หลายคนเมื่อสะดุ้งตื่นจากการนอนในตอนเช้าอาจพบว่าตัวเองมีอาการเวียนหัว หน้ามืด หรือบ้านหมุน อาการนี้บางครั้งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้รู้สึกอยากอาเจียน ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของหูชั้นในที่ควบคุมการทรงตัว แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน มาเรียนรู้สาเหตุ วิธีการป้องกันและบรรเทาอาการเวียนหัวบ้านหมุนจากคำแนะนำของคุณหมอญี่ปุ่น พร้อมทั้งบทความต่อไปจะพูดถึงวิธีป้องกันและบรรเทาอาการนี้กันเพิ่มเติมค่ะ
สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนและอาเจียนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า

1. ร่างกายขาดน้ำ
การขาดน้ำในร่างกายอาจทำให้เกิดอาการคล้ายกับโลหิตจาง เช่น มึนหัวและคลื่นไส้ หากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่จากการหายใจและเหงื่อในขณะหลับ เมื่อร่างกายขาดน้ำอาจทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการนี้ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน
2. โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (Benign paroxysmal positional vertigo: BPPV)
โรคนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดสำหรับอาการเวียนหัวบ้านหมุน โดยเกิดจากการที่ตะกอนหินปูนหรือแคลเซียมในหูชั้นในซึ่งมีบทบาทในการควบคุมการทรงตัวของร่างกายเกิดการเคลื่อนตัวหรือหลุดออกมาเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมื่อมีการขยับศีรษะ ตะกอนเหล่านี้จะเคลื่อนที่ไปในของเหลวในหูชั้นในและกระทบต่ออวัยวะทรงตัว ทำให้รู้สึกเวียนหัวโดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรงและหายไปในไม่กี่วินาทีถึงสองนาที แต่หากยังคงมีอาการอยู่ ควรไปพบแพทย์หูคอจมูกเพื่อทำการรักษา
3. ความผิดปกติเมื่อมีการเปลี่ยนท่า
การเปลี่ยนท่าทาง เช่น การลุกจากท่านอนหรือการนั่งจากการยืน อาจทำให้เกิดอาการเวียนหัวเมื่อตื่นนอน สาเหตุเกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอและส่งผลให้ความดันเลือดลดลงต่ำ จนมีผลกระทบต่อระบบประสาทอัตโนมัติ อาการนี้มักพบในเด็กตั้งแต่ระดับประถมถึงมัธยมที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ โดยในหลายกรณีอาการเวียนหัวจะค่อยๆ หายไปในช่วงบ่าย
4. ความดันโลหิตต่ำ
ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำคือคนที่มีค่าความดันโลหิตในขณะที่หัวใจบีบตัวต่ำกว่า 100 มิลลิเมตรปรอท (mmHg) และค่าหัวใจในขณะที่หัวใจคลายตัวต่ำกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท แม้จะมีค่าความดันโลหิตต่ำแต่ไม่จำเป็นต้องเจ็บป่วยเสมอไป อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการ เช่น วิงเวียน ใจสั่น ปวดหัว หรือรู้สึกไม่สบายจนทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ อาการเหล่านี้สามารถได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันโลหิตต่ำ และหากอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์โรคหัวใจเพื่อรับยาที่ช่วยควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติและยาเพิ่มความดันโลหิต
5. โรคน้ำในหูไม่เท่ากันหรือโรคมีเนียร์ (Meniere’s disease)
โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเกิดจากความผิดปกติในหูชั้นใน โดยมีการสะสมของของเหลวในหูชั้นในมากขึ้น ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุนอย่างรุนแรงและเป็นซ้ำๆ โรคนี้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีอาการอื่นๆ เช่น หูอื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ไมเกรน ความดันในหูชั้นในสูงขึ้น และสูญเสียการได้ยิน สาเหตุของการสะสมของเหลวในหูชั้นในยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าอาจเกิดจากความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือการนอนหลับไม่เพียงพอ การรักษาทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและการใช้ยารักษา

6. โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
นอกจากอาการเวียนหัวแล้ว อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดหัวอย่างรุนแรง พูดไม่ชัด หรือหมดสติ หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมอง
อาการเวียนหัวบ้านหมุนที่เกิดจากโรคต่างๆ ถือเป็นอาการที่ไม่พึงประสงค์ หากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นควรสังเกตอาการตัวเอง หากเริ่มมีอาการบ่อยขึ้นหรืออาการทวีความรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ โปรดติดตามวิธีการบรรเทาและป้องกันอาการเวียนหัวบ้านหมุนเมื่อตื่นนอนในบทความถัดไปค่ะ
หากมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า เราสามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นและมีวิธีป้องกันอย่างไร? คำตอบทั้งหมดจะถูกเปิดเผยในบทความ “รู้วิธีบรรเทาและป้องกันอาการ “เวียนหัวบ้านหมุนเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า” จากคุณหมอญี่ปุ่น”
