ผู้คนมักเชื่อกันว่า...ทะเลแหลมแม่พิมพ์ อ.แกลง จ.ระยอง เป็นสถานที่แห่ง "อาถรรพณ์" มีการเสียชีวิตจากการจมน้ำทะเลทุกปีเฉลี่ยห้าราย ทั้งที่ทะเลในเวลานั้นไม่มีคลื่นลมรุนแรง
บางคนเชื่อว่า...ท้องทะเลแห่งนี้มีวิญญาณสัมภเวสีที่รอตัวตายตัวแทนเมื่อมีศพใหม่มาแทนที่ ซึ่งเป็นวัฏจักรที่ไม่สิ้นสุดไม่ว่าจะเป็นในชาตินี้หรือชาติหน้า และเชื่อกันลึกซึ้งว่า...ทะเลมีสะดือที่คล้ายโพรงถ้ำ ซึ่งเป็นที่สถิตของพระยานาคาที่จำศีลปฏิบัติธรรม หากมนุษย์ใดรุกล้ำเข้าสู่พื้นที่นั้น จะทำให้พระยานาคาลงโทษและลากร่างของคนนั้นไปยังโลกใต้ทะเลทันที
นี่คือความเชื่อที่ขาดเหตุผล...แต่ความจริงที่ได้รับการเปิดเผยคือผู้เคราะห์ร้ายมักเป็นชายที่ดื่มสุราแล้วเกิดความคึกคะนองและว่ายน้ำในทะเลในขณะที่ขาดสติ ทำให้ไม่สามารถต้านทาน “คลื่นใต้น้ำ” ที่แรงได้...จึงถูกทะเลกลืนกินไปในที่สุด
แต่ในความเชื่อที่เกิดจากพลัง“ศรัทธา”และเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานกันมา คือ “ความเลื่อมใส” ที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ปลอดจากสิ่งชั่วร้ายแม้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ อุปมาเหมือนเหตุการณ์เมื่อร้อยปีก่อนที่ โสธร เทพนุเคราะห์ นายกสมาคมประมงสุนทรภู่ ชาวบ้านมะขามป้อม อ.แกลง ได้เก็บข้อมูลนี้มาถ่ายทอดในงานเขียนโปรแกรมท่องเที่ยวในเส้นทาง “สายมู” หรือ “อะเมซิ่ง มูเตลู” ในถิ่นเกิดของตนเอง...

โสธรได้นำเสนอจุดเด่นของ “ศาลเจ้าแม่พิมพ์” ซึ่งบางคนเรียกขานว่า “ศาลเจ้ามรกตแม่พิมพ์” ตั้งอยู่บริเวณหาดแม่พิมพ์ ตำบลกร่ำ และมีความศักดิ์สิทธิ์มาช้านานตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวด... “ไม่ปรากฏปีที่สร้างศาลแห่งนี้” โสธรกล่าวว่า “รู้แต่ว่ามีมาก่อนที่ปู่ภู่จะเดินทางมาเยี่ยมพ่อที่บวชเป็นพระที่วัดป่าบ้านกร่ำและเขียนนิราศเรื่องแรกในปี 2349”
ในอดีต ศาลแห่งนี้เป็นเพียงศาลขนาดเล็ก จนกระทั่งปี 2509 หน่วยศิลปากรได้จัดทำรูปเจ้าแม่เพื่อถวายให้ผู้คนมากราบไหว้ โดยมีความเชื่อว่าผู้ที่มาจุดธูปและตั้งจิตอธิษฐานจะได้รับสิ่งที่ขอคืนกลับไป
O O O O

บันทึกของโสธรเกี่ยวกับ “เจ้าแม่พิมพ์” ระบุว่าเจ้าแม่เป็นสาวโสดที่ไม่มีคู่ครอง แต่มีความรักในความงาม แม้แต่ดอกลั่นทมที่ปลูกอยู่ริมศาลข้างวัดชากมะกรูดก็หวงไม่ยอมให้ใครเด็ด เคยมีคนแอบเด็ดไป แต่ไม่นานก็ต้องนำกลับมาคืน เพราะไม่สามารถทนกับสิ่งชั่วร้ายที่เกิดขึ้นได้
“ศาลนี้ไม่มีคำสวดให้เห็นจะมีก็แต่กระบอกที่ใส่อุปกรณ์เสี่ยงเซียมซีและคำพยากรณ์ที่ติดบนผนังภายในศาล ซึ่งไม่จำเป็นต้องฉีกจากสมุดพิมพ์เหมือนที่อื่นๆ”

สำหรับนักท่องเที่ยวสายมูรายใดสนใจจะมากราบไหว้ขอพรจากเจ้าแม่ โสธรแนะนำว่า... “สามารถใช้บริการซอฟต์ เพาเวอร์ภูผาทัวร์ของคนท้องถิ่น มีแพ็กเกจบูชาปู่ภู่กับศาลเจ้าพ่อหินทอง ศาลแม่ย่าไทรทอง ศาลหลวงเตี่ยที่ชาวประมงจะมาบนบานก่อนออกทะเล พร้อมเล่าตำนานเสือผ่อนสลัด ภาคตะวันออกให้ฟัง โดยปราชญ์ชาวบ้านแล้วนั่งเรือชมหมู่เกาะมัน”
ส่วนที่ว่าเจ้าแม่พิมพ์เป็นองค์ทิพย์ในวงศ์ใด นิตติยาความเพียร ผู้ดูแลศาลวัย 55 ปี ถ่ายทอดให้ฟัง นางชื่อ “พิมพ์” เป็นธิดาเจ้าเมืองสุพรรณบุรีนามว่า “พัน” ผู้เฝ้าติดตามข่าวช่วงนั้นว่า พม่าหมั่นยกทัพมารบไทยและมั่นใจเมืองสุพรรณฯต้องแตกแน่ๆ เกรงลูกสาวสุดสวยจะตกเป็นเชลยอารมณ์ศัตรู

แต่ก็เชื่อนิสัยนางต้องขัดขืนหรือชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน พ่อจึงชวนลูกลงเรือสำเภาพร้อมพลทหาร พเนจรไปอย่างชาวบ้านมุ่งหน้าสู่ทะเลกว้างอย่างไร้จุดหมาย
ตาพันสั่งให้โหรที่มาด้วยช่วยทำนาย รู้ว่าต้องไปทางตะวันออกฟันฝ่าอุปสรรคธรรมชาติปางตายไปบ้าง แต่ที่สุดแล้วจะปลอดภัยมีคนคอยให้การต้อนรับตั้งแต่หาดบางแสนถึงเขาสามมุข แม่พิมพ์ดีใจเป็นที่สุดเพราะได้พบเพื่อนเก่า “แม่สามมุข”...ก่อนจะเดินเรือต่อไปยัง “ช่องแสมสาร” เอาพลบค่ำ ทันใดนั้น...เกิดพายุพัดสำเภาปะทะโขดหินท้องเรือทะลุเป็นรูใหญ่ แม่พิมพ์ตกใจเป็นลมล้มพับทันที ฝ่ายพ่อพันสาละวนอยู่กับการวิดน้ำนำเรือเข้าจอดเทียบในที่ที่ปลอดภัยและซ่อมแซมเรือ...ที่ตรงนั้นต่อมาคือ “อู่ตะเภา” นั่นเอง
เมื่อลงมือซ่อมเรือเสร็จถึงเริ่มเดินทางต่อผ่านเกาะต่างๆมากมาย แต่ไม่เป็นที่ถูกใจลูกสาวอยู่ดี จนมาถึงแหลมแม่พิมพ์นางได้พบธรรมชาติที่งดงาม มีแหล่งน้ำและอาหารประเภท “มันบุ้ง” หล่อเลี้ยงคนได้ทั้งปี ให้รู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จะได้ยึดหัวหาดอยู่แผ่นดินนี้กับพ่อพันและพลพรรค
โอ โอ โอ โอ

“เมื่อได้ที่อยู่อาศัย” นิตติยาเล่าเรื่องว่า “แม่พิมพ์ใช้โพรงถ้ำในบริเวณนั้นสำหรับฝึกสมาธิจนสำเร็จมรรคผล ส่วนพ่อพันได้แยกตัวไปฝึกธรรมในถ้ำเช่นกัน ผ่านไปหลายวันนางเริ่มรู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับพ่อ จึงรีบไปหาทันทีและพบว่า...พ่อพันได้สิ้นลมในท่านั่งสมาธิอย่างสงบแล้ว”
หลังจากนั้น...แม่พิมพ์ก็จากไปอย่างสงบด้วยอายุที่มาก ชาวบ้านผู้มีความศรัทธาจึงร่วมกันสร้างศาลเพื่อเป็นที่เคารพสำหรับวิญญาณของพ่อพันและแม่พิมพ์ที่วัดชากมะกรูด เพื่อให้ผู้คนได้มาขอพรเสริมสิริมงคล...โดยแม่พิมพ์ไม่เคยปรากฏตัวให้ใครเห็นในรูปกายทิพย์ แต่เคยมีผู้ฝันเห็นและตามคำบอกเล่าของนางได้พบศาลจนสำเร็จ “แม่พิมพ์มักให้พรทุกคำอธิษฐานมากที่สุดคือการขอลูก ส่วนการขอเรื่องหน้าที่การงานและปลดหนี้มักจะรองลงมา ยกเว้นผู้ที่มาขอหวย ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่มาพร้อมกับสาวไทย และเมื่อสมหวังทุกคนจะมาแก้บนด้วยเสื้อผ้าหรือเครื่องสำอางสวยงาม หรือบางครั้งก็มีการนำอาหารคาวหวาน บายศรีและน้ำสีในขวด รวมถึงผลไม้ 9 อย่าง และการแสดงละครรำแก้บน...ซึ่งต้องจัดหาเองจากจันทบุรีหรือบางเสร่ แต่ในระยองไม่มี”

รูปปั้นกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่ตั้งอยู่ริมทะเลหน้าศาลนั้น เกิดจากการที่มีร่างทรงจากจังหวัดกำแพงเพชรมาทำพิธีอัญเชิญด้วยน้ำสีกับผลไม้ 9 ชนิด เพื่อขอให้ท่านช่วยปกป้องลูกเรือในทะเลแถบนี้ สำหรับนิตติยาที่ดูแลศาล...เธอเชื่อว่านี่เป็นการตอบแทนความเมตตาของเจ้าแม่ที่ช่วยให้กำลังใจและความสามารถในการยืนหยัดชีวิตจนถึงทุกวันนี้
“ฉันไม่อายที่จะบอกว่า...เคยเป็นเจ้าของโรงแรมเล็กๆ ขนาด 33 ห้อง บนที่ดิน 2 ไร่ครึ่งในย่านนี้ แต่สุดท้ายล้มละลายจนเคยคิดจะฆ่าตัวตายจนได้พบกับเจ้าแม่ที่เป็นที่พึ่งทางใจ บันดาลให้ฉันได้พบกับสามีชาวเดนมาร์กที่ช่วยสนับสนุนและค้ำจุน รวมทั้งยังช่วยให้ลูกแฝดชายและหญิงได้มีโอกาสเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ฉันจึงตั้งปณิธานที่จะดูแลศาลนี้ไปตลอดชีวิต...และลูกทั้งสี่ก็จะทำตามฉันทุกประการ”
“ศรัทธา”...สามารถนำมาซึ่งปาฏิหาริย์ได้จริงหรือ? เชื่อหรือไม่เชื่อ...โปรดอย่าทำการดูหมิ่น.
รัก-ยม
