วิตามินซีได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะมันช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสได้ และเมื่อพูดถึงแหล่งของวิตามินซี ผู้คนมักนึกถึงมะนาวเหลือง หรือในกรณีของคนไทยก็จะนึกถึงมะนาวและผลไม้รสเปรี้ยวหลากหลายชนิด แต่ที่จริงแล้วมีผักและผลไม้อีกมากมายที่มีวิตามินซีสูงกว่ามะนาวเหลือง ลองมาดูแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีจากนักโภชนาการชาวญี่ปุ่นกันดีกว่าค่ะ
ประโยชน์ของวิตามินซีที่มากกว่าที่เราคิด

- ช่วยชะลอวัยและป้องกันโรคต่างๆ
วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยชะลอความแก่และป้องกันโรคที่เกิดจากวิถีชีวิต เช่น มะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหลอดเลือดสมอง และกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นต้น - ช่วยรักษาความสวยงาม
วิตามินซีจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว ช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย และยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เป็นสาเหตุของกระและฝ้า อีกทั้งยังช่วยป้องกันผิวไหม้จากแดดที่เกิดจากรังสียูวีได้ด้วย - เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
วิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งมีหน้าที่ทำลายไวรัสและแบคทีเรียที่เข้ามาในร่างกาย และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงอีกด้วย - ช่วยลดความเครียด
วิตามินซีมีบทบาทในการสังเคราะห์สารสื่อประสาท เช่น โดพามีนและฮอร์โมนต่อต้านความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดได้ดี เมื่อมีความเครียดสูง ร่างกายจะใช้วิตามินซีในปริมาณมากเพื่อช่วยปรับสมดุลและลดผลกระทบจากฮอร์โมนความเครียด
ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีมากกว่ามะนาวเหลือง

มะนาวเหลือง 100 กรัมมีวิตามินซี 100 มิลลิกรัม ซึ่งมีปริมาณสูงกว่ามะนาวปกติที่มีวิตามินซีเพียง 29.1 มิลลิกรัม คนส่วนใหญ่คิดว่าวิตามินซีมีมากในผลไม้รสเปรี้ยว แต่จริงๆ แล้วมีผักและผลไม้อีกหลายชนิดที่มีวิตามินซีสูงกว่ามะนาวเหลือง ได้แก่ ผักและผลไม้ต่างๆ ที่มีวิตามินซีในปริมาณ 100 กรัม ดังนี้
- กีวี่มีวิตามินซี 140 มิลลิกรัม
- พริกหวานสีแดง (ดิบ) มีวิตามินซี 170 มิลลิกรัม
- กะหล่ำดาว (ดิบ) มีวิตามินซี 160 มิลลิกรัม
- พริกหวานสีเหลือง (ดิบ) มีวิตามินซี 150 มิลลิกรัม
- พริกหวานสีส้ม (ดิบ) มีวิตามินซี 150 มิลลิกรัม
- บรอกโคลี (ดิบ) มีวิตามินซี 140 มิลลิกรัม
- พาร์สลีย์ (ดิบ) มีวิตามินซี 120 มิลลิกรัม
ตั้งแต่อายุ 12 ปี ขึ้นไป ร่างกายของเราต้องการวิตามินซีประมาณ 85-100 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ในบางกรณี เช่น ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงการติดเชื้อหรือทำงานในสภาพแวดล้อมที่เครียด ก็สามารถเพิ่มปริมาณวิตามินซีได้ตามความเหมาะสม
หากคุณต้องการดูแลการรับประทานวิตามินซีแต่ไม่ชอบรสเปรี้ยวของมะนาว ลองเลือกผักและผลไม้ทางเลือกที่มีวิตามินซีสูงตามที่กล่าวถึงข้างต้นดูค่ะ อย่างไรก็ตาม ผักบางชนิด เช่น บรอกโคลีและกะหล่ำดาวอาจไม่เหมาะกับการรับประทานดิบ ควรเตรียมด้วยการใช้ความร้อนในเวลาเพียงสั้นๆ เช่น 2-3 นาที เพื่อรักษาปริมาณวิตามินซีให้มากที่สุด นอกจากนี้ วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการหั่นและแช่ผักผลไม้ในน้ำเป็นเวลานานค่ะ
