วันจาตุรงคสันนิบาต เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญ 4 ประการในพระพุทธศาสนา ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวกผู้บรรลุธรรม ทั้งหมดนี้เป็นการอุปสมบทแบบเอหิภิกขุ หรือการบวชโดยพระพุทธเจ้าเอง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 3 และกลายเป็นประเพณีสำคัญที่ชาวไทยร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความนี้
วันจาตุรงคสันนิบาตคือวันไหน
นักวิจัยจากศูนย์พระพุทธศาสตร์ศึกษา ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ศึกษาที่มาของประเพณี “วันมาฆบูชา” ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยมีการจัดกิจกรรมพระราชกุศลมาฆบูชาในพระบรมมหาราชวัง และเผยแพร่สู่ประชาชนทั่วไป

จาตุรงคสันนิบาตประกอบด้วยอะไรบ้าง
จาตุรงคสันนิบาต คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ (หรือเรียกอีกอย่างว่า จาตุรงคสันนิบาต 4) ซึ่งประกอบด้วย
1. พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มารวมตัวกันโดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า
2. พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า หรือที่เรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา
3. พระสงฆ์เหล่านี้ล้วนบรรลุอภิญญา 6 หมายความว่า ทุกองค์เป็นพระอรหันต์
4. การชุมนุมนี้เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือนมาฆะ หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3
หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงในวันมาฆบูชาคือ “โอวาทปาฏิโมกข์” ซึ่งมีใจความสำคัญดังนี้
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง
กุสะลัสสูปะสัมปะทา
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง
เอตัง พุทธานะสาสะนัง
ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา
นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี
สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต
อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต
ปาติโมกเข จะ สังวะโร
มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง
ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง
อะธิจิตเต จะ อาโยโค
เอตัง พุทธานะสาสะนัง
ความหมายของโอวาทปาฏิโมกข์
การละเว้นจากการทำบาปทุกชนิด การทำความดีให้สมบูรณ์ และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ หลักธรรมทั้งสามนี้คือคำสอนหลักของพระพุทธเจ้า
ขันติ หรือความอดทน เป็นธรรมะที่ช่วยเผาผลาญกิเลสได้อย่างดี ผู้รู้ทั้งหลายยกย่องพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันสูงสุด ผู้ที่ยังทำร้ายผู้อื่นไม่ถือว่าเป็นบรรพชิต ผู้ที่ก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไม่ใช่สมณะ การไม่พูดจาร้าย การไม่ทำร้ายกาย การรักษาศีลในปาฏิโมกข์ การรู้จักประมาณในการกินอยู่ การอยู่ในสถานที่สงบ และการฝึกจิตให้สงบ ธรรมะทั้งหกนี้คือคำสอนของพระพุทธเจ้า
(ที่มา : มหาปทานสูตร พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค มหา. ที.๑๐/๔๐/๔๕)
วันจาตุรงคสันนิบาตมีความสำคัญอย่างไร
องค์ประกอบของวันจาตุรงคสันนิบาตถูกบันทึกไว้ครั้งแรกในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งทรงบันทึกพระราชพิธีที่จัดขึ้นในพระนครตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เพื่อให้การจัดพิธีพระราชกุศลมาฆบูชาดำเนินไปอย่างถูกต้อง
“การมาฆบูชานี้ เดิมทีไม่ได้มีการปฏิบัติ เพิ่งเริ่มขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงปฏิบัติตามแบบโบราณที่นักปราชญ์ได้บันทึกไว้ว่า วันมาฆบูรณมี พระจันทร์อยู่ในฤกษ์มาฆะอย่างสมบูรณ์ เป็นวันที่พระอรหันต์สาวก 1,250 รูปมาชุมนุมกันพร้อมด้วยองค์ประกอบสี่ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์ ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่และเป็นเหตุอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา นักปราชญ์จึงถือเป็นเหตุให้จัดพิธีสักการะพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ 1,250 รูป เพื่อเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสและสังเวช ในพิธีพระราชกุศล เวลาเช้าพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศน์และวัดราชประดิษฐ์ 30 รูปฉันในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลาค่ำเสด็จออกทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการ จากนั้นพระสงฆ์สวดทำวัตรเย็นและสวดมนต์ต่อ มีการสวดคาถาโอวาทปาฏิโมกข์ด้วย เมื่อสวดมนต์จบทรงจุดเทียนรายรอบพระอุโบสถ 1,250 เล่ม พร้อมประโคมอีกครั้ง จากนั้นมีการเทศนาโอวาทปาฏิโมกข์หนึ่งกัณฑ์ ทั้งภาษามคธและภาษาไทย เครื่องกัณฑ์ประกอบด้วยจีวรเนื้อดีหนึ่งผืน เงิน 3 ตำลึง และขนมต่างๆ เมื่อเทศน์จบ พระสงฆ์ที่สวดมนต์รับสัพพีทั้ง 30 รูป การมาฆบูชานี้จัดในเดือนสามหรือเดือนสี่ตามปฏิทินปักขคณนาของธรรมยุติกนิกาย แต่ส่วนใหญ่อยู่ในเดือนสาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติทุกปีไม่ขาด แต่ในรัชกาลปัจจุบันอาจไม่เสด็จออกทุกปี เนื่องจากมักตรงกับการเสด็จประพาสหัวเมือง หากตรงกับช่วงเสด็จพระราชดำเนินก็จะจัดพิธีในสถานที่นั้นๆ”
บางปอิน พระพุทธบาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ และพระแท่นดงรัง ก็มีการจัดพิธีมาฆบูชาในสถานที่เหล่านั้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากในพระบรมมหาราชวัง
จาตุรงคสันนิบาตเกิดขึ้นเมื่อใด
วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ก่อนพระพุทธเจ้าปรินิพพาน 180 วัน หรือวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ก่อน พ.ศ. 1 คือวันจาตุรงคสันนิบาต ส่วนคำว่า “มาฆบูชา” ซึ่งหมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน 3 นั้น เป็นการรำลึกถึงวันจาตุรงคสันนิบาตในปีต่อๆ มาหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน
ความแตกต่างในประเด็นนี้ จึงกลายเป็นคำถามในวิชาพระพุทธศาสนา ที่ให้เติมคำอธิบายเกี่ยวกับวันจาตุรงคสันนิบาตว่า วันดังกล่าวคือวันใด
วันจาตุรงคสันนิบาต มีความสำคัญอย่างไรในทางพุทธศาสนา
วันจาตุรงคสันนิบาต คือวันที่เกิดเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาต 4 ประการ ตามที่ได้กล่าวมา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแจ้งแก่พระอรหันต์ 1,250 รูปที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมายว่า “อีก 3 เดือนข้างหน้า เราจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน” พร้อมทั้งประทาน “โอวาทปาติโมกข์” ดังนั้น สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นจุดชุมนุมจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับพุทธศาสนิกชนที่ต้องการเดินทางตามรอยพุทธสังเวชนียสถาน ไปยังจุดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม นั่นคือ “วัดเวฬุวัน” ในประเทศอินเดีย
ในปัจจุบัน พุทธสังเวชนียสถาน ซึ่งเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมโอวาทปาติโมกข์ เชื่อกันว่าคือลานกำแพงอิฐในเมืองราชคฤห์ โดยมีซุ้มเล็กๆ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประทานพร ซึ่งชาวพุทธนิยมมาเวียนเทียนสักการะเป็นประจำ
จากการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร “ธรรมธารา” พบคำว่า “จาตุรงคสันนิบาต” ในคัมภีร์อรรถกถา แต่ไม่ปรากฏในคัมภีร์ชั้นพระไตรปิฎก จึงมีการสันนิษฐานว่าเรื่องจาตุรงคสันนิบาตถูกเพิ่มเข้ามาในภายหลัง และไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในคัมภีร์พระไตรปิฎก โดยอาจมีการใช้คำอื่นและรายละเอียดที่แตกต่างกันในการบันทึกสมัยก่อน แต่สรุปได้ว่าพิธีกรรมในวันมาฆบูชานั้น เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านพระราชกุศลมาฆบูชาในพระราชนิพนธ์ “พระราชพิธีสิบสองเดือน” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งบันทึกเรื่องราวในรัชสมัยของพระบิดาไว้
ที่มา : พงษ์ศิริ ยอดสา และ วิไลพร สุจริตธรรมกุล, จาตุรงคสันนิบาต (1): บทบาทและที่มาของประเพณีมาฆบูชาในสังคมไทย., ธรรมธารา วารสารวิชาการทางพระพุทธศาสนา ปีที่ 8 ฉบับที่ 2 (ฉบับรวมที่ 15) ปี พ.ศ. 2565
