อาการปวดเวลาลุกจากที่นั่ง หรือแม้แต่การนั่งนานๆ ก็ทำให้ปวดข้อเข่าและได้ยินเสียงดังกรอบแกรบ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณแรกของโรคข้อเข่าเสื่อมที่โดยปกติพบในผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่ว่าโรคนี้ไม่ได้จำกัดแค่คนวัยชรา เพราะไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนหนุ่มสาวเสี่ยงต่อโรคนี้ได้ โดยวันนี้ นายแพทย์ปณิธาน เรืองศิลป์สุวิทย์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อจากโรงพยาบาลวิมุต จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม ที่ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ไม่ควรมองข้าม
เช็กอาการให้ดี อะไรบ้างที่อาจเป็นข้อเข่าเสื่อม
“โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้องข้อเข่าและดูดซับแรงกระแทกเกิดการเสื่อมสภาพ มักพบในผู้สูงวัย โดยจะทำให้เกิดอาการปวดข้อเข่าหลังจากการเดินหรือยืนนานๆ มีเสียงดังจากข้อเข่าขณะใช้งาน เช่น ตอนขึ้นลงบันไดหรืองอเหยียดเข่า รวมถึงอาการบวมในข้อเข่าจากการใช้งานและการผิดรูปของข้อเข่า เช่น ข้อเข่าโก่งหรือข้อเข่าผิดรูป ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเริ่มต้นของข้อเข่าเสื่อม ควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย โดยแพทย์จะทำการตรวจข้อเข่าเพื่อหาจุดที่มีอาการปวด อีกวิธีหนึ่งคือการเอกซเรย์ข้อเข่าในท่ายืน ซึ่งทั้งสองวิธีนี้สามารถยืนยันได้ว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมหรือไม่ 100%”
นายแพทย์ปณิธาน เรืองศิลป์สุวิทย์ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากข้อเข่าเสื่อมเหมือนผู้สูงวัย แต่ยังคงเสี่ยงได้
“กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นข้อเข่าเสื่อม ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเกิดโรคนี้ รวมถึงผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บที่เข่าจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุอื่นๆ และกลุ่มผู้ที่มีโรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์ หรือโรครูมาตอยด์ ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้”
ความเข้าใจที่ว่าอาการปวดเข่าเป็นเรื่องของผู้สูงวัยอาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะแม้แต่คนวัยทำงานก็อาจมีความเสี่ยง หากพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ เช่น การเล่นกีฬา การประสบอุบัติเหตุ หรือการออกกำลังกายที่อาจทำให้ข้อเข่าบาดเจ็บ รวมถึงการใช้ข้อเข่าผิดวิธี สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับโรคข้อเข่าเสื่อม ดังนั้นไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้หายขาดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ยังอายุน้อยและมีอาการไม่รุนแรง
• การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ได้แก่ การทานยา การทำกายภาพบำบัด การฉีดยา ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มต้นหรือปานกลาง
• การรักษาด้วยการผ่าตัด สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือปานกลาง หากการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดยังไม่เห็นผลดี แพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเป็นทางเลือกในการรักษาต่อไป
ดังนั้น เพื่อให้การใช้ชีวิตประจำวันไม่มีปัญหา ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรเข้ารับการตรวจและการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะหากสามารถตรวจพบและรักษาได้เร็ว จะมีโอกาสรักษาหายขาดได้ทันที
การดูแลสุขภาพข้อเข่าเริ่มต้นได้จากตัวเราเอง
“หากคุณไม่มีอาการหรือความเสี่ยงต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อม แนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อเข่ามาก เช่น การนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งคุกเข่า ซึ่งท่านั่งเหล่านี้จะทำให้ข้อเข่าต้องรับภาระมากเกินไป สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ข้อเข่าจะต้องรับน้ำหนักมากตามไปด้วย และกลุ่มนี้มีโอกาสเสี่ยงต่อข้อเข่าเสื่อมได้เร็วกว่าคนทั่วไป ดังนั้น ควรเริ่มปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สำหรับผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบอื่นๆ เช่น โรคเกาต์ หรือโรครูมาตอยด์ ควรรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากปล่อยให้เกิดอาการบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น”
หากคุณมีอาการเริ่มต้น เช่น ข้อเข่าบวม ปวดข้อ หรือมีเสียงในข้อเข่า ควรเข้ารับการตรวจร่างกายโดยการเอกซเรย์เพื่อหาความผิดปกติ พร้อมทั้งรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้หายขาดได้”
ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ควรใส่ใจดูแลสุขภาพข้อเข่าให้ดี ก่อนที่จะสายเกินไป ในเดือนเมษายนนี้ เดือนแห่งวันครอบครัวและวันผู้สูงอายุ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิมุต ขอมอบแพ็กเกจเอกซเรย์ข้อเข่าในราคา 499 บาท (1 ข้าง) พร้อมคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบบฟรีๆ เฉพาะเดือนเมษายนนี้ ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2565 เท่านั้น
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิมุต ได้ที่เบอร์โทร 02-079-0040 ระหว่างเวลา 08.00 – 20.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine เพื่อปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT Application ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแพ็กเกจได้ทันที
