จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขพบว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับสองในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนมากที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก ทั้งในเรื่องสาเหตุ อาการ และวิธีการตรวจคัดกรอง ทำให้มีการตรวจคัดกรองในระดับที่ต่ำ และมักตรวจพบในระยะที่ลุกลามจนรักษาได้ยาก
Mytour รวบรวมข้อมูลสำคัญ 5 เรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก ตั้งแต่สาเหตุ กลุ่มเสี่ยง การป้องกัน และวิธีการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง
1.มะเร็งปากมดลูกเกิดจากสาเหตุใด?
มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ผ่านการสัมผัสกับรอยแผลหรือบาดแผลในช่องคลอด เยื่อบุผิวของปากมดลูก รวมถึงบริเวณรอบทวารหนักและปลายองคชาติ เมื่อเชื้อ HPV เข้าสู่ร่างกายเป็นครั้งแรก ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามต่อสู้เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่ถ้าเชื้อไวรัสไม่หายไป จะทำให้เซลล์ในปากมดลูกมีความผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งปากมดลูก
2.กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง
มะเร็งปากมดลูกสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะเคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ แม้ว่าการติดเชื้อ HPV มักติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเสี่ยง เช่น การเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือการมีบุตรหลายคน ผู้หญิงที่มีคู่นอนเพียงคนเดียวก็อาจเสี่ยงติดเชื้อ HPV ได้หากฝ่ายชายมีเชื้อ อีกทั้งยังสามารถติดต่อผ่านการสัมผัส การสูบบุหรี่ และผู้ที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือผู้ติดเชื้อเอชไอวี
3.อาการที่ควรสังเกต
มะเร็งปากมดลูกในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่หากเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น มีตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปน ปวดท้องน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเจ็บหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด ประจำเดือนยาวนานเกินไป หรือเลือดออกจากช่องคลอดหลังหมดประจำเดือนแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย

4.การตรวจคัดกรองควรทำบ่อยแค่ไหน
American Cancer Society (ACS) หรือ สมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหลังจากเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกประมาณ 3 ปี หรือถ้าหากไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไป สำหรับระยะห่างในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หากตรวจด้วยวิธี Pap smear ควรทำทุกปี
ถ้าเลือกใช้วิธี Liquid-based cytology: LBC ควรทำการตรวจทุก 2 ปี โดยเหตุผลที่ต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำก็เพราะว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่พัฒนาช้า ใช้เวลานานกว่าจะกลายเป็นมะเร็ง แต่สามารถรักษาหายได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ
5.การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสามารถทำได้ด้วยตัวเอง
แม้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะเข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แต่การตรวจแบบดั้งเดิมที่ต้องขึ้นขาหยั่งมักทำให้รู้สึกกลัว กังวล และเขินอาย ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล เพียงแค่ใช้ชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์เก็บสิ่งส่งตรวจและส่งกลับไปที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ตรวจที่ร่วมรายการ เพื่อตรวจหาการติดเชื้อไวรัส HPV ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกโดยตรง อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการตรวจคัดกรองด้วยตัวเอง
[Advertorial]
