
สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาผมบาง คงทราบดีว่าการหาวิธีจัดทรงผมให้ดูหนาและสวยงามนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนอาจลองใช้สารเคมีดัดผม ยืดผม หรือต่อผม แต่ก็ล้วนส่งผลเสียต่อเส้นผมในระยะยาว Vogue ขอพาคุณไปพบกับเคล็ดลับพิเศษจากช่างผมระดับโลก Luke Hersheson ผู้มีประสบการณ์ในการจัดทรงผมให้กับดาราและเซเลบริตี้มากมาย เช่น Dua Lipa และ Victoria Beckham เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้ผมบางของคุณดูหนาขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีใดๆ
1.แชมพูและครีมนวดผมไม่ได้ช่วยให้ผมหนาขึ้นจริงหรือ?
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการใช้แชมพูและครีมนวดผมสูตรเพิ่มวอลลุ่มจะช่วยให้ผมหนาขึ้น แต่ Luke Hersheson ช่างผมชื่อดังกลับชี้ว่า สิ่งสำคัญคือ สิ่งที่เราไม่ควรทำ มากกว่า
"การใช้ครีมนวดผมที่ไม่เหมาะสมหรือมากเกินไป อาจทำให้ผมดูหนักและแบนลง ส่งผลให้ผมดูบางลง" Hersheson อธิบาย "ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้มาส์กผมและครีมนวดผมเนื้อหนัก เพื่อช่วยรักษาความหนาและวอลลุ่มของเส้นผม"
แทนที่จะเสียเวลาและเงินไปกับผลิตภัณฑ์มากมาย Hersheson แนะนำให้เราโฟกัสที่วิธีการดูแลเส้นผมดังต่อไปนี้
- สระผมอย่างถูกวิธี: เลือกแชมพูที่เหมาะกับสภาพผม ใช้น้ำอุ่นสระผมและนวดหนังศีรษะเบาๆ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น
- ใช้ครีมนวดผมในปริมาณที่เหมาะสม: ทาครีมนวดผมเฉพาะส่วนปลายผม ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกให้สะอาด
- หลีกเลี่ยงความร้อน: การใช้ความร้อนสูงในการเป่าผม หนีบผม หรือม้วนผมบ่อยๆ ทำให้ผมเสียและแห้งกร้าน ส่งผลให้ผมดูบางลง
- เล็มปลายผมเป็นประจำ: การตัดปลายผมที่แห้งเสียและแตกปลายออกจะช่วยให้ผมดูหนาขึ้นและมีสุขภาพดี
- ทานอาหารที่มีประโยชน์: ทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญสำหรับเส้นผม เช่น ไบโอติน สังกะสี และเหล็ก
- จัดการความเครียด: ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาผมร่วง พยายามหาเวลาผ่อนคลาย ออกกำลังกาย และนอนหลับให้เพียงพอ
2.กุญแจสำคัญสู่ผมหนา: เริ่มต้นจากการตัดผมที่ดี
Hersheson กล่าวว่า กุญแจสำคัญในการทำให้ผมดูหนาคือ การตัดผมที่ดี
"การตัดผมที่ดีเปรียบเสมือนรากฐานของการจัดทรงผมทุกแบบ จำเป็นต้องมีรูปทรงและการตัดแต่งที่ชัดเจนก่อน มิฉะนั้นก็เหมือนกับอาคารที่ไม่มีฐานราก ผมที่ตัดไม่ดีจะไม่สามารถต้านทานแรงโน้มถ่วงได้ เพราะน้ำหนักของมันจะดึงผมลง"
หากไม่มีการตัดผมที่ดี แม้จะใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือจัดแต่งทรงผมราคาแพงแค่ไหน ก็ยากที่จะสร้างวอลลุ่มให้กับเส้นผมได้
3.เพิ่มลูกเล่นด้วยผมสั้นบริเวณหน้าผาก ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น
Hersheson กล่าวว่า การตัดผมสั้นบางส่วนบริเวณด้านหน้า เช่น การตัดหน้าม้าให้ยาวขึ้น หรือการซอยผมไล่ระดับบริเวณใบหน้า สามารถช่วยให้ผมดูหนาขึ้นได้
"เทคนิคนี้ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น แทนที่จะดูแบนตรงและเหมือนม่าน" Hersheson อธิบาย
การตัดผมสั้นบริเวณหน้าผากมีข้อดีดังนี้
- ช่วยดึงความสนใจมาที่ใบหน้า ทำให้ผมดูหนาขึ้น
- เพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้กับทรงผม
- ช่วยพรางรูปหน้า
ทรงผมสั้นบริเวณหน้าผากที่เหมาะกับผมบาง
- หน้าม้าสั้น: หน้าม้าสั้นจะช่วยดึงความสนใจมาที่ดวงตา ทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น
- หน้าม้าปัดข้าง: หน้าม้าปัดข้างจะช่วยพรางรูปหน้าและทำให้ผมดูหนาขึ้น
- ซอยไล่ระดับ: การซอยไล่ระดับบริเวณใบหน้าจะช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้กับทรงผม
Hersheson แนะนำเทคนิคการตัดผมสำหรับผมบางดังนี้
- เลเยอร์: การตัดผมแบบเลเยอร์จะช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับเส้นผม โดยเฉพาะบริเวณโคนผม
- ซอย: การซอยปลายผมจะช่วยให้ผมดูมีชีวิตชีวาและหนาขึ้น
- หน้าม้า: หน้าม้าสามารถช่วยพรางผมบางบนหนังศีรษะได้
- แสกข้าง: การแสกข้างจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากหนังศีรษะและทำให้ผมดูหนาขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่สามารถช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผมบางได้ เช่น
- ดัดผม: การดัดผมจะช่วยให้ผมดูมีวอลลุ่มและหนาขึ้น
- ม้วนผม: การม้วนผมจะช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์ให้กับเส้นผมและทำให้ผมดูหนาขึ้น
- ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม: ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมบางชนิด เช่น สเปรย์เพิ่มวอลลุ่ม มูส หรือครีมจัดแต่งทรงผม สามารถช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผมบางได้
ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ รับรองว่าผมของคุณจะดูหนาขึ้น สุขภาพดี และมีวอลลุ่มมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
4.ผมบางบริเวณขมับและด้านข้าง? แก้ปัญหาด้วย "ฟิลเลอร์ผม"
หลายคนประสบปัญหาผมบางบริเวณขมับและด้านข้างของศีรษะ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น "ฟิลเลอร์ผม" หรือการต่อผมแบบเฉพาะจุดบริเวณด้านข้างศีรษะ สามารถช่วยเพิ่มความหนาของเส้นผมได้
Hersheson อธิบายว่า ฟิลเลอร์ผมเหล่านี้จะถูกติดตั้งอย่างแนบเนียน ไม่ได้ดูเป็นการต่อผมแบบหนาๆ จนดูไม่เป็นธรรมชาติ ดาราหลายคนต่างใช้เทคนิคนี้บนพรมแดง "และคุณอาจจะไม่เคยสังเกตเห็นเลย"
ข้อดีของการใช้ฟิลเลอร์ผม
- ช่วยเพิ่มความหนาของเส้นผมบริเวณที่บาง
- ปกปิดหนังศีรษะที่บาง
- เพิ่มความมั่นใจ
- ติดตั้งและถอดออกได้ง่าย
- ไม่ทำลายเส้นผม
ใครเหมาะกับการใช้ฟิลเลอร์ผม
- ผู้ที่มีปัญหาผมบางบริเวณขมับหรือด้านข้างของศีรษะ
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความหนาให้กับทรงผม
- ผู้ที่ต้องการปกปิดหนังศีรษะที่บาง
- ผู้ที่ต้องการลองเปลี่ยนทรงผมโดยไม่ต้องตัดผมจริง
ข้อควรระวัง
- ควรเลือกฟิลเลอร์ผมจากร้านที่มีมาตรฐาน
- ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้งฟิลเลอร์ผม
- ควรดูแลรักษาฟิลเลอร์ผมอย่างถูกวิธี
ฟิลเลอร์ผมเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง สามารถช่วยเพิ่มความหนาของเส้นผม ปกปิดหนังศีรษะที่บาง และเพิ่มความมั่นใจ
5.เปลี่ยนข้างแสก เพิ่มวอลลุ่มให้ผมง่ายๆ
Hersheson เผยเคล็ดลับเพิ่มวอลลุ่มให้ผมแบบง่ายๆ และรวดเร็ว เพียงแค่เปลี่ยนข้างแสกและสลับผมไปอีกด้าน
"ลองนึกถึงลุคผมปาดข้างสุดคลาสสิกของคิม เบซิงเกอร์" Hersheson อธิบาย "การแสกกลางจะทำให้ผมดูลีบแบน แต่การสลับผมไปอีกด้านจะช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับเส้นผมได้อย่างง่ายดาย"
เทคนิคการสลับผมเพิ่มวอลลุ่ม
- สระผมและเป่าผมให้แห้งสนิท
- แสกผมตามปกติ
- ใช้มือสางผมไปด้านตรงข้ามกับที่แสกไว้
- ใช้ไดร์เป่าผมเป่าผมในทิศทางตรงข้ามกับที่แสก ประมาณ 10-15 วินาที
- จัดแต่งทรงผมตามต้องการ
ข้อดีของการสลับผมเพิ่มวอลลุ่ม
- ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผมที่ดูลีบแบน
- เปลี่ยนลุคให้ดูใหม่โดยไม่ต้องเปลี่ยนทรงผม
- ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
- ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเพิ่มเติม
ข้อควรระวัง
- ผมที่สลับไปอีกด้านอาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติในตอนแรก
- ควรใช้สเปรย์หรือเจลจัดแต่งทรงผมเพื่อช่วยให้ผมอยู่ทรง
- ไม่ควรสลับผมบ่อยๆ เพราะอาจทำให้ผมเสีย
การสลับผมเพิ่มวอลลุ่มเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถช่วยให้ผมของคุณดูหนาขึ้น มีชีวิตชีวา และมั่นใจมากขึ้น
6.ดันผมให้พองที่โคนศีรษะ: เทคนิคสร้างวอลลุ่มแบบ Brigitte Bardot
ยังจำการ "ยีผม" เทคนิคการจัดแต่งทรงผมแบบโบราณได้ไหม? Hersheson บอกเราว่า เทคนิคนี้ยังมีประโยชน์อยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องการสร้างวอลลุ่มให้กับผมบริเวณโคนศีรษะให้ดูหนาขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการยีผมแบบดั้งเดิมที่ใช้หวี
"ใช้แปรงขนผสมดึงผมขึ้นแล้วดันแปรงลงด้านล่างบริเวณโคนศีรษะ เทคนิคนี้จะช่วยสร้างลุคแบบ Brigitte Bardot และช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ" Hersheson อธิบาย
วิธีการดันผมให้พองที่โคนศีรษะ
- สระผมและเป่าผมให้แห้งสนิท
- แบ่งผมส่วนบนออกเป็นช่อเล็กๆ
- ดึงผมแต่ละช่อขึ้นแล้วใช้แปรงขนผสมดันลงด้านล่างบริเวณโคนศีรษะ
- ทำซ้ำกับผมแต่ละช่อจนทั่วศีรษะ
- จัดแต่งทรงผมตามต้องการ
ข้อดีของการดันผมให้พองที่โคนศีรษะ
- ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผมบริเวณโคนศีรษะ
- สร้างลุคแบบ Brigitte Bardot
- ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ
- ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
ข้อควรระวัง
- ควรดันผมเบาๆ ไม่ควรดึงผมแรงๆ เพราะอาจทำให้ผมเสีย
- ไม่ควรดันผมมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผมดูลีบแบน
- ควรใช้สเปรย์หรือเจลจัดแต่งทรงผมเพื่อช่วยให้ผมอยู่ทรง
7.มูสเพิ่มวอลลุ่ม: อีกหนึ่งตัวช่วยผมหนา
Hersheson บอกเราว่า มูสจัดแต่งทรงผมรุ่นใหม่ๆ สามารถช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริเวณโคนผม
มูส Zhoosh สูตรใหม่จาก Hersheson ช่วยให้เส้นผมดูหนาขึ้นและมีวอลลุ่ม โดยไม่ทำให้ผมเหนียวเหนอะหนะ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าลองใช้ ได้แก่ Oribe’s Grandiose Hair Plumping Mousse และ Virtue’s Volumising Mousse
เคล็ดลับในการเลือกมูสเพิ่มวอลลุ่ม
- เลือกมูสที่เหมาะกับสภาพผมของคุณ
- ทดสอบมูสบนช่อผมเล็กๆ ก่อนใช้จริง
- ทามูสบริเวณโคนผมที่เปียกหมาดๆ
- นวดมูสให้ทั่วศีรษะ
- เป่าผมด้วยไดร์เป่าผม
ประโยชน์ของการใช้มูสเพิ่มวอลลุ่ม
- ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผม
- ช่วยให้ผมอยู่ทรง
- ปกป้องผมจากความร้อน
- ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรใช้มูสมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผมดูลีบแบน
- ควรล้างมูสออกให้สะอาดก่อนนอน
มูสเพิ่มวอลลุ่มเป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ลีบแบน หรือต้องการเพิ่มวอลลุ่มให้กับทรงผม
8.เป่าผมให้ถูกวิธี เพิ่มวอลลุ่มง่ายๆ
Hersheson เผยเคล็ดลับการเป่าผมให้ผมดูหนาขึ้น เพียงแค่เปลี่ยนทิศทางการเป่า "เทคนิคง่ายๆ เช่นนี้สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก" Hersheson อธิบาย "แทนที่จะเป่าผมจากด้านบนลง ให้ลองเป่าจากด้านล่างใต้โคนผมขึ้นไป"
วิธีการเป่าผมให้ถูกวิธี
- สระผมและเช็ดผมจนหมาด
- แบ่งผมออกเป็นช่อเล็กๆ
- ถือไดร์เป่าผมไว้ใต้โคนผม
- เป่าลมร้อนจากด้านล่างขึ้นไป
- ทำซ้ำกับผมแต่ละช่อจนทั่วศีรษะ
- จัดแต่งทรงผมตามต้องการ
ข้อดีของการเป่าผมให้ถูกวิธี
- ช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับผม
- ช่วยให้ผมแห้งเร็วขึ้น
- ปกป้องผมจากความร้อน
- ช่วยให้ผมดูมีสุขภาพดี
ข้อควรระวัง
- ไม่ควรเป่าผมด้วยความร้อนสูงเกินไป
- ไม่ควรเป่าผมนานเกินไป
- ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนก่อนเป่าผม
การเป่าผมให้ถูกวิธีเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถช่วยให้ผมของคุณดูหนาขึ้น มีชีวิตชีวา และมั่นใจมากขึ้น
9.เพิ่มมิติให้ผมด้วยสีผม: เทคนิคผมหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
Hersheson บอกเราว่า การใช้ไฮไลท์และสีผมที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มมิติให้กับเส้นผม ทำให้ผมดูหนาขึ้น "เมื่อคุณเริ่มเพิ่มเท็กซ์เจอร์หรือคอนทราสต์ด้วยสี ผมของคุณจะดูมีมิติมากขึ้น และช่วยให้ผมดูหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ" Hersheson อธิบาย "การเพิ่มโทนสีที่แตกต่างกันอย่างละเอียดอ่อนทั่วทั้งศีรษะจะช่วยแก้ปัญหาผมบางได้เป็นอย่างดี"
เทคนิคการใช้สีผมเพื่อเพิ่มมิติ
- ไฮไลท์: การไฮไลท์เส้นผมด้วยสีที่สว่างกว่าสีผมธรรมชาติจะช่วยเพิ่มมิติให้กับเส้นผม ทำให้ผมดูหนาขึ้น
- โลว์ไลท์: การโลว์ไลท์เส้นผมด้วยสีที่เข้มกว่าสีผมธรรมชาติจะช่วยเพิ่มความลึกให้กับเส้นผม ทำให้ผมดูมีมิติ
- บัลayage: เทคนิคการไล่เฉดสีผมแบบธรรมชาติ จะช่วยเพิ่มมิติให้กับเส้นผม ทำให้ผมดูมีชีวิตชีวา
- Ombre: เทคนิคการไล่เฉดสีผมแบบไล่ระดับ จะช่วยเพิ่มมิติให้กับเส้นผม ทำให้ผมดูหนาขึ้น
ประโยชน์ของการย้อมสีผมเพื่อสร้างมิติ
- ทำให้เส้นผมดูหนาและเต็มขึ้น
- สร้างความลึกและมิติให้กับทรงผม
- เพิ่มความสว่างและความมีชีวิตชีวาให้กับผม
- เปลี่ยนสไตล์ได้โดยไม่ต้องตัดผมใหม่
สิ่งที่ต้องระมัดระวัง
- เลือกเฉดสีที่เข้ากับโทนผิวของคุณ
- ขอคำแนะนำจากช่างทำผมมืออาชีพ
- ดูแลเส้นผมหลังย้อมอย่างเหมาะสม
การย้อมสีผมเพื่อเพิ่มมิติเป็นวิธีที่ได้ผลในการแก้ปัญหาผมบาง
