เนื้อสัตว์และผักต่างๆ อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย แต่การจับคู่อาหารผิดก็อาจทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่ มาทำความรู้จักกับคู่อาหารที่คนญี่ปุ่นนิยม เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหารให้ร่างกายกันเถอะ
คู่อาหารที่เสริมคุณค่าสารอาหารให้แก่ร่างกาย
1. ทงคัตสึกับกะหล่ำปลี

ทงคัตสึหมูทอดและกะหล่ำปลีสดเป็นเมนูยอดนิยมในญี่ปุ่น กะหล่ำปลีเต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่ช่วยดูดซับไขมันจากทงคัตสึได้ดี อีกทั้งยังอุดมด้วยวิตามิน U ซึ่งช่วยป้องกันการอักเสบในกระเพาะอาหารและทางเดินอาหาร รวมถึงลดอาการปวดท้องจากการทานอาหารทอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ไก่ทอดคาราอาเกะกับมะนาวเหลือง
เมนูไก่ทอดที่เสิร์ฟพร้อมมะนาวเหลืองเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตที่หาทานได้ง่ายในญี่ปุ่น กรดซิตริกจากมะนาวเหลืองช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้อยู่ในสภาพดี และวิตามินซีในมะนาวยังช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคอ้วนที่มาจากการรับประทานอาหารทอดที่มีแคลอรี่สูง
3. หมูและหอมใหญ่

เมนูหมูผัดกับหอมใหญ่เป็นเมนูยอดนิยมในญี่ปุ่น วิตามินบี 1 ที่มีอยู่ในหมูช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกายและช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้ดี นอกจากนี้สารอัลลิลซัลไฟด์ (Allyl sulfide) ที่มีในหอมใหญ่จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบี 1 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4. หอยนางรมและมะนาวเหลือง
หอยนางรมอุดมไปด้วยแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เร่งการสมานแผลและลดการอักเสบในร่างกาย รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการพัฒนาของอวัยวะสืบพันธุ์และการผลิตสเปิร์มในผู้ชาย กรดซิตริกจากมะนาวเหลืองช่วยให้ร่างกายดูดซึมสังกะสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียในหอยนางรมที่อาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ
5. ปลาย่างกับหัวไชเท้าขูด
วิตามินซีในหัวไชเท้าขูดช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุจากเนื้อปลาได้ดีขึ้น นอกจากนี้ หัวไชเท้าขูดยังเต็มไปด้วยเอนไซม์ไดแอสเทส (Diastase) ที่ช่วยย่อยโปรตีนในปลา ทำให้รับประทานปลาย่างได้อย่างอร่อยและสบายท้อง
6. ปลาซาร์ดีนกับบ๊วยดอง

ปลาซาร์ดีน 100 กรัม มีแคลเซียม 70 มิลลิกรัม กรดซิตริกในบ๊วยดองช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็กได้ดีกว่าเมื่อทานปลาซาร์ดีนเพียงอย่างเดียว
อาหารทุกชนิดมีคุณประโยชน์หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ การจับคู่อาหารในเมนูอาหารญี่ปุ่นอาจดูเหมือนแค่เสริมความอร่อย แต่จริงๆ แล้วมันคือภูมิปัญญาที่ช่วยให้เรามีสุขภาพดีจากการกินอาหารอย่างมีความสุข ลองนำหลักการนี้ไปใช้กับอาหารไทยดูนะคะ
