การเลือกใช้ตู้คอนเทนเนอร์ในการสร้างบ้าน เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากมีรูปทรงที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้าง และคุณสมบัติของเหล็กที่แข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อน

ไอเดียการสร้างบ้านในวันนี้ ใช้งบประมาณประมาณ 500,000 บาทสำหรับตัวบ้านเท่านั้น โดยยังไม่รวมค่าถมที่และการตกแต่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นข้อมูลดี ๆ สำหรับผู้ที่สนใจสร้างบ้านแบบนี้
สร้างบ้านคอนเทนเนอร์ขนาด 100 ตารางเมตร งบประมาณ 500,000 บาท
(โดยคุณ สมาชิกหมายเลข 4146180)
ที่ดินสำหรับปลูกบ้านจากตู้คอนเทนเนอร์นี้มีขนาด 400 ตารางวา โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ของแม่, พี่ชาย, น้องสาว และของเจ้าของบ้าน เราจะมาพูดถึงพื้นที่ที่จะสร้างบ้านตู้คอนเทนเนอร์กัน

เริ่มต้นด้วยการถมที่เพื่อปรับสภาพหน้าดินให้มีความเรียบเสมอกัน

เริ่มค้นหาแบบบ้านจากอินเทอร์เน็ตและสุดท้ายได้แบบบ้านตามภาพนี้

เจ้าของบ้านต้องการใช้พื้นที่ใต้ถุนบ้านให้เกิดประโยชน์ ไม่อยากทิ้งพื้นที่ว่างตามแบบเดิม จึงตัดสินใจทำเป็นที่เก็บของ อุปกรณ์ หรือใช้ทำสวนต่าง ๆ จึงเริ่มเทพื้นด้วยปูน

หลังจากเทพื้นเสร็จ เราก็เริ่มการตั้งเสาเข็มเป็นฐานรากของบ้าน

ใช้เสาเข็มขนาด 9 เมตร จำนวน 4 ต้น โดยเสาเข็มต้นสุดท้ายจะถูกตัดแล้ววางห่างกันเพื่อทำบันไดขึ้นข้างบ้าน

จากนั้นนำตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต high cube จำนวน 2 ตู้ มาวาง ซึ่งเลือกใช้ตู้สูงเพื่อไม่ให้เพดานต่ำเกินไป เพราะตู้คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐานสูงเพียง 2.4 เมตร แต่แบบ high cube จะสูง 2.7 เมตร
ซื้อตู้คอนเทนเนอร์มือสองจากแถวบางนาตราด ราคาตู้ละ 50,000 บาท

เมื่อวางตู้คอนเทนเนอร์เสร็จ ก็เริ่มทำหลังคาเพราะแดดร้อนมาก ใช้หลังคาเมทัลชีทบุโฟมกันร้อนอย่างหนา เนื่องจากไม่ต้องการใช้หลังคากระเบื้องที่มีน้ำหนักมาก



หลังจากที่บ้านมีหลังคาแล้ว ก็เริ่มเจาะและตัดผนังของตู้คอนเทนเนอร์ภายในบ้าน เพื่อเชื่อมพื้นที่ระหว่างตู้ทั้ง 2 ตู้ให้บ้านดูโปร่งและกว้างขึ้น และยังเจาะช่องสำหรับติดตั้งหน้าต่าง
นำผนังเหล็กที่ตัดออกจากตู้มาทำเป็นผนังของบ้าน ผนังห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น โดยตอนแรกได้วางตู้คอนเทนเนอร์เหลื่อมกันและเว้นช่องว่างสำหรับสองห้องนี้


ระหว่างตู้ทั้งสองจะใช้พื้นสมาร์ทบอร์ดที่ยึดกับโครงเหล็กเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ภายในบ้าน

ทำการกั้นโครงเหล็กเพื่อแบ่งสัดส่วนระหว่างห้องนอนและห้องรับแขก

เมื่อสร้างโครงเหล็กเพื่อแบ่งห้องต่าง ๆ เสร็จแล้ว ก็เริ่มกรุผนังด้วยสมาร์ทบอร์ดแผ่นเรียบ พร้อมติดฉนวนกันความร้อนเพื่อป้องกันผนังบ้านจากความร้อน ส่วนห้องครัวเลือกใช้สมาร์ทบอร์ดแบบเซาะร่องเพื่อให้มีสไตล์ที่ดูนุ่มนวลและเป็น vintage มากขึ้น
ในรูปนี้เป็นการกรุผนังห้องครัว ช่องที่เจาะไว้จะทำเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง เพื่อให้แสงแดดและลมเข้ามาถึงอ่างล้างจานพร้อมเคาน์เตอร์ครัวที่ตั้งอยู่ตรงนั้น

สุดทางของบ้านคือห้องน้ำสำหรับแขก ทางซ้ายจะเป็นห้องเก็บของ ส่วนจุดที่ยืนถ่ายรูปคือห้องครัว ซึ่งในขั้นตอนนี้ช่างได้เดินท่อน้ำและสายไฟไว้เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นเริ่มทำการติดตั้งฝ้าเพดาน

ติดตั้งไฟในห้องนอนให้เรียบร้อย

เริ่มปูกระเบื้องในพื้นที่ต่าง ๆ

ติดตั้งอ่างอาบน้ำในห้องน้ำ พร้อมกับปูกระเบื้องในห้องน้ำให้เสร็จสมบูรณ์

เมื่อทำภายในเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เกิดความคิดอยากกรุผนังภายนอกด้วยไม้เชอร่า เพื่อให้มีบรรยากาศเหมือนบ้านต่างประเทศ และยังกลัวว่าผนังตู้คอนเทนเนอร์จะสัมผัสกับแดดโดยตรงแล้วร้อนเกินไป
คิดว่าการกรุผนังภายนอกจะช่วยลดความร้อนลงได้บ้าง เมื่อกรุผนังภายนอกเสร็จและติดประตูหน้าต่าง ก็จะได้หน้าตาแบบนี้

รู้สึกว่ามันยังขาดอะไรไปบางอย่างเลยตัดสินใจซื้อไม้เชอร่ามาตัดทำเป็นบัวประตูและหน้าต่าง ซึ่งทำให้บ้านดูดีขึ้นทันที

บ้านของเราไม่มีประตูหลังบ้าน นี่คือทางเข้าด้านข้างของบ้าน

เมื่อบ้านเสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มจัดการท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้งด้านหลังบ้าน พร้อมทั้งวางแผ่นพื้นรอบบ้าน

วางแผ่นพื้นที่หน้าบ้าน
หลังจากทำไปถึงขั้นตอนนี้ รู้สึกว่าหลังคาบ้านสั้นไปหน่อย เพราะบ้านหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ช่วงเช้าถึงสายแดดเข้ามาทางกลางบ้านเลย จึงตัดสินใจต่อเติมระเบียงหน้าบ้านและทำหลังคายาวออกไป เพื่อใช้เป็นที่จอดรถด้วย

เมื่อทำระเบียงและที่จอดรถเสร็จเรียบร้อย หน้าตาบ้านเริ่มดูเหมือนบ้านจริง ๆ ขึ้นมาแล้ว

ใกล้จะเสร็จแล้ว ก็เลยมีไอเดียอยากทำพื้นที่หน้าบ้านไว้สำหรับนั่งปิ้งย่าง เพราะบ้านเราชอบกินปิ้งย่าง ก็เลยสร้างศาลากล้วยไม้สำหรับนั่งทานกัน ส่วนนี้ค่าแรงช่าง 20,000 บาท และซื้อของอีกประมาณ 10,000 บาท

มีการติดตั้งระแนงแขวนกล้วยไม้

สร้างชิงช้าสำหรับเด็ก ๆ ไว้เล่น

เริ่มทำงานจัดสวนกันบ้างแล้ว


ระหว่างที่กำลังจัดสวนไปด้วย เราก็ไม่ลืมตกแต่งภายในไปด้วย โดยการกรุผนังด้วยสมาร์ทบอร์ด จากนั้นก็เลือกติดวอลล์เปเปอร์เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ มาดูห้องนอนกันบ้าง


ห้องรับแขก




บานประตูตรงที่หลังคานั้นเป็นช่องบริการระบบไฟ ที่สามารถเปิดขึ้นไปเพื่อเข้าไปดูแลระบบไฟที่อยู่บนหลังคาตู้ได้ ช่างก็เลยเดินไฟเอาไว้ในช่องนี้เพื่อให้เวลาขึ้นไปไม่ต้องถือไฟฉาย






สุดท้ายนี้ หากเพื่อน ๆ คนไหนอยากมีบ้านในฝัน แต่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ก็ลองพิจารณาการปลูกบ้านคอนเทนเนอร์ดูบ้างนะ
สรุปค่าใช้จ่ายในการปลูกบ้านคอนเทนเนอร์ รวมทั้งค่าแรง ค่าตู้ และอุปกรณ์ก่อสร้าง ทั้งหมด 500,000 บาท
รวมค่าใช้จ่ายสำหรับติดวอลล์เปเปอร์, แอร์ 4 ตัว, ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ ทั้งหมด 200,000 บาท
