เมื่อ "ปอย-ตรีชฎา หงษ์หยก" ประกาศข่าวดีว่าจะเข้าพิธีแต่งงานกับ "โอ๊ค-ภควา หงษ์หยก" หรือโอ๊ค บรรลุ นักธุรกิจหนุ่มจากภูเก็ต ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้เห็นความงามและบรรยากาศแห่งความสุขของทั้งคู่ โดยพิธีแต่งงานในครั้งนี้จะจัดขึ้นตามประเพณีแบบดั้งเดิมของคนภูเก็ตในวันที่ 1 มีนาคม 2566 ที่จะถึงนี้ ไม่เพียงแค่การรอคอยภาพในวันพิธีเท่านั้น แต่สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ "ชุดแต่งงานของปอย ตรีชฎา" ที่จะสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์และความงดงามในพิธีแต่งงานแบบโบราณที่สืบทอดกันมายาวนานในภูเก็ต
ชุดแต่งงานของปอย ตรีชฎา ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ในพิธีแต่งงานแบบภูเก็ต
ชุดครุย ชุดแต่งกายที่ใช้ในโอกาสพิเศษที่สะท้อนความหรูหราและความสูงส่งของผู้สวมใส่ชุดครุย หรือชุดเกล้ามวยใหญ่ เป็นชุดแต่งกายของผู้หญิงภูเก็ตในสมัยก่อน ตามประเพณีวัฒนธรรมบาบ๋า หรือวัฒนธรรมของชาวลูกผสมที่มีบรรพบุรุษเป็นคนจีนอพยพและคนท้องถิ่น เช่น คนไทยหรือคนอินเดีย ชุดครุยได้รับความนิยมในภูเก็ตและเมืองมะละกาในมาเลเซีย และเกาะปีนัง โดยอาจยากที่จะระบุว่าต้นกำเนิดมาจากที่ใดแน่ชัด ชุดนี้มีมาตั้งแต่กว่า 100 ปีก่อน แต่หายไปในช่วง 50-60 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พร้อมกับการฟื้นฟูความตื่นตัวทางวัฒนธรรมของชาวภูเก็ต
ตั้งแต่อดีต ชุดครุยเป็นชุดเต็มยศที่ผู้หญิงใช้สวมใส่ในโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะงานแต่งงาน ซึ่งในอดีตการออกจากบ้านของผู้หญิงแต่ละครั้งต้องแต่งตัวอย่างเต็มยศ เพื่อสะท้อนฐานะและความมั่งคั่ง
ชุดครุยเป็นชุดเจ้าสาวที่ใช้ในยุคก่อนที่จะมีชุดแต่งงานแบบกระโปรงขาวสากล และในยุคที่มีร้านถ่ายภาพ ผู้หญิงมักเลือกชุดครุยเพื่อไปถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก หรือใช้เป็นภาพในงานศพหลังจากการเสียชีวิต
ลวดลายปักบนชุดครุยของปอย ตรีชฎา ที่ประณีตและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชุดครุยประกอบด้วยเสื้อตัวในที่มีคอตั้งแขนจีบ หรือที่เรียกว่า "เสื้อมือจีบ" ซึ่งเป็นเสื้อสั้นที่มีคอตั้ง และปลายแขนเสื้อมีการจับจีบ ตัวเสื้อผ่าหน้าพร้อมกับกระดุม 5 เม็ดที่เป็นกระดุมกิมตู้น ซึ่งใช้เหรียญต่างประเทศทำเป็นกระดุม โดยวิธีการติดกระดุมจะใช้อุปกรณ์เชื่อมกับห่วงเล็กที่ทำไว้ที่หลังเสื้อ เมื่อสวมเสื้อก็ใส่กระดุมและใช้เข็มกลัดยึดไว้ และเมื่อถอดเสื้อก็สามารถปลดกระดุมออกเก็บได้ การใช้เหรียญทองในการทำกระดุมนั้นอาจเนื่องจากในอดีตยังไม่มีการผลิตกระดุม หรือเพราะเหรียญเหล่านั้นมีคุณค่าทำให้เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องประดับ การใช้กิมตู้นนี้ไม่เพียงใช้เป็นกระดุม แต่ยังสามารถนำมาทำจี้ห้อยคอ หรือร้อยเป็นเข็มขัดได้ด้วย
เสื้อตัวในมักตัดเย็บจากผ้าป่าน ผ้ารูเปีย ผ้าลินิน หรือผ้าลูกไม้ที่มีเนื้อแน่นบางทีก็ใช้ลูกไม้ในการต่อชายเสื้อหรือแขนเสื้อ หรืออาจใช้การปักฉลุหรือปักชกเพิ่มความสวยงาม สีที่นิยมใช้จะเป็นสีอ่อนๆ เช่น ขาว ชมพู หรือฟ้าอ่อน เสื้อในตัวนี้มักใช้สวมใส่ภายในบ้านหรือใช้สำหรับการออกไปทำธุระใกล้เคียง แต่เมื่อมีงานสำคัญหรือออกนอกบ้าน ผู้หญิงจะสวมเสื้อครุยทับอีกทีหนึ่ง
รองเท้าบาบ๋า รองเท้าที่มีสไตล์เฉพาะตัวของชาวภูเก็ตที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมบาบ๋าเสื้อครุยที่คลุมด้านนอกเป็นเสื้อตัวยาวเลยเข่า แขนยาว และผ่าหน้าโดยไม่มีการติดกระดุม แต่จะใช้ "โกสัง" กลัดเพื่อยึดเสื้อเอาไว้ โกสังประกอบด้วย 3 ชิ้น คือ ชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น และชิ้นเล็ก 2 ชิ้น โดยชิ้นใหญ่จะกลัดไว้ที่คอเสื้อ และชิ้นเล็กจะกลัดเรียงลงมาตามลำดับ โกสังมีรูปทรงคล้ายหัวใจที่คว่ำและอาจทำจากทอง, เงิน, นาก หรือประดับด้วยอัญมณีล้ำค่า ขึ้นอยู่กับราคาและฐานะ เนื้อผ้าและสีของเสื้อครุยก็สามารถบ่งบอกถึงโอกาสในการสวมใส่ได้ เช่น หากเป็นชุดเจ้าสาวจะใช้ผ้าแพรหรือผ้าต่วน โดยมักเป็นสีชมพูอ่อน ชมพูบานเย็น หรือสีแดง เพื่อให้ดูแวววาวและโดดเด่น หากเจ้าสาวมาจากครอบครัวคหบดี หรือแต่งงานกับตระกูลที่ร่ำรวย เสื้อครุยอาจจะมีการปักหรือประดับเลื่อมเพื่อให้ดูงดงามยิ่งขึ้น
เมื่อสวมใส่ชุดครุยแล้ว ทรงผมของเจ้าสาวจะต้องเกล้ามวยสูงหรือมวยชักอีโบย สำหรับอีโบยคือผมด้านหลัง ส่วนอีเป๋งคือผมสองข้างที่ด้านหน้าซึ่งโป่งออก และมวยที่อยู่บนศีรษะจะเรียกว่ามวยหอยโข่ง โดยเจ้าสาวจะครอบมวยด้วยมงกุฎดอกไม้ไหวสีทองที่สวยงาม ซึ่งอาจเป็นดอกไม้ประดิษฐ์หรือทองคำแท้ ขึ้นอยู่กับฐานะของเจ้าสาว
เครื่องประดับที่ใช้ร่วมกับชุดครุย
มงกุฎดอกไม้ไหวที่เจ้าสาวสวมเพื่อเพิ่มความงามและความสง่างามในวันแต่งงานเครื่องประดับที่ใช้ร่วมกับชุดครุยนอกจากโกสัง กระดุมกิมตู้น และครอบมวยที่เป็นสัญลักษณ์ของฐานะแล้ว ยังมีเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ เช่น ปิ่นตั้งหรือเข็มกลัดติดบนอกทั้งสองข้าง ซึ่งมีรูปทรงคล้ายดอกเยอบีร่า โดยจำนวนและขนาดจะขึ้นอยู่กับฐานะของเจ้าสาว สวมสร้อยทองเส้นยาว สวมแหวนสิบนิ้ว ทั้งเพชร ทอง หรืออัญมณีต่างๆ ใส่ทองหูชุม หรือตุ้มหูรูปดอกพิกุลหรือดุ้งติ้ง พร้อมสวมกำไลข้อมือทอง การสวมเครื่องประดับเหล่านี้มากมายยิ่งทำให้บ่งบอกถึงฐานะที่ร่ำรวยและสวมกำไลข้อเท้าพร้อมกับรองเท้ากำมะหยี่ปักเลื่อม ลักษณะคล้ายรองเท้าแตะเปิดหน้าเท้าไม่มีส้น โดยเจ้าสาวอาจสวมถุงเท้าด้วย
