณนี้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยกรมศิลปากร
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ในเขตเมืองโบราณนั้นไม่มีชาวบ้านคนใดเข้าไปอาศัยภายในพื้นที่ แต่กลับสร้างบ้านและตั้งถิ่นฐานอยู่รอบนอกเขตเมืองโบราณแทน


ชาวบ้านเล่าว่า พื้นที่นี้มีความเชื่อว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่อาศัยของเทพเจ้า เมืองโบราณแห่งนี้เทพเจ้าได้สร้างขึ้นก่อนที่จะขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ ดังนั้นในสมัยก่อนจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปอยู่อาศัยที่นี่
ยังมีความเชื่ออีกว่า หากใครเข้าไปอาศัยในเมืองโบราณนี้จะเกิดอาเพศกับตนเองและครอบครัว
บางคนอาจล้มป่วยโดยไม่มีสาเหตุ หรือบางคนอาจถึงขั้นเสียสติหลังจากเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ ชาวบ้านในพื้นที่จึงทำได้เพียงอาศัยพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ประกอบอาชีพ เช่น การเกษตร การล่าสัตว์ และการเก็บของป่า...ในอดีตชาวบ้านจะไปกราบไหว้ศาลที่ตั้งอยู่บนเนินดินที่ขอบเมืองโบราณ ซึ่งกรมศิลปากรเชื่อว่าเป็นกำแพงเมือง
หลังจากเมืองโบราณถูกเปลี่ยนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ศาลนี้จึงถูกอัญเชิญลงมาที่ด้านล่าง และภายในศาลนั้นมีเทวรูปที่ชาวบ้านเรียกว่า “เจ้าพ่อศรีเทพ”

ชาวอำเภอศรีเทพจะจัดพิธีบวงสรวงเจ้าพ่อศรีเทพในทุกปี ในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับชาวอำเภอศรีเทพ โดยจะใช้เครื่องบวงสรวงต่างๆ เช่น ข้าวต้มมัด ขนมจีนน้ำยา และอาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของชาวอำเภอศรีเทพ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง จะมีการแจกจ่ายข้าวต้มมัดให้กับผู้ร่วมงาน ซึ่งการรับประทานข้าวต้มมัดนั้นถือเป็นการเสริมความเจริญรุ่งเรือง ความร่ำรวย และสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน
“ศรัทธา” เป็นสิ่งที่นำมาซึ่ง “ปาฏิหาริย์” ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม โปรดอย่าได้ “ลบหลู่”.
รัก-ยม
คลิกเพื่ออ่านคอลัมน์ "เหนือฟ้าใต้บาดาล" เพิ่มเติม
