ผู้เขียนอาศัยอยู่ในโตเกียวมานานกว่า 10 ปี และได้มีโอกาสไปหาหมอทั้งที่คลินิกและโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการไปพบแพทย์และการดูแลสุขภาพของคนญี่ปุ่นให้เพื่อนผู้อ่านได้รู้กันค่ะ
ภาพรวมการไปหาหมอที่โรงพยาบาลในญี่ปุ่น
ทุกครั้งที่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลจะต้องรอนานเพราะต้องรอหมอตรวจคนไข้คนอื่นๆ แต่กระบวนการด้านเอกสารและเวชระเบียนทำได้รวดเร็วมาก เนื่องจากมีหลายช่องทางให้ผู้ป่วยสามารถติดต่อและเข้าพบหมอเฉพาะทางได้ทันที หากต้องตรวจเลือดก็จะมีห้องตรวจที่มีระบบที่รวดเร็วทำให้ไม่ต้องรอนานมาก และการชำระเงินก็สะดวกด้วยหลายช่องให้เลือกทำการชำระ จากนั้นผู้ป่วยจะรับใบเสร็จและไปยื่นใบสั่งยาที่ร้านยาใกล้โรงพยาบาล แม้ว่าจะต้องรอรับยาอีกสักหน่อย แต่ก็เข้าใจได้เพราะเภสัชกรจะตรวจสอบยาอย่างระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

หากลูกมีอาการเจ็บป่วยที่สามารถรักษาได้เองที่บ้าน เช่น โควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสที่ลงกระเพาะ เราจะดูแลรักษาเองที่บ้าน เว้นแต่หากลูกมีอาการปอดอักเสบไข้สูงไม่ลด หรืออาการที่ยากเกินไปสำหรับการดูแลที่บ้าน โรงพยาบาลจะพิจารณาให้ลูกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไปจะต้องนอนในห้องโรงพยาบาลคนเดียว โดยจะมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่มีการอนุญาตให้พ่อแม่อยู่ค้างคืน แต่พ่อแม่สามารถไปเยี่ยมได้ตามเวลาที่กำหนดซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นระหว่าง 11.00-20.00 น. เนื่องจากเป็นแม่คนไทย ผู้เขียนจึงตั้งใจที่จะดูแลสุขภาพลูกให้แข็งแรง ไม่อยากให้ลูกต้องไปนอนโรงพยาบาลคนเดียว
สำหรับผู้ใหญ่ ถ้าต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจะต้องนอนในห้องรวม 4 เตียง เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากประกันสุขภาพ โดยมีพยาบาลคอยดูแลใกล้ชิดและไม่อนุญาตให้ญาติมานอนเฝ้า ยกเว้นในกรณีที่มาถึงในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ สำหรับการเยี่ยมผู้ป่วย ตั้งแต่การระบาดของไวรัส โควิด-19 โรงพยาบาลส่วนใหญ่จะไม่อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมผู้ป่วย นอกจากจะนำของใช้จำเป็นไปให้ผู้ป่วยเท่านั้น
คลินิกเฉพาะทางช่วยลดภาระของโรงพยาบาล
สำหรับอาการป่วยที่ไม่รุนแรง เราสามารถไปหาหมอที่คลินิกเฉพาะทางใกล้บ้านแทนการไปโรงพยาบาลได้ โดยปัจจุบันสามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์หรือออนไลน์ เมื่อถึงเวลานัดหมายก็สามารถยื่นบัตรประกันสุขภาพและบัตรคนไข้ที่เคาน์เตอร์ของคลินิกได้ แม้ว่าจะมีการจองคิวแล้ว แต่บางครั้งการตรวจของหมออาจใช้เวลานาน จึงควรเผื่อเวลาไปประมาณหนึ่งชั่วโมง รวมถึงเวลารอรับยาที่ร้านยา ซึ่งอาจใช้เวลารวมทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง การไปหาหมอที่คลินิกเฉพาะทางช่วยลดภาระของหมอในโรงพยาบาลและลดความแออัดของคนไข้ หากอาการเกินความสามารถในการรักษาของคลินิก หมอจะทำการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ประกันสุขภาพช่วยแบ่งเบาค่ารักษาพยาบาล
หลังจากไปหาหมอแล้ว ผู้ป่วยจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่ายาเพียง 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 70% จะถูกชำระโดยบริษัทประกันสุขภาพ ในเขตที่มีการเก็บภาษีสูง เช่น โตเกียวหรือเมืองใหญ่ๆ เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 ปี จะได้รับการยกเว้นค่ารักษาพยาบาลและค่ายาทั้งหมด

การส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชนทั่วไป
เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและไม่เจ็บป่วยบ่อย ประกันสุขภาพและสวัสดิการจากที่ทำงานมีการสนับสนุนให้ประชาชนได้ตรวจสุขภาพพื้นฐานฟรีทุกปี สำหรับผู้หญิงที่อายุมากกว่า 40 ปี จะได้รับคูปองตรวจมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ฟรีทุกๆ 2 ปี นอกจากนี้ยังมีศูนย์ตรวจสุขภาพครบวงจรที่ช่วยให้สามารถตรวจสุขภาพได้ภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง และสามารถรอผลการตรวจที่บ้านได้ภายในสองสัปดาห์
สำหรับเด็กๆ จะได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่แรกเกิด มีการตรวจสุขภาพประจำทุกปีเมื่อเข้าสู่โรงเรียน ซึ่งจะมีการตรวจอย่างละเอียด หากพบความผิดปกติจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองพาเด็กไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง หากเด็กมีน้ำหนักตัวไม่เหมาะสม เช่น ผอมหรืออ้วนเกินไป โรงเรียนจะมีการแจ้งผู้ปกครองให้ทราบ และบางโรงเรียนจะขอให้พ่อแม่เข้าพบเพื่อขอคำแนะนำในการดูแลสุขภาพของลูก

ระบบการดูแลสุขภาพในแต่ละประเทศนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งไม่สามารถตอบสนองความต้องการของทุกคนได้ครบถ้วน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักมาก แม้ว่าหมอญี่ปุ่นจะมีเงินเดือนเฉลี่ยปีละประมาณ 13,783,000 เยน (ประมาณ 3,422,805 บาท) แต่พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้ป่วยและต้องย้ายไปตามโรงพยาบาลต่างๆ จนบางครั้งแทบไม่มีเวลาให้กับครอบครัว เพื่อบรรเทาภาระของบุคลากรการแพทย์และลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล เราควรหันมาดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้
