ในรายการ Thairath Talk ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิดได้เปิดเผยถึงประสบการณ์ชีวิตและการเดินทางที่ไม่ธรรมดาของเขา จากเด็กเกเรที่ไม่ใส่ใจการศึกษา แต่กลับกลายเป็นทนายความชื่อดังที่ได้รับความไว้วางใจจากเหยื่อและผู้คนในสังคม เขายอมรับว่าไม่เคยมีความฝันอยากเป็นทนาย และเคยทำตัวเป็นเด็กเกเรที่ไม่รักการเรียนในวัยเด็ก แต่ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีการเรียนรู้และเปิดใจ

ชื่อ 'ษิทรา' มาจากเหตุการณ์ที่ทนายตั้มต้องเปลี่ยนชื่อหลังจากคำแนะนำของภรรยาในช่วงที่ยังคบหากัน โดยการเปลี่ยนชื่อเป็น 'ษิทรา' ทำให้พฤติกรรมของเขาค่อยๆ ดีขึ้นตามไปด้วย
ทนายตั้มได้เปิดเผยถึงการเปลี่ยนชื่อในอดีต โดยกล่าวว่าในตอนนั้นเขาเป็นเด็กเกเรที่ไม่มีความตั้งใจในการเรียน เมื่อมีการคบหากับแฟนสาวที่เป็นภรรยาปัจจุบัน เธอแนะนำให้เขาเปลี่ยนชื่อ ซึ่งชื่อใหม่ 'ษิทรา' ช่วยให้เขามีทิศทางชีวิตที่ดีขึ้นและพฤติกรรมของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามไปด้วย
ทนายตั้มยังเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กที่ไม่สนใจเรียนเลย โดยเขาเผยว่าเคยเป็นเด็กที่ทำตัวเกเรมากๆ ไม่มีเกรดเฉลี่ยเกิน 2.5 เลยในช่วงประถมและมัธยม และยังเป็นหัวโจกในโรงเรียน ที่ไม่ชอบการเข้าแถวตอนเช้า เพราะกลัวถูกตรวจผม เขาจึงนำเพื่อนๆ ไปหลบแอบครู แต่ไม่เคยทำร้ายใคร เขายังบอกว่าเขาเป็นเด็กที่มีการวางแผนมากกว่า นักวางแผนที่ให้เพื่อนต่อสู้แทน
ทนายตั้มไม่เคยมีความฝันอยากเป็นทนายเลย แต่ชีวิตของเขากลับพาให้มาถึงจุดนี้ จากความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นตำรวจ แต่หลังจากที่ได้ฟังคำแนะนำจากตำรวจท่านหนึ่งเกี่ยวกับความยากลำบากของการทำงานในอาชีพนี้ ทนายตั้มจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางเป็นทนายความแทน แม้ว่าเขาจะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าอาชีพนี้จะต้องรับภาระหนักเหมือนกับตำรวจ
ทนายตั้มได้เปิดเผยว่าในสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขาเลือกเรียนรัฐศาสตร์เพราะตั้งใจว่าจะเป็นตำรวจ แต่เมื่อได้พบกับตำรวจคนหนึ่งที่แนะนำให้เขาไม่ไปเป็นตำรวจ เพราะงานนั้นหนักมาก ต้องเข้าเวรทั้งวันทั้งคืน ต้องรองรับอารมณ์ชาวบ้านและรับเรื่องร้องทุกข์จำนวนมากทุกวัน ทนายตั้มจึงรู้สึกว่าสิ่งนี้หนักเกินไปและตัดสินใจเลือกเส้นทางการเป็นทนายความแทน ซึ่งอาชีพนี้ก็ต้องรับการร้องเรียนจากประชาชนและยังโดนด่าเหมือนตำรวจ (หัวเราะ)
