ช่วงนี้หลายคนต่างพากันบ่นถึงอากาศที่ร้อนจัดและดูเหมือนจะร้อนขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อต้องการความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่กลับพบว่ามันไม่ช่วยคลายร้อนได้อย่างที่หวัง เนื่องจากประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง แถมยังทำให้ค่าไฟพุ่งสูงในแต่ละเดือนอีกด้วย แต่คุณทราบหรือไม่ว่าสาเหตุที่เครื่องปรับอากาศอาจไม่ช่วยให้เย็นนั้นอาจเกิดจากข้อผิดพลาดในการใช้งานของผู้ใช้เอง และนี่คือข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
istockphotoistockphoto1.การเลือก BTU ของเครื่องปรับอากาศไม่เหมาะสมกับขนาดห้องที่ใช้งาน
ก่อนตัดสินใจเลือกเครื่องปรับอากาศ ควรพิจารณาขนาดของห้องที่วางแผนจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศนั้น สำหรับการคำนวณ BTU ให้เหมาะสมกับพื้นที่ มีสูตรการคำนวณ BTU ดังนี้
BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ค่าความแตกต่าง
ค่าความแตกต่างแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
600 - 700 = ห้องที่มีความร้อนน้อย ใช้งานเฉพาะช่วงกลางคืน
700 - 800 = ห้องที่มีความร้อนสูง ใช้งานช่วงกลางวันเป็นหลัก
สำหรับผู้ที่ใช้งานห้องบ่อยครั้ง หรือห้องที่มีเพดานสูงและมีแสงแดดส่องถึง อาจจำเป็นต้องเพิ่ม BTU ขึ้นอีกประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้เลือกเครื่องปรับอากาศที่มี BTU มากเกินไป เพราะแม้จะให้ความเย็นได้มาก แต่ก็ไม่ช่วยลดความชื้นในห้อง ซึ่งความชื้นนี้จะทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น แถมยังเป็นการสิ้นเปลืองเงินโดยไม่จำเป็น
istockphotoistockphoto2.เปิดหน้าต่างและประตูขณะที่เครื่องปรับอากาศทำงาน
หลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศคือการดูดอากาศร้อนภายในห้องผ่านสารทำความเย็น ซึ่งจะดูดซับความร้อนจากอากาศนั้น เมื่ออากาศเย็นลงจะถูกส่งกลับเข้าห้อง ส่วนอากาศร้อนจะถูกระบายออกด้านนอก ดังนั้นจึงควรปิดหน้าต่างและประตูให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อนกลับเข้ามาใหม่ และเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศให้ดีที่สุด
istockphotoistockphoto3.ตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป
หลังจากเผชิญกับอากาศร้อนภายนอกบ้านและกลับถึงบ้าน คุณอาจต้องการความเย็นสบายทันทีที่ก้าวเข้ามา แต่เมื่อเข้ามาแล้วกลับพบว่าบ้านร้อนกว่าที่คิด คุณอาจเผลอตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศต่ำลงไปถึง 10 กว่าองศาเซลเซียสเพื่อให้ห้องเย็นเร็วขึ้น แต่นี่เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะการตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไปไม่ได้ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานเร็วขึ้น เช่น หากคุณต้องการให้ห้องมีอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส แต่ตั้งไว้ที่ 18 องศาเซลเซียส เครื่องปรับอากาศจะทำงานจนกว่าห้องจะเย็นถึงอุณหภูมินั้น ซึ่งทำให้ห้องเย็นเกินไปและสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น ดังนั้นควรตั้งอุณหภูมิตามที่ต้องการและปล่อยให้เครื่องปรับอากาศทำงานตามปกติ
istockphotoistockphoto4.ไม่เปิดพัดลมเพื่อช่วยหมุนเวียนอากาศ
หลายคนมักใช้พัดลมเมื่ออากาศร้อน และเปลี่ยนมาใช้เครื่องปรับอากาศเมื่ออากาศร้อนขึ้นหรือรู้สึกไม่สบายตัว แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าเครื่องปรับอากาศจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นหากใช้ร่วมกับพัดลม โดยเฉพาะพัดลมเพดาน เพราะพัดลมช่วยให้อากาศไหลเวียนได้ดีขึ้น ในขณะที่คุณอาจเหงื่อออก พัดลมจะช่วยให้เหงื่อแห้งเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลให้คุณรู้สึกเย็นสบายผิวมากขึ้น
istockphotoistockphoto5.ไม่เปลี่ยนแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ
ไม่ว่าห้องของคุณจะสะอาดเพียงใด ก็ยังมีอนุภาคเล็กๆ ลอยอยู่ในอากาศและถูกดูดเข้าไปในเครื่องปรับอากาศขณะใช้งาน แผ่นกรองอากาศที่สะอาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศ การสะสมของอนุภาคจะลดการไหลเวียนของอากาศ ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น และหากแผ่นกรองสกปรก จะทำให้พลังงานที่ใช้เพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นควรเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ หากใช้เครื่องปรับอากาศทุกวัน ควรเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศเดือนละ 1 ครั้ง หรือหากใช้บ่อย เปลี่ยนทุก 3 เดือน แต่หากเครื่องปรับอากาศมีแผ่นกรองที่ถอดทำความสะอาดได้ ควรถอดออกมาทำความสะอาดหรือหาซื้อแผ่นกรองใหม่มาเปลี่ยน
istockphotoistockphoto6.ลืมทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศระหว่างฤดูกาล
ในช่วงฤดูร้อน คุณอาจใช้เครื่องปรับอากาศบ่อยกว่าฤดูอื่น แต่ไม่ควรลืมทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศระหว่างฤดูกาล เพราะแม้ไม่ได้ใช้งาน เครื่องปรับอากาศก็ยังเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคหอบหืดและโรคระบบทางเดินหายใจ
istockphotoistockphoto7.ไม่มีการบำรุงรักษาที่เหมาะสม
การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือสามารถระบายความร้อนได้เร็วและประหยัดพลังงาน ดังนั้นควรตรวจสอบสภาพเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือหากพบปัญหาที่ผิดปกติ เช่น มีเสียงดังขณะใช้งาน มีน้ำหยด หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบทันที การแก้ไขปัญหาแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าปล่อยให้เครื่องปรับอากาศเสียหายจนต้องเปลี่ยนใหม่
istockphotoistockphoto8.ไม่ให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของความร้อน
หากเป็นไปได้ ควรลดแหล่งความร้อนภายในบ้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศ เช่น หากมีหน้าต่างบานเดียว ควรเพิ่มช่องทางให้อากาศไหลเวียนได้สะดวก ปิดรอยรั่วหรือรอยแตกรอบตัวบ้าน ใช้ม่านหนาสีอ่อนปิดหน้าต่างที่โดนแสงแดด โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของวัน หากทำได้ ควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนบนผนัง หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปที่ทำให้ CPU ทำงานหนัก งดใช้เครื่องซักผ้าหรือเครื่องอบผ้าในขณะที่เปิดเครื่องปรับอากาศ และจำกัดเวลาการปรุงอาหารด้วยเตาอบ หากต้องการอุ่นอาหารอีกครั้ง ควรใช้ไมโครเวฟแทน
