โดยทั่วไปแล้วช่วงเวลาที่เรามักจะสร้างบ้านมักเป็นช่วงที่เรายังหนุ่มสาว ร่างกายยังแข็งแรง ไม่มีปัญหาสุขภาพ จึงทำให้เรามักมองข้ามไปถึงอนาคตเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพและความคล่องตัว ร่างกายจะเริ่มเสื่อมถอย สายตาอาจจะเริ่มฝ้าฟาง และเรี่ยวแรงลดลง การสร้างบ้านในช่วงที่ยังแข็งแรงอาจไม่เหมาะกับสภาพในอนาคตที่เปลี่ยนไป

การออกแบบที่ตอบโจทย์ทุกวัยที่เรียกว่า Universal Design (UD) จึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหานี้ โดยการออกแบบที่เหมาะสมกับทุกคน ตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ รวมถึงคนที่มีความพิการในด้านต่างๆ เช่น การใช้รถเข็น หรือผู้ที่มีปัญหาทางการมองเห็น เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานบ้านได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น
การออกแบบ UD เริ่มต้นจากการกำจัดอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในการเข้าถึงพื้นที่ เช่น การใช้มือจับแบบเขาควายแทนลูกบิดที่เป็นหัวกลม การออกแบบทางเข้าและประตูที่กว้างพอสำหรับผู้ใช้ไม้เท้า รถเข็น หรือผู้ที่มีความจำเป็นในการเคลื่อนย้ายให้สามารถเข้าถึงได้สะดวก รวมถึงการออกแบบความสูงของทางเดินที่ไม่ควรมีสิ่งกีดขวางที่อาจทำให้คนชนศีรษะ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการทำให้ทุกพื้นที่ภายในบ้านมีความชัดเจน แม้แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางสายตา ต้องเลือกใช้สีหรือสัญลักษณ์ที่ทำให้เห็นได้ชัดเจน เช่น บริเวณที่มีความต่างระดับ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุภายในบ้าน และควรมีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่ให้พื้นที่มืดหรืออับทึบ

ถัดไปคือการจัดเตรียมความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บ้าน เช่น การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย ตำแหน่งปลั๊กไฟและสวิตช์ไฟควรอยู่ในระดับที่สามารถเอื้อมถึงได้ แม้แต่ผู้ที่นั่งรถเข็น ในห้องน้ำควรมีพื้นที่กว้างพอให้รถเข็นสามารถหมุนได้ รวมถึงการติดตั้งราวจับเพื่อช่วยในการลุกนั่ง และต้องมีอุปกรณ์มั่นคงบริเวณอ่างล้างหน้า และพื้นที่อาบน้ำต้องมีที่นั่ง รวมถึงพื้นและทางเดินทุกจุดต้องไม่ลื่น และมีอุปกรณ์เพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
