
- พบครั้งแรกในประเทศไทยที่สารเคมีในกลิ่นเหงื่อสามารถบ่งชี้ถึงภาวะความเครียดของประชากรในกรุงเทพฯ
- คนไทยกว่า 1.5 ล้านคนกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตและตัวเลขนี้ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในจำนวนนี้ 49.36% หรือเกือบครึ่งหนึ่งมีภาวะเครียดและซึมเศร้า
คุณรู้หรือไม่ว่าในประเทศไทยมีคนประมาณ 1.5 ล้านคนที่ประสบปัญหาสุขภาพจิต และตัวเลขนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 49.36% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้กำลังเผชิญกับภาวะ เครียด และ ซึมเศร้า ซึ่งเกิดจาก การทำงาน และความเครียดจากภาระงานที่ล้นหลามมักมาโดยไม่ทันตั้งตัว หลายคนไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกอยู่ในภาวะเครียดและซึมเศร้าที่อาจเกินความสามารถของจิตใจที่จะรับไหว
ข้อมูลจากทีมวิจัยของคณะแพทยศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ผู้ที่ทำงานในอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงหรือรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของสาธารณะ เช่น ตำรวจ ทหาร หรือเจ้าหน้าที่นักผจญเพลิง มักมีภาวะเครียดและซึมเศร้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงจิตแพทย์ในประเทศไทยยังคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากจำนวนจิตแพทย์ที่จำกัด และกระบวนการวินิจฉัยที่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ อาจทำให้การวินิจฉัยไม่แม่นยำ จึงเกิดการวิจัยหาสารเคมีจากกลิ่นเหงื่อเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
“เรากำลังมองหาวิธีการหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีราคาที่ไม่แพง สำหรับการคัดกรองภาวะทางจิตก่อนที่จะพบจิตแพทย์ ซึ่งเราพบว่าการตรวจสารเคมีจากกลิ่นเหงื่อเป็นวิธีที่น่าสนใจ เนื่องจากไม่ต้องใช้วิธีเจาะเลือดและสามารถตรวจวัดได้จากสิ่งที่จับต้องได้จริง ๆ โดยมีความคลาดเคลื่อนน้อย” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชฎิล กุลสิงห์ จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และทีมวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและภาคเอกชนที่เคยพัฒนาเครื่องมือตรวจเชื้อ โควิด-19 จากกลิ่นสารเคมีในเหงื่อ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการวิจัยนี้
การศึกษานี้ได้ทำการทดลองกับนักผจญเพลิงจำนวน 1,084 คนจาก 47 สถานีดับเพลิงทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการค้นพบกลุ่มสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับความเครียด (แบบระเหยง่าย) ในเหงื่อของบุคคลที่ประกอบอาชีพเดียวกันเป็นครั้งแรก โดยเป็นความเครียดสะสมที่เกิดจากการทำงานและชีวิตประจำวันจริง ๆ ไม่ใช่ความเครียดจากการจำลองสถานการณ์เหมือนในการศึกษาก่อนหน้า ผลการทดสอบแม่นยำถึง 90%
สำหรับการเก็บตัวอย่างเหงื่อ จะใช้ก้านสำลีที่สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อจำนวน 2 ก้าน นำไปเหน็บใต้รักแร้ซ้าย-ขวา ทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นนำก้านสำลีที่มีเหงื่อไปใส่ในขวดปลอดเชื้อเพื่อนำส่งไปยังห้องแล็บเพื่อทำการวิเคราะห์สารเคมีในเหงื่อด้วยเครื่องมือเฉพาะ โดยอากาศในขวดจะถูกฉีดเข้าไปในเครื่องและรอผลการวิเคราะห์ประมาณ 10-20 นาที ซึ่งผลที่ได้จะแสดงในรูปแบบบาร์โค้ดของสารเคมีในตัวอย่างและจะเป็นการคัดกรองเบื้องต้น หากพบว่ามีระดับความเครียดสูง ก็สามารถเข้าพบจิตแพทย์ได้ทันที
“ในอนาคตเราจะขยายการตรวจคัดกรองความเครียดไปยังอาชีพอื่น ๆ ที่ต้องทำงานภายใต้ความกดดันสูง และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพจิต เพื่อให้สามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพจิตได้เร็วขึ้น โดยหวังว่าจะช่วยให้ผู้ที่ประสบภาวะเครียดหรืออาจมีอาการซึมเศร้าได้รับการรักษาทันท่วงที” ผศ.ดร. ชฎิล กล่าวถึงงานวิจัยที่มีเป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้เราเช็คระดับความเครียดของตัวเองก่อนที่จะเข้าสู่ภาวะเครียดและซึมเศร้าเกินจะรับไหว
อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม : นักวิจัยจุฬาฯ พบสารเคมีในกลิ่นเหงื่อเผย “เครียดจัด-ซึมเศร้า” นำร่องคัดกรองสุขภาพจิตนักผจญเพลิงสำเร็จครั้งแรก!
