ภาวะหลอดเลือดแข็ง (Atherosclerosis) คือภาวะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือดทำให้ผนังหลอดเลือดหนาขึ้นเรื่อยๆ และมีไขมันสะสมในหลอดเลือด จนทำให้หลอดเลือดตีบตัน การขาดเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ เกิดขึ้น และเมื่อหลอดเลือดเสื่อม ความดันโลหิตสูงขึ้น การสะสมไขมันในผนังหลอดเลือดจะทำให้หลอดเลือดตีบหรือแตกได้ง่ายขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้นหลอดเลือดแดงจะเริ่มเสื่อมตามวัย และสูญเสียความยืดหยุ่น มีหินปูนสะสม ซึ่งปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลสูง จะทำให้หลอดเลือดเสื่อมมากขึ้น ภาวะหลอดเลือดแดงแข็งจึงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ที่อายุเกิน 45 ปี

พญ.รับพร ทักษิณวราจาร อายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพระรามเก้า เล่าว่า “โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในไทย (ข้อมูลจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ปี 2562) และตัวเลขนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แพทย์จึงมีวิธีการตรวจที่หลากหลาย เพื่อวินิจฉัยโรค โดยพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยง เช่น การตรวจเลือด, การเอกซเรย์สมอง, การตรวจ MRI สมอง, การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (carotid duplex ultrasonography)”
การตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (carotid duplex ultrasonography) ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อตรวจสอบหลอดเลือดแดงใหญ่ carotid ที่อยู่ด้านหน้าคอ 2 ข้าง (ซ้าย-ขวา) ซึ่งมีหน้าที่ส่งเลือดจากหัวใจไปยังสมอง เพื่อประเมินภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) ที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง
รังสีแพทย์สามารถตรวจสอบผนังหลอดเลือด และวัดความหนาของผนังหลอดเลือดที่เกิดจากการสะสมของไขมัน รวมถึงการหาคราบหินปูน (calcified plaque) บริเวณหลอดเลือดที่คอ เพื่อตรวจสอบภาวะหลอดเลือด carotid ตีบแคบและวัดความเร็วในการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือด ซึ่งช่วยระบุการลดลงของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง การมีไขมันสะสมในหลอดเลือดแดงแข็งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ อัมพฤกษ์ และอัมพาต
การตรวจ carotid duplex ultrasonography เป็นการตรวจที่ปลอดภัย ไม่เจ็บปวด และมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหาร เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะต่างๆ ที่กล่าวถึงในที่นี้
- ผู้ป่วยที่มีอาการของโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือสงสัยว่ามีโรคนี้ ประกอบด้วยผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้
- เวียนหัว
- เดินไม่ตรง
- แขนและขาอ่อนแรง
- มองเห็นผิดปกติ
- ปวดหัว
- ผู้ป่วยที่มีภาวะโรคหลอดเลือดสมองตีบชั่วคราว (transient ischemic attack หรือ TIA)
- ผู้ป่วยที่มีอาการมองเห็นผิดปกติชั่วคราว (transient visual loss)
- ผู้ป่วยที่แพทย์ฟังเสียงผิดปกติที่หลอดเลือดใหญ่ที่คอ (carotid bruit)
- ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) เช่น โรคเบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง, ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
- ผู้ที่ต้องการติดตามหลังผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ที่คอ
- ผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัดโรคหัวใจบางประเภท เช่น การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ
หากพบภาวะหลอดเลือดแดงที่คอตีบแข็ง (carotid artery stenosis) ล่าช้า อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

พญ.รับพร กล่าวทิ้งท้ายว่า “โรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันได้ หากมีการปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตตามวิธีดังต่อไปนี้”
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือไตวาย ควรทานยาอย่างสม่ำเสมอ และควรใส่ใจสังเกตอาการตัวเอง หากรู้สึกแขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด
- ควรสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างใกล้ชิด และตรวจสุขภาพเป็นประจำ
- เลิกสูบบุหรี่ และลดการดื่มแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสหวานจัด มันจัด หรือเค็มจัด
- ออกกำลังกายเป็นประจำ
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
