
จากการศึกษาระยะยาวที่ตีพิมพ์ในเดือนกรกฎาคม 2022 ซึ่งติดตามสุขภาพของประชากรกว่า 500,000 คน ที่ไม่มีอาการสมองเสื่อมในระยะเริ่มต้น เป็นเวลานานถึง 11 ปี ผู้เข้าร่วมวิจัยได้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมทางกายภาพที่พวกเขาปฏิบัติเป็นประจำ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมจากประวัติครอบครัว
ผลการศึกษาระบุว่า ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักเป็นประจำ เช่น การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแบบเข้มข้น มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมลดลงถึง 35% นอกจากนี้ การทำกิจกรรมประจำวันในบ้าน เช่น การทำความสะอาดบ้านหรือการกวาดถู ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ถึง 21%
แม้ว่าจะมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อม แต่การออกกำลังกายยังคงมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงดังกล่าว ตามที่ ดร. หวัน ซ่ง (Huan Song) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัย ระบุในบทสัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทมส์
อย่างไรก็ตาม แดน จอนเฮนรี่ (Dan Jonhenry) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและผู้ฝึกสอนประจำแฟรนไชส์ Retro Fitness กล่าวเสริมว่า การออกกำลังกายเป็นเพียงหนึ่งในวิธีป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อมเท่านั้น
"การออกกำลังกายเป็นวิธีป้องกันที่ดี เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงก่อนที่ปัญหาสุขภาพจะเกิดขึ้น" จอนเฮนรี่กล่าว "ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ให้หายขาด"
6 วิธีออกกำลังกายเพื่อลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อม
ดร. แดน จอนเฮนรี่ (Dan Jonhenry) และ ดร. ซิลค์กี้ สิงห์ พาลาจานี (Silky Singh Pahlajani) ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาพฤติกรรมและจิตประสาทวิทยาทางคลินิกจาก Weill Cornell Medicine แนะนำท่าออกกำลังกายต่อไปนี้ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
- การเดินหรือเดินเร็ว: เป็นกิจกรรมที่ง่ายและเหมาะสำหรับทุกวัย
- ปั่นจักรยาน: ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา สะโพก และระบบหัวใจ
- ว่ายน้ำ: การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเสริมกล้ามเนื้อทั้งร่างกายโดยไม่กระทบข้อต่อ
- วิ่ง: ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีและเสริมสร้างระบบหัวใจและหลอดเลือด แต่ควรปรับความเร็วและระยะทางให้เหมาะกับร่างกาย
- คาร์ดิโอ: เช่น การใช้เครื่องเดินวงรีหรือจักรยานในร่ม ช่วยให้ควบคุมความหนักได้ง่ายและสะดวก
- ฝึกแบบวงจร: การสลับท่าออกกำลังกายหลายรูปแบบในเวลาสั้นๆ เหมาะสำหรับเพิ่มความแข็งแรงและความอดทน
คำแนะนำสำคัญ: ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ควรปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเพิ่มความเข้มข้นทีละน้อย เลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และอย่าลืมยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายทุกครั้ง
