
หนึ่งในฉากที่มักสร้างความสงสัยในภาพยนตร์หรือละครคือการดูดพิษงูด้วยปากหลังจากถูกกัด แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีนี้ควรทำหรือไม่? นิตยสารวาไรตี้เพื่อสุขภาพ @Rama มีคำตอบ
การดูดพิษงูด้วยปากเหมือนในหนัง เป็นวิธีที่ได้ผลจริงหรือไม่? คำตอบ
เมื่อถูกงูกัด บาดแผลมักปรากฏใน 2 รูปแบบหลักจากรอยเขี้ยว ได้แก่
- แผลจากงูไม่มีพิษ ซึ่งจะเป็นรอยงับคล้ายรอยปาก
- แผลจากงูมีพิษ ซึ่งจะเป็นรอยเขี้ยวงับ มักพบ 2 รู หากเห็นรอยลักษณะนี้ให้สันนิษฐานว่าโดนงูพิษกัด
โดยทั่วไป เมื่อถูกงูกัด ควรหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวบริเวณที่ถูกกัดให้มากที่สุด หรือเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด อาจใช้สิ่งของใกล้ตัวดามอวัยวะส่วนนั้นเพื่อป้องกันการขยับ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที การเคลื่อนไหวมากเกินไปจะทำให้พิษงูแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดเร็วขึ้น เนื่องจากพิษงูใช้การบีบตัวของกล้ามเนื้อเพื่อเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วและมากขึ้น เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์จะตรวจวินิจฉัยว่าเป็นงูพิษหรือไม่ และเป็นงูพิษชนิดใด หากมีอาการเป็นพิษหรือมีข้อบ่งชี้ แพทย์จะให้เซรุ่มแก้พิษงูเพื่อรักษาต่อไป
ในกรณีที่เห็นในละคร เช่น การดูดพิษงูออกด้วยปาก ซึ่งเป็นการพยายามรีดพิษออกจากแผล ทางการแพทย์ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าวิธีนี้มีประโยชน์จริง แต่กลับต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ดูด หากปากมีแผล การดูดพิษอาจทำให้พิษเข้าสู่ร่างกายได้ นอกจากนี้ ในปากยังมีเชื้อโรคจำนวนมาก การดูดแผลอาจทำให้แผลติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การใช้ปากดูดพิษงูจึงไม่ควรทำเมื่อช่วยเหลือผู้ถูกงูกัด และเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น
Volume: ฉบับที่ 12 เดือน มกราคม 2557
Column: Believe it or not
Writer Name: ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
