
ที่มาของชื่อ "ปิงปอง"
แม่น้อย: ปิงปองเป็นชื่อที่แม่ตั้งให้ เพราะคิดว่าชื่อนี้จะทำให้เขาแข็งแรงไม่เจ็บไม่ไข้ คล้ายกับลูกบอลที่กระเด็นไปมาไม่ค่อยเจ็บอะไรง่ายๆ
ปิงปอง: แล้วทำไมไม่ตั้งชื่อฟุตบอลล่ะ
แม่น้อย: ก็ไม่รู้สิ เขาก็พูดแบบนั้นมา
ชีวิตในวัยเด็กของเด็กชายปิงปอง
แม่น้อย: ปิงปองกินเยอะมากตั้งแต่เด็ก เขาก็อ้วนตลอดเวลานั่นแหละ
ปิงปอง: ตอนเด็กๆ ฉันไม่เคยน่ารักเลยเหรอ
แม่น้อย: บ้านเรานี่ก็จะมีพวกรถข้างทางมาขายของนะ มันมาแล้วก็โบกมือไปมาเหมือนจราจรเลย ซื้อหมดทุกอย่างที่เขาขาย เอาไปทุกรอบ เขาก็จะชอบกินของเยอะ
ปิงปอง: อร่อยจริงๆ นะกับข้าวของบ้านเราไม่ใช่หมู่บ้านปิดไง ของกินที่ขายก็เยอะมาก เช่น โตเกียวไอติม หูหมูก็มีอยู่เยอะเลย แบบนั้น

มีอะไรบ้างที่รู้สึกเหมือนถอดแบบกันมาเลย?
แม่น้อย: ชอบแกล้งแม่ แต่การแกล้งมันไม่ดีนะ เหมือนถอดแบบกัน แม่ก็ร้องลั่นบ้าน พอคนโตบอกแม่ เดี๋ยวก็ได้ยินกันหมด มันก็แกล้งแหละ ยิ่งแม่ร้องยิ่งแกล้งหนักเข้าไปอีก แม่เลยบอกว่า โอ้โห อะไรของมึงเนี่ย
ปิงปอง: คือข้างบนเขาคงจะร้องจนเสียงดังไปทั่ว ข้างล่างก็ทำอะไรไป และคำตอบที่ได้ก็ไม่ตรงกับคำถามที่ถาม เขาถามว่าเราสองคนมีอะไรเหมือนกันบ้าง
แม่น้อย: แล้วมีอะไรเหมือนกันล่ะ
ปิงปอง: ถ้าจะเหมือนกันมากก็คงตอนเด็ก ๆ นะ ตอนนั้นถ้าเดินไปไหนมีแม่กับตา คนจะเห็นเลยว่าหน้าฉันเหมือนตา ไม่เหมือนแม่ ตอนเด็ก ๆ พี่สาวจะเหมือนแม่มากกว่า แต่พอโตขึ้นเริ่มรู้สึกว่าหน้าฉันเหมือนแม่มากขึ้น ส่วนพี่สาวตอนนี้เหมือนพ่อไปซะแล้ว พอเวลาผ่านไปก็เริ่มแยกกันไปอย่างนี้

นิสัยส่วนตัว มีอะไรที่เหมือนกัน มีเลือดแม่ไหม?
ปิงปอง: ฉันเป็นลูกเธอจริง ๆ หรือเปล่า? ฉันถามจริง ๆ ว่าเธอไปเอาลูกของใครมานะ
แม่น้อย: ลูกใครก็ไม่รู้เนี่ย
ปิงปอง: ตอนเด็ก ๆ ฉันน่ารักไหมล่ะ
แม่น้อย: น่ารักมากเลย ปิงปองตอนเด็ก ๆ น่ะเหมือนเด็กญี่ปุ่นเลยนะ ถ้าไปตลาดที่ไหนนี่คนจะหยิกตูดหยิกตัวตลอด แล้วจะมีคนที่ดูแลพาไปที่ตลาดอยู่เสมอ แล้วก็มีทหารอากาศคนหนึ่ง เขาชอบแกล้ง ปิงปองก็จะได้ยินเสียงทหารคนนั้นมาแล้ว เขาก็บอกไปแอบเลย เดี๋ยวเขาจะมาทำอะไรก็ไม่รู้
ปิงปอง: ทหารคนนั้นมาแกล้งฉันเหรอ
แม่น้อย: ใช่เลย แล้วก็มีร้านทำผมที่ชอบแต่งหน้ามาก ๆ เขาแต่งหน้าเสร็จแล้วก็มา พอได้ยินว่าปิงปองอยู่ไหน เขาก็จะบอกว่า พ่อบอก แม่ ๆ เอาหนีไปดูหน้ามันเถอะ มีแต่แป้งเต็มหน้าเดี๋ยวเขาจะมาฟัดจนหน้ามันเป็นผื่นเลย เขาพูดอย่างนั้น หวงลูกจริงๆ
ปิงปอง: จริงเหรอ แล้วรู้ไหม ลูกเป็นกะเทยตอนไหน
แม่น้อย: เป็นกะเทยแม่ไม่รู้เลย ไม่เคยรู้เลยจริงๆ
ปิงปอง: (หัวเราะ)
แม่น้อย: ไม่เคยรู้เลยว่าลูกเป็นกะเทย ขนาดพ่อเองยังสงสัยเลยนะ เขาก็คิดว่าทำไมแต่งตัวแปลก ๆ ปิงปองอ่ะ ทุก ๆ อาทิตย์หรือสองอาทิตย์จะกลับบ้าน พ่อไปเห็นก็คิดว่ากำลังทำงานอยู่เห็นปิงปองเดินมา แต่งตัวแปลก ๆ ใส่กางเกงเหมือนกางเกงเดฟ ๆ อะไรแบบนี้ พ่อคงรู้แล้วล่ะ แต่แม่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ปิงปอง: ขาเดฟใครเขาก็ใส่กัน ตอนนั้นนึกถึงแน็ก ชาลีไหม หรืออะไรสักอย่าง คือในสมัยก่อนถ้าใส่กางเกงขาเดฟก็ถือว่าเป็นแฟชั่นไง งงมากทำไมพ่อเขาถึงไม่เห็นคนอื่นใส่เลยเหรอ
แม่น้อย: เขาซื้อกางเกงมาให้นะ ราคาแพง ๆ ยี่ห้อดี ๆ เลย ซื้อให้ปิงปองตัวละพัน พ่อเอาไปเก็บไว้ในตู้
ปิงปอง: ต้องบอกก่อนนะ เงินในบ้านไม่มีจะจ่ายค่าไฟ แต่ซื้อกางเกงให้ลูกตัวละพัน แปลว่าไงล่ะ ซื้อในห้างด้วยนะ ซึ่งพ่ออยากให้ลูกแต่งตัวดี แต่มันดีในแบบของเขา แต่วัยรุ่นมันรู้สึกว่ากางเกงพวกนี้คือกางเกงทรงลุง ถ้าเขาฮิตเอวต่ำแล้วพ่อซื้อเอวสูงมาให้ นี่จะใส่ไหมล่ะ ก็เลยไม่ใส่ปล่อยไว้ในตู้แทน
แม่น้อย: แม่ยังจำได้เลย วันนั้นปิงปองไปใส่กางเกงที่พ่อซื้อมา พอไปถึงอ้าว คว้าอีโต้เขวี้ยงไปเลย เชื่อไหม แม่งงมาก ลูกไปแล้วกลับมาทีหนึ่ง ไอ้นี่วิ่งหนีใหญ่เลย เป็นไปได้ยังไง
ปิงปอง: วิ่งหนีเลย เพราะเขาไม่ชอบก็เลยไม่รู้ว่าไม่ชอบอะไร ยังเป็นปริศนาจนถึงวันนี้ ไม่ชอบเพราะไม่ชอบให้แต่งตัวบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ตามแฟชั่นนะ ไม่ใช่แต่งหญิงนะ ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้น ก็ยังงงว่าไม่ชอบอะไร แต่ทุกวันนี้ยังเป็นปริศนาอยู่
แม่น้อย: ไม่ เขาคงรู้ว่าไอ้นี่มันแปลก ๆ นั่นแหละ
ปิงปอง: แปลก ๆ เหมือนเป็นตุ๊ดใช่ไหม
แม่น้อย: เป็นตุ๊ดประมาณนี้แหละ แต่แม่ไม่เคยรู้เรื่องเลย ไม่เคยรู้สึกอะไร จนตอนรับปริญญานี่แหละที่แม่ถึงรู้สึก แม่ว่า เอ๊ะ ไอ้นี่มันยังไง มันแปลก ๆ
ปิงปอง: (หัวเราะ)
แม่น้อย: แม่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นอะไร ก็ไม่ได้คิดอะไรว่าจะเป็นแบบไหน
ปิงปอง: อะไรที่ทำให้เธอรู้สึกว่าไอ้นี่มันเป็นตุ๊ดแน่ ๆ
แม่น้อย: (หัวเราะ) ถ้าเป็นก็เป็นไปเถอะ แม่ไม่ได้คิดอะไรมาก
ปิงปอง: ฉันไม่ได้ถามว่าจะเป็นหรือไม่เป็นนะ ฉันถามว่าอะไรที่ทำให้แม่รู้สึกว่าฉันเป็นตุ๊ดแน่ ๆ ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น
แม่น้อย: ก็เพราะว่ามันกระตุ้งกระติ้ง แม่เองก็เพิ่งจะมาคิดดูว่า พ่อคงรู้มาตั้งนานแล้ว
ปิงปอง: แต่ว่าพ่อกับแม่ไม่เคยคุยกันเลยเหรอ ไม่เคยพูดกันเลยเหรอ
แม่น้อย: เขาก็ไม่พูดกัน เขาก็เงียบๆ แต่แม่รู้สึกได้
ปิงปอง: เก็บเอาไว้ในใจนะ
แม่น้อย: แม่เคยคิดอยู่นะว่าคนอื่นเคยแซวว่า เอ๊ะ ไอ้นี่มันเป็นตุ๊ดหรือเปล่า แต่ถ้าพูดไปแล้วลูกได้ยิน แม่ก็คงไม่อยากให้เขารู้สึกเสียใจนะ แม่ก็แอบกังวลเหมือนกัน ถ้าใครพูดถึงลูกแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นนะ
ปิงปอง:
เวลาคุณแม่น้อยได้ยินคนอื่นพูด แม่รู้สึกยังไง?
แม่น้อย: แม่ไม่รู้สึกอะไรหรอก มันจะเป็นอะไรก็ช่างมันเถอะ
ปิงปอง: เป็นไงล่ะ แม่เหมือนกับคนอเมริกันเลยนะ
แม่น้อย: แม่ยังคิดอยู่ว่า อะไรจะเป็นยังไง จะไปคอยจู้จี้อะไรกับลูก แม่ยังคิดว่า ถ้าคนที่เราพูดถึงยังอยู่ก็จะคิดไปอีกแบบนะ แม่ยังคิดว่ามันจะเป็นไปแบบนั้นอยู่เลย
ปิงปอง: หมายถึงว่าเรานั่งคุยกันอยู่ว่า ถ้าสมมติว่าเราเป็นคนทำงานในวงการบันเทิงที่มันคึกคักแบบนี้ เขาจะรับไหวไหม
แม่น้อย: เขาจะรับได้ไหม ประมาณนั้น มานั่งคิดดู
ปิงปอง:
วีรกรรมอะไรที่คุณแม่ทำแล้วทำให้ปิงปองกรี๊ดเสียงสูงบ้างไหม
ปิงปอง: คือทุกครั้งเลย แม่จะเป็นคนทำให้เรารู้สึกแบบ อ๊ายยยย
แม่น้อย: เรื่องนี้แม่ทำไปแล้วหลายรอบ เมื่อก่อนจะไม่ทำ แต่มาทำเอาตอนหลัง
ปิงปอง: ไม่ได้พูดถึงว่าเป็นตุ๊ดหรือปล่อยอะไรแบบนั้นนะ ถามว่า เมื่อกี้นี่คือคิดอยู่แล้วนะ ก็เป็นอะไรก็ปล่อยไปนานแล้ว แต่เขาถามถึงวีรกรรมของแม่น่ะ ว่าอะไรบ้างที่ทำให้เราแบบ อ๊ายย ทะเลาะกันน่ะ
แม่น้อย: ส่วนมากก็จะบอกให้แม่ว่าอ๊าย แล้วแม่ก็อ๊ายตลอดเลย
ปิงปอง: นิสัยของแม่ที่แบบ อ๊ายย ก็คือ แม่เขาติดนิสัยบางอย่าง ตอนที่เราอยู่บ้านเก่า ผนังบ้านเป็นป้ายหาเสียง ฉันนอนอยู่ก็คิดว่า ใครมองฉันอยู่นะ คงมีคนมองฉันแน่ ๆ พอหันไปหาผีไหม ปลายเตียงไม่มี พอหันไปเจอป้ายหาเสียงตั้งอยู่ตรงนั้นเลย แบบมองเราตลอด ส่วนการเก็บของของแม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แม่ไม่ยอมซื้อชั้นวางของมา เก็บของด้วยตะปู ตอก ๆ แล้วใส่ถุงพลาสติกต่าง ๆ ไว้ บางทีก็ใช้ค้อน เทปกาว หรือกาวตาช้าง แล้วแขวนไว้ เรียกได้ว่าเป็นบ้านเก่าแล้ว แต่พอมาอยู่บ้านใหม่แม่ก็ต้องปรับเปลี่ยน ก็บอกแม่ว่าต้องทิ้งได้ทิ้งได้เลยนะ แต่แม่ก็ยังเก็บทุกอย่างไปหมด
แม่น้อย: กว่าจะทำใจได้นะ (หัวเราะ)
ปิงปอง: อ้าว ก็บ้านมันเล็กไง สะเทือนใจนะ จริง ๆ
แม่น้อย: ไม่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่นะ
ปิงปอง:
ความเป็นสุดยอดของแต่ละคน คิดว่าสุดยอดเรื่องอะไรคะ แล้วคิดว่าคุณแม่มีความสุดยอดเรื่องอะไร
ปิงปอง: หนูคิดว่าแม่เก่งเรื่องทำอาหารมาก ทำได้อร่อยจนต้องบอกว่าเป็นสุดยอดเลยนะ
แม่น้อย: จริงเหรอ
ปิงปอง: จริงค่ะ
แม่น้อย: ถึงขนาดไม่ยอมไปกินข้าวในกองเลยนะ
ปิงปอง: จริงค่ะ
แม่น้อย: ทำห่อให้ทุกเช้าเลย
ปิงปอง: ก็กินไง เพราะอยากให้เขามีอะไรทำด้วย ซึ่งที่จริงเรากินง่ายอยู่แล้ว แต่ว่าอยากให้เขาทำเองแล้วเราก็รู้สึกว่า รสชาติที่แม่ทำมันถูกใจเราไง ก็คิดว่าคงเป็นแบบนี้ทุกบ้านเนอะ
คุณแม่คิดว่าเรื่องอะไรที่ปิงปองทำได้สุดยอด จนต้องยกให้ลูกเลย
แม่น้อย:
ถ้าขอพรได้ 1 ข้อมอบให้แก่กัน จะขออะไร
ปิงปอง: ก็ขอให้ยัยน้อยแข็งแรง สมบูรณ์ สดใส ทั้งภายนอกภายใน สืบไป (หัวเราะ) ไม่ขออะไรมากกว่านี้แล้ว ขอแค่ให้แข็งแรง เพราะมันอยู่ในวัยที่ต้องการแรงเยอะเนอะ เธอล่ะอยากขอพรอะไรให้ฉัน
แม่น้อย: ฉันก็จะขอให้มีร่างกายแข็งแรง ระวังสุขภาพดี ๆ แล้วก็ขอให้เราอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ
ปิงปอง: จ้า นึกออกแล้ว เมื่อกี้ที่ถามว่า มีอะไรในตัวแม่ที่ตกกระทบถึงตัวเราเป็น DNA กันบ้าง คิดว่าคืออันนี้เลย ลูกช่างดัดแปลง นึกออกไหม แม่ทุกบ้านก็ต้องเป็น แต่บ้านนี้คงชำนาญหน่อย เพราะลูกช่างดัดแปลงที่คนเห็น คือพอซื้อเสื้อผ้าก็จะเย็บนู่นเย็บนี่ นึกออกไหม ลูกช่างดัดแปลง อย่างลูกแม่ที่เก่งเรื่องทำอาหาร บางทีถ้าไปแข่งมาสเตอร์เชฟ น่าจะมีสิทธิ์เข้ารอบเหมือนกันนะ เพราะว่าให้โจทย์ยาก ๆ เช่นไก่มี แต่มะขามไม่มีทำต้มยำ ก็หาความเปรี้ยวจากอย่างอื่นมาได้แล้วอร่อย ลูกช่างคิดค้นแบบนี้ไม่มีชั้นวางของ ป้าน้อยก็ไปหาถุงมาตอกเข้าไป แล้วเห็นแบบนี้บ่อย ๆ ก็เลยรู้ว่าไม่ยากแต่อย่างใด ซกมกแต่ก็ว้าว อเมซิ่งเลย
ความกตัญญูของปิงปอง
แม่น้อย: ความกตัญญูฉันยกให้เขาเลย เพราะเขาคือคนที่ดูแลทุกอย่างในบ้านหาเลี้ยงจนหมด อยู่กับเขาทุกอย่างเลยนะ
ปิงปอง: เอ่อ... นะอะไรล่ะ
แม่น้อย: ภูมิใจในตัวเขามากจริง ๆ

สิ่งที่อยากบอกกันและกันในวันแม่ปีนี้
แม่น้อย: เอ้า มึงพูดสิ วันแม่ทั้งที ฉันเป็นแม่แล้วจะให้พูดทำไม (หัวเราะ)
ปิงปอง: เอ้า เธอเป็นแม่ นะต้องบอกลูกสิ
แม่น้อย: มึงเริ่มก่อนดิ
ปิงปอง: ฉันขอให้ยัยน้อย ปลงกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ อย่าคิดมาก อะไรที่สละได้ก็ให้สละไปเถอะ พอเรายอมรับมันได้ สละอะไรไปก็จะรู้สึกดีขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น สละไปเรื่อย ๆ ขอให้หัวใจปล่อยวางได้ ขอโชคดีในเรื่องนี้ แล้วขอให้สุขภาพดี ยาวนาน ไม่มีอะไรมาเบียดเบียนร่างกายเราได้ เราจะได้อยู่สบาย ๆ ดูแลลูกหลาน ดูรายการสนุก ๆ ไปเรื่อย ๆ ได้อย่างมีความสุขนะ
คุณแม่อยากบอกอะไรปิงปองในวันแม่
แม่น้อย: วันแม่ก็อยากให้เขารักษาสุขภาพตัวเอง เพราะเขานอนไม่ค่อยหลับตอนกลางคืน
ปิงปอง: ก็คือไม่ค่อยนอนอยู่แล้วค่ะ
แม่น้อย: นอนน้อยแบบนี้ กลัวเขาจะไม่สบาย ก็ต้องระวังตัวเองบ้าง ถึงจะโตแล้วก็ยังต้องดูแลตัวเองนะ ขอให้แข็งแรง อยู่ดีมีสุข ขอให้มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ขอให้ได้อยู่กับแม่ไปนาน ๆ นะ
