ไฮไลต์
- อูน - ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ คือเจ้าของแบรนด์ Diamond Grains กราโนล่าคลีนที่แรกในประเทศไทย และยังเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในโลกโซเชียล
- ล่าสุด เธอได้ปล่อยเพลง "เฮอร์ไมโอน้อง" ที่กลายเป็นเพลงฮิตที่ทุกคนสามารถร้องตามกันได้
- ด้วยการมีหลายบทบาทในชีวิต อูนจึงต้องรู้จักการตั้ง “ลิมิต” ของตัวเอง แต่เธอไม่เคยยอมแพ้ที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะเธอไม่อยากเสียดายที่ไม่ได้ทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต
- อูน ชนิสรา เชื่อว่าควรมองโลกอย่างตรงไปตรงมา อย่ามองโลกในแง่ร้ายจนทำให้กลัว และไม่กล้าทำอะไร แต่ก็ไม่ควรมองโลกในแง่ดีจนเกินไปจนลืมระวังตัว
“อยากเป็นเฮอร์ไมโอนี่ จะเสกให้พี่มารักแต่หนู จะทำให้พี่ได้รู้ ว่ารักกับหนูจะฟินไม่ไหว”
แม้เพลง "เฮอร์ไมโอน้อง" จะเป็นผลงานเพลงแรกของ "อูน - ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์" แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเธอประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องที่มีเพลงไวรัลที่ใคร ๆ ก็ร้องตามได้ แต่บทบาทนักร้องก็ไม่ใช่สิ่งแรกที่นำความสำเร็จมาให้เธอ เพราะอูนยังเป็นนักธุรกิจที่ปฏิวัติวงการอาหารเพื่อสุขภาพในเมืองไทย และเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ได้รับความนิยมในโลกโซเชียล ผู้ที่ไม่รับงานสปอนเซอร์ แต่เลือกทำคอนเทนต์ตามใจตัวเอง
จากนักธุรกิจสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์
"อูนเป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่เด็ก ดังนั้นชีวิตอูนแทบจะไม่ได้สัมผัสกับอาชีพอื่น ๆ เลย และอูนก็ไม่รู้เลยว่าถ้าชีวิตอูนไม่มีธุรกิจ มันจะออกมาเป็นอย่างไร" ชนิสราเล่าเปิดใจ
อูน - ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์ คือเจ้าของแบรนด์ Diamond Grains กราโนล่าคลีนเจ้าแรกในประเทศไทย ที่เปลี่ยนอาหารเพื่อสุขภาพธรรมดาให้กลายเป็นเมนูแสนอร่อย และยังเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในวัยเยาว์จนกลายเป็น “อายุน้อยร้อยล้าน” ที่โด่งดังมากในประเทศไทย แม้ว่าเธอจะเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง แต่ชนิสรากลับบอกว่า การทำธุรกิจไม่ใช่การใช้ชีวิตหรูหรา แต่เป็นการทำงานที่เต็มไปด้วยการแก้ไขปัญหาทุกวัน ซึ่งเธอยืนยันว่า "อูนตื่นขึ้นมาทุกวันเพื่อแก้ปัญหา และอูนก็พยายามทำให้มันดีขึ้น"
อูน - ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์นักร้องเจ้าของเพลง “เฮอร์ไมโอน้อง”
ชนิสราเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเพลง "เฮอร์ไมโอน้อง" ว่าเกิดจากสองเหตุการณ์ หนึ่ง เธอได้รับอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ผลงานจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ เพื่อสร้างสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยกำลังจะทำคอลเลกชั่น Bruch Time Collectibles ซึ่งเกี่ยวข้องกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ จึงต้องการสร้างเพลงสำหรับสินค้าคอลเลกชั่นนี้ และสอง คือมีแอปพลิเคชั่นหนึ่งติดต่อให้เธอลองทำเพลง
อูน - ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์"ตอนนี้สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของอูนคือเวลา ถ้าอูนสามารถแบ่งเวลาไปทำอะไรได้ แสดงว่าสิ่งนั้นต้องออกมาดี เพราะถ้าอูนทำไม่ดี อูนจะไม่ทำเลย แต่ถ้าทำได้ดีแล้ว อูนก็จะพยายามทำให้มันดีที่สุด ซึ่งพอทำเสร็จแล้ว อูนติดต่อพี่แอ้ม (อัจฉริยา ดุลยไพบูล์) ปรากฏว่าทำไปทำมามันกลายเป็นงานที่อูนอินมากขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้มันดีขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดเมื่อแอปพลิเคชั่นนั้นไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างที่ทำออกมาจึงเป็นงานที่อูนทำเองทั้งหมด จนมันกลายเป็นผลงานที่เห็นในตอนนี้" เธอเล่า
ไม่กลัวตาย แต่กลัวไม่ได้ทำ
เพราะเป็นคนที่มีหลายบทบาทในชีวิต ชนิสราจึงมีวิธีการจัดการตัวเองที่น่าสนใจ เธอเชื่อว่าไม่มีใครสามารถจัดการเวลาได้จริง ๆ เพราะทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำได้คือ "การจัดการตัวเอง" และรู้จัก "ลิมิต" ของตัวเองเสมอ แม้จะมีหลายสิ่งที่ต้องทำ แต่เธอก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพราะไม่อยากรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำสิ่งต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่
อูน - ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์"อูนต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีชุดความคิดที่ว่า ถึงแม้ร่างกายจะเหนื่อย แต่ใจอูนต้องไม่เหนื่อย และอูนต้องมีชุดความคิดอีกอย่างคือ ถ้าอูนรู้ตัวว่าร่างกายอูนไม่ไหวในวันไหน อูนต้องยอมรับและบอกตัวเองว่า พรุ่งนี้อูนจะต้องพัก และต้องแจ้งน้องให้ล็อกคิวให้เวลานอนให้กับอูน" ชนิสรากล่าว
"หลายคนพูดถึงการกลัวตาย แต่สำหรับอูน อูนไม่ได้กลัวตาย เพราะมันต้องตายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อูนกลัวคือช่วงเวลาที่อยู่ตรงนี้ เพราะอูนกลัวว่าอูนจะไม่ได้ทำสิ่งที่อูนอยากทำ อูนอยากทำทุกอย่าง และอูนเคยผ่านช่วงชีวิตที่กลัว ไม่มีแม้แต่คำว่าโอกาส เพราะฉะนั้น อูนมองทุก ๆ นาทีที่หายใจเป็นโอกาส และไม่รู้ว่าวันไหนมันจะสิ้นสุดลง ดังนั้นวันนี้อูนจึงทำให้เต็มที่ แม้จะผิดพลาด แต่ยังดีกว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย" เธออธิบาย
อย่าให้ความกลัวเป็นอุปสรรค
เมื่อชีวิตมีบทบาทมากมาย ชนิสราจึงได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของ "ความกลัว" ที่ในอดีตเธอเคยกลัวทั้งความผิดพลาดและการเริ่มต้นใหม่ แต่ความกลัวนั้นค่อย ๆ หายไปเมื่อเธอมีประสบการณ์และเรียนรู้มากขึ้น
อูน - ชนิสรา วงศ์ดีประสิทธิ์"เราเกิดมาเป็นมนุษย์ ทุกคนต้องมีความกลัว เพราะความกลัวช่วยให้เราไม่ทำอะไรที่บ้า ๆ หรือประหลาด ๆ จนทำให้ตัวเองเดือดร้อน แต่การจัดการความกลัวให้ดีที่สุดคือการเรียนรู้จากประสบการณ์ ตัวอย่างเช่น ตอนที่ทำ Diamond Grains ปีแรก ๆ อูนร้องไห้ทุกคืน ร้องเก่งมาก เพราะเต็มไปด้วยความกลัว ไม่มีประสบการณ์เลย" ชนิสราเล่า
"แม้จะดูเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่จริง ๆ แล้วอูนมองทุกอย่างในแง่ลบไว้ก่อนเสมอ เพื่อระมัดระวังตัวเอง ซึ่งอูนคิดว่ามันเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเราเผื่อใจในแง่ลบไว้ เมื่อไรก็ตามที่มันเกิดขึ้นเราจะไม่ตกใจ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องไม่ลืมมองในแง่ดีและสิ่งที่เป็นประโยชน์ รวมถึงความสุขและความสามารถในตัวเองด้วย อูนเชื่อว่าเราควรมองโลกตามความจริง อย่ามองโลกในแง่ร้ายจนเกินไปจนกลัวจนสุด หรือมองโลกในแง่ดีจนเกินไปจนลืมระวัง" ชนิสรากล่าวทิ้งท้าย
