เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ได้แนะนำผ่านทวิตเตอร์ให้เด็กๆ หลีกเลี่ยงการใช้ 50 อคติทางความคิดในการตัดสินใจ ซึ่งทวีตดังกล่าวได้รับการรีทวีต 64,000 ครั้งและถูกกด Like ถึง 315,000 ครั้ง โดยเขาได้โพสต์ข้อความสั้นๆ พร้อมภาพประกอบว่า ‘เราควรสอนเรื่องนี้ให้เด็กๆ ทุกคนตั้งแต่ตอนเล็ก’
นอกจากการสร้างโรงเรียน Ad Astra แล้ว สิ่งที่ทำให้ อีลอน มัสก์ ออกมาประกาศแนะนำในทวีตนั้นก็คือ ‘Cognitive Bias หรืออคติ 50 ประการที่ควรหลีกเลี่ยง’ เพราะไม่ว่าจะตัดสินใจเรื่องใดๆ อีลอน มัสก์ เน้นย้ำว่า ควรใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ และต้องรู้ว่าตนเองกำลังถูกอคติหรือความเอนเอียงบิดเบือนความคิดเห็นหรือไม่ จนทำให้หลงลืมถึงเป้าหมายและความจริงไปหรือไม่
Cognitive Bias คืออะไร?
จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ Cognitive Bias หรืออคติ คือ ความผิดพลาดในการคิดที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ซึ่งมาจากความทรงจำ ประสบการณ์ที่ผ่านมา การรับรู้ การสังเกต และความคิดเห็นต่างๆ ที่อาจทำให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆ ผิดเพี้ยนไป เช่น การตีความสิ่งที่คนอื่นพูดผิด หรือการประเมินความสามารถของตัวเองผิดพลาด ซึ่งความผิดพลาดเหล่านี้สามารถทำให้การตัดสินใจผิดพลาดได้เช่นกัน
Pexelsนี่คือ 50 อคติทางความคิดที่ อีลอน มัสก์ แนะนำผ่านทวิตเตอร์ให้เด็กๆ สอนหลีกเลี่ยงเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่า- Fundamental Attribution Error การตัดสินใจคนอื่นจากบุคลิกและภาพลักษณ์ของเขา หรือเหมารวมว่าเขาเป็นคนแบบนั้นเพราะเขามาจากประเทศนั้น แต่เราเองจะตัดสินใจจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการเข้าข้างตัวเอง
- Self-Serving Bias ความล้มเหลวของเราเกิดจากปัจจัยภายนอก แต่ความสำเร็จของเราคือผลมาจากการกระทำของตัวเอง
- In-Group Favoritism การช่วยเหลือคนในกลุ่มของเราและมีความไม่ชอบคนที่ไม่ใช่สมาชิกในกลุ่ม
- Bandwagon Effect การตามกระแสโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ยิ่งคนทำหรือชื่นชอบมากเท่าไร เราก็ยิ่งจะทำตามมากขึ้น
- Groupthink ความต้องการที่จะรักษาความกลมกลืนในกลุ่ม ทำให้เราตัดสินใจโดยขาดเหตุผลเพื่อลดความขัดแย้ง
- Halo Effect การยกย่องบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยไม่พิจารณาคุณสมบัติทั้งหมดและทำให้มองข้ามข้อเสียของเขา
- Moral Luck การตัดสินคนจากผลลัพธ์ ถ้าผลลัพธ์ดี เราจะคิดว่าเขามีคุณธรรม แต่ถ้าผลลัพธ์ไม่ดี เราจะคิดว่าเขาไร้คุณธรรม
- False Consensus การคิดว่าคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรา หรือมีความคิดเห็นเหมือนกัน
- Curse of Knowledge เมื่อเรารู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว มักจะคิดว่าคนอื่นก็รู้เหมือนเรา
- Spotlight Effect การคิดว่าเราเป็นจุดสนใจไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือพฤติกรรม
- Availability Heuristic การตัดสินใจจากตัวอย่างที่เรานึกออกในขณะนั้น
Pexelsอีลอน มัสก์ ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า- Defensive Attribution เมื่อเรามีความกลัวลึกๆ ว่าอาจตกเป็นเหยื่อ เราจะโทษเหยื่อน้อยลงหากเราเข้าใจหรือรู้จักเหยื่อมากขึ้น
- Just-World Hypothesis เชื่อว่าโลกนี้มีความยุติธรรมเสมอ แม้ว่าจะเห็นความอยุติธรรมบ่อยๆ แต่เราก็มักจะพยายามมองว่ามันเป็นความยุติธรรม
- Naive Realism เรามักจะเชื่อว่าคนอื่นไม่มีเหตุผล หรือมีความลำเอียงตลอดเวลา
- Naive Cynicism เรามักจะคิดว่าคนอื่นจะมองตัวเองในแง่ดีเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจหรือไม่
- Forer Effect เราจะเชื่อคำอธิบายที่กว้างๆ ที่สามารถใช้ได้กับทุกคน แม้ว่าไม่เฉพาะเจาะจง
- Dunning-Kruger Effect ยิ่งเรารู้เรื่องน้อยเท่าไร ยิ่งมั่นใจมากขึ้น แต่เมื่อเรารู้มากขึ้น เรากลับมีความมั่นใจน้อยลง
- Anchoring เรามักจะตัดสินใจจากข้อมูลแรกที่ได้รับ แม้ว่าอาจจะมีข้อมูลเพิ่มเติมที่สำคัญกว่าก็ตาม
- Automation Bias บางครั้งเราจะเชื่อผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามการตัดสินใจอัตโนมัติ มากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
- Google Effect เรามักจะลืมข้อมูลที่สามารถหาง่ายๆ จากการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต
- Reactance เมื่อรู้สึกว่าความอิสระของตัวเองถูกจำกัด เรามักจะทำตรงข้ามกับคำแนะนำหรือคำสั่งนั้น
- Confirmation Bias เรามักจะค้นหาหรือจดจำข้อมูลที่ยืนยันสิ่งที่เราเชื่อหรือเข้าใจอยู่แล้ว
นอกจากนี้ อีลอน มัสก์ ยังแนะนำเพิ่มเติมว่า
- Backfire Effect การยึดมั่นในความเชื่อของตนเอง แม้ว่าจะมีข้อมูลหรือหลักฐานที่โต้แย้ง แต่เรากลับเชื่อมากขึ้นหรือโต้ตอบอย่างรุนแรง
- Third-Person Effect เชื่อว่าคนอื่นๆ บริโภคสื่อมากกว่าตัวเราเอง
- Belief Bias การที่เรามองว่าคำแย้งนั้นมีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพราะมีเหตุผลรองรับ แต่เพราะเราเชื่อในข้อสรุปนั้นๆ
- Availability Cascade เชื่อว่าอะไรที่สังคมยอมรับหรือพูดถึง มันต้องถูกต้อง
- Declinism มีความคิดถึงอดีตที่ดีและมองอนาคตในแง่ลบ เพราะเชื่อว่าสังคมและสถาบันต่างๆ กำลังเสื่อมถอย
- Status Quo Bias เรามักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะคิดว่ามันคือการสูญเสีย
- Sunk Cost Fallacy การลงทุนต่อไปแม้จะรู้ว่าเสียไปแล้วเพียงเพราะเราได้ลงทุนไปแล้ว
- Gambler’s Fallacy คิดว่าผลลัพธ์ในอนาคตขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
- Zero-Risk Bias เราชอบที่จะลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับศูนย์ มากกว่าหาทางเลือกอื่นที่ลดความเสี่ยงได้มากกว่า
- Framing Effect การที่เราเข้าใจข้อมูลเดียวกันแตกต่างกันเพียงเพราะว่าเราได้รับข้อมูลในรูปแบบที่แตกต่างกัน
- Sterotyping การเหมารวมความคิดหรือบุคลิกของกลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน
- Outgroup Homogeneity Bias การคิดว่าคนที่อยู่นอกกลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน แต่คนในกลุ่มตัวเองมีความหลากหลายมากกว่า
- Authority Bias การเชื่อว่าความเห็นของผู้มีอำนาจสูงกว่าคือสิ่งที่ถูกต้องเสมอ
Pexelsอีลอน มัสก์ แนะนำเพิ่มเติมว่า- Placebo Effect ถ้าเรามีความเชื่อว่าการรักษาจะได้ผล แม้จะไม่มีการรักษาจริงๆ ผลลัพธ์ก็อาจเกิดจากความเชื่อทางจิตใจ
- Survivorship Bias เรามักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ยังคงอยู่ และมองข้ามสิ่งที่ล้มเหลวไป
- Tachypsychia การรับรู้ถึงเวลาในสถานการณ์วิกฤติ หรือจากการใช้ยาและแรงกดดันต่างๆ ที่ทำให้ความรู้สึกเวลาเปลี่ยนไป
- Law of Triviality เรามักให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องที่เราคุ้นเคย มากกว่าปัญหาหรือเรื่องที่ซับซ้อนกว่า
- Zeigarnik Effect เราจะจำงานที่ยังไม่สำเร็จได้มากกว่างานที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
- IKEA Effect การให้คุณค่ากับสิ่งที่เรามีส่วนร่วมสร้างหรือทำเอง
- Ben Franklin Effect การช่วยเหลือคนที่เราเคยช่วยไม่ใช่เพราะพวกเขาช่วยเรา แต่เพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการช่วยเหลือ
- Bystander Effect ยิ่งมีผู้ชมมากเท่าไร การช่วยเหลือจากคนอื่นก็ยิ่งน้อยลง เพราะไม่แน่ใจว่าใครต้องช่วยหรือไม่
- Suggestibility เด็กๆ มักจะตกเป็นเหยื่อของคำถามนำที่อาจมีผลต่อความทรงจำของพวกเขา
- False Memory คิดว่าความคิดหรือจินตนาการคือความทรงจำจริงๆ
- Crptomnesia คิดว่าความทรงจำจริงๆ เป็นเพียงจินตนาการ
- Clustering Illusion เรามักจะเห็นแบบแผนหรือกลุ่มในข้อมูลที่เป็นแบบสุ่ม
- Pessimism Bias เรามักประเมินผลลัพธ์ที่ไม่ดีเกินไปกว่าเหตุการณ์ที่จริง
- Optimism Bias เรามักมองผลลัพธ์ในแง่ดีเกินไป โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง
- Blind Spot Bias เรามักไม่เห็นอคติของตัวเอง แต่กลับมองเห็นอคติของคนอื่นได้ชัดเจน
เมื่อคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้ คงเริ่มเห็นแล้วว่า สิ่งที่ อีลอน มัสก์ แนะนำนั้นถูกต้องมาก เพราะถ้าเราให้การศึกษาแก่เด็กๆ เรื่องอคติทั้ง 50 นี้ พวกเขาจะสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้น และโลกนี้ก็น่าจะเป็นที่น่าอยู่มากขึ้นอย่างแน่นอน
