
ในปัจจุบันอายุของผู้กระทำผิดในคดีต่าง ๆ มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เรามักเห็นข่าวที่เด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่ออาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเด็กประถมหรือวัยรุ่นที่กระทำความรุนแรงรุนแรงต่อเพื่อน หรือทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นฆ่า คนที่อายุเพียงสิบกว่าก็สามารถกลายเป็นฆาตกรได้แล้ว
การที่เด็กและเยาวชนก่ออาชญากรรมนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมีมานานแล้ว และสิ่งที่น่าตกใจก็คือพวกเขามักจะใช้ความรุนแรงหรือความโหดเหี้ยมในการกระทำความผิด ซึ่งการที่เด็กสามารถก่อคดีใหญ่ๆ แบบนี้ได้ ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติในสังคม แต่ถึงกระนั้นปัญหานี้มักถูกมองข้ามและไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องจากผู้ใหญ่
ปัญหานี้อาจเริ่มต้นจากการใส่ใจจากสถาบันครอบครัว พ่อแม่ควรให้ความสำคัญและสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้ว่าเด็กมีความเสี่ยงที่จะใช้ความรุนแรงหรือไม่ และสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที หากพบพฤติกรรมรุนแรงตั้งแต่ตอนเด็กจะสามารถป้องกันและแก้ไขได้
อารมณ์รุนแรงเกินควบคุม
แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็สามารถแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวได้ เมื่อพวกเขามีการพัฒนาทางอารมณ์ เด็กที่อารมณ์รุนแรงถึงขั้นควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจจะทำลายข้าวของ ทุบตีพ่อแม่หรือทำร้ายคนรอบข้างเวลาที่ไม่พอใจ หากพบว่าการควบคุมยากหรือพวกเขาทำลายสิ่งของหรือทำร้ายตัวเองบ่อย ๆ ควรพาไปพบจิตแพทย์เด็กเพื่อหาทางแก้ไข และเพื่อป้องกันผลกระทบระยะยาวที่จะเกิดขึ้น
พฤติกรรมการเลียนแบบ
การเลียนแบบเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไปในมนุษย์ โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่กำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้และปรับตัว สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กมีอิทธิพลมากในการแสดงออก เมื่อเด็กเห็นพฤติกรรมบางอย่างจากคนรอบข้าง โดยไม่มีใครสอนให้รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรเลียนแบบ เด็กจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ และหากพฤติกรรมนั้นได้รับความสนใจหรือได้รับการยอมรับ พวกเขาก็จะยิ่งเลียนแบบ ยิ่งไปกว่านั้น หากเด็กเติบโตในครอบครัวที่มีความรุนแรง พฤติกรรมเหล่านั้นก็จะซึมซับเข้าไปในตัวเด็ก เพราะเด็กจะเห็นว่าเมื่อพ่อแม่ทำได้ พวกเขาก็สามารถทำได้เหมือนกัน
พิจารณาจากเพื่อนของลูก
เด็กและเยาวชนในวัยที่กำลังเริ่มเข้าสังคมใหม่ ๆ จะพบกับเพื่อนนอกครอบครัว พฤติกรรมของเพื่อนมีอิทธิพลต่อการกระทำของเด็ก เพราะเด็กต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับจากกลุ่มเพื่อน หากเด็กคบเพื่อนที่ไม่ดี อาจจะชักชวนกันทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม เช่น ใช้ยาเสพติดหรือทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน การใช้ความรุนแรงในโรงเรียน ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องคอยสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จับผิดจนทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด การให้คำแนะนำและการสอนให้รู้จักแยกแยะดีชั่วจะทำให้เด็กสามารถเลือกคบเพื่อนที่ดีได้เอง
เคยเผชิญกับความรุนแรงในอดีต
เด็กที่เคยตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวหรือถูกล่วงละเมิดมักมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงในภายหลัง เพราะมีพฤติกรรมเลียนแบบพ่อแม่ที่ทำสิ่งเหล่านั้นโดยไม่เห็นว่าเป็นเรื่องผิด อีกทั้งยังมีบาดแผลในใจจากการถูกกระทำซ้ำ ๆ การประสบกับประสบการณ์เลวร้ายเหล่านั้นทำให้เด็กมักแสดงออกด้วยพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น พวกเขามักขาดความเห็นใจ ขาดการยับยั้งชั่งใจ และมีทัศนคติที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด พร้อมทั้งเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง
การเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย
เมื่อเกิดคดีอาชญากรรมรุนแรง ผู้ก่อเหตุมักถูกตรวจสอบสุขภาพจิตและอาจพบว่าไม่ได้ป่วยทางจิต แต่มีปัญหาพื้นฐานในวัยเด็กที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่ที่ปล่อยปละละเลยไม่คอยอบรมสั่งสอน หรือไม่ยอมรับในตัวตนของลูกส่งผลให้เด็กมีทัศนคติต่อต้านสังคม พวกเขาจึงหันไปใช้ความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหาเนื่องจากไม่เคยรู้สึกปลอดภัยในครอบครัวหรือสังคม พวกเขาคิดว่าความรุนแรงจะช่วยปกป้องตัวเองจากอันตรายต่าง ๆ
