ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับความนิยมในทั้งไทยและทั่วโลก โดยหลายคนหันมาใช้ “พลังงานสะอาด” หรือพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าและลดการปล่อยมลพิษในอากาศ อีกทั้งยังช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศและรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

คุณธงชัย โสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี รูฟฟิ่ง จำกัด ในกลุ่มธุรกิจหลังคา เอสซีจี เปิดเผยว่า ตลาด Solar Rooftop เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่มีการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ส่วนในภาคครัวเรือน การติดตั้งหลังคาโซลาร์ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายต่างๆ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีทำให้ราคาเข้าถึงง่ายขึ้น นอกจากนี้การทำงานจากที่บ้านในช่วงโควิด-19 ยังทำให้การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในช่วงกลางวัน
“เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน” ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมระบบหลังคาโซลาร์สำหรับที่อยู่อาศัย พร้อมโซลูชันครบวงจร มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยร่วมมือกับ Enphase Energy ผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานระดับโลกและอันดับ 1 ของตลาดไมโครอินเวอร์เตอร์ในสหรัฐฯ เพื่อยกระดับการนำพลังงานสะอาดมาใช้ในระบบหลังคาโซลาร์ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน Dave Ranhoff, Chief commercial Officer บริษัท Enphase Energy กล่าวว่า เขารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับเอสซีจี ซึ่งเป็นผู้นำด้านวัสดุก่อสร้างและพลังงานแสงอาทิตย์ในภูมิภาค การใช้ไมโครอินเวอร์เตอร์ Enphase ช่วยให้ระบบโซลาร์มีความคุ้มค่าในการแปลงกระแสไฟฟ้า พร้อมทั้งมาตรฐานการตัดไฟฉุกเฉินในกรณีที่ระบบเกิดปัญหา โดยคาดหวังว่าการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีโซลาร์ในประเทศไทยได้อย่างดี
“เทคโนโลยีไมโครอินเวอร์เตอร์ของ Enphase ถือเป็นระบบที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยการควบคุมการทำงานของโซลาร์แบบแยกแผง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Rapid Shutdown ซึ่งช่วยปิดระบบได้ทันทีตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เรามั่นใจว่าการร่วมมือกับเอสซีจีในครั้งนี้จะยกระดับมาตรฐานของระบบหลังคาโซลาร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทย”
ทำไม SCG เลือกระบบไมโครอินเวอร์เตอร์
ไมโครอินเวอร์เตอร์แปลงกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้จาก Solar Rooftop จากไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ก่อนจะถูกส่งไปยังตู้ไฟฟ้าและกระจายไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหรืออาคาร โดยไมโครอินเวอร์เตอร์จะเชื่อมต่อกับแผงโซลาร์ในอัตรา 1:1 ซึ่งทำให้การใช้พลังงานจากแผงโซลาร์แต่ละแผงเป็นไปอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ระบบที่ทำงานแยกอิสระกันยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพสูง:
สามารถผลิตไฟฟ้าได้จากแผงโซลาร์แต่ละแผงโดยไม่ขึ้นอยู่กับการผลิตไฟฟ้าจากแผงอื่น ๆ หากแผงใดเกิดมีเงาบังหรือมีปัญหาก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าจากแผงที่เหลือ
ความปลอดภัย:
เนื่องจากไมโครอินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้าเป็นระบบแยกแผง ทำให้ได้ไฟฟ้าแรงดันต่ำ หรือ Low Voltage ซึ่งมีความปลอดภัยมากกว่า นอกจากนี้ยังมีระบบ Rapid Shutdown ที่จะตัดการทำงานทันทีหากเกิดปัญหากับระบบ เพื่อให้การใช้งานปลอดภัยสูงสุด
การตรวจสอบแบบเรียลไทม์:
สามารถติดตามการทำงานและการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์แต่ละแผงได้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือในแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งานได้ตลอดเวลา
“เอสซีจี โซลาร์รูฟ โซลูชัน ตั้งเป้าขยายการเติบโตในตลาด Solar Rooftop พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาด Residential Solar Market ของประเทศไทย โดยคาดว่าจะเพิ่มยอดขายได้ถึง 300% เมื่อเทียบกับปี 2021 ด้วยกลยุทธ์การใช้ฐานข้อมูลลูกค้าจากเครือข่ายของเอสซีจี พร้อมการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Enphase Energy ผู้เชี่ยวชาญด้านไมโครอินเวอร์เตอร์ รวมทั้งการให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบหลังคาก่อนการติดตั้งโซลาร์ การออกแบบและติดตั้ง จนถึงการขออนุญาตจากภาครัฐเพื่อให้การติดตั้งมีมาตรฐานและปลอดภัย โดยมาพร้อมการรับประกัน 25 ปีจากเอสซีจี ซึ่งมั่นใจว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขีดความสามารถอย่างยั่งยืน” คุณธงชัย กล่าวปิดท้าย
