สาวๆ ที่หลงใหลในสกินแคร์เอเชีย คงรู้จักขั้นตอนการบำรุงหลายๆ ขั้นตอนจากเกาหลีและญี่ปุ่นดี แต่ก็ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างสเต็ปต่างๆ รวมถึงการเลือกใช้ขวดที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับที่เราเคยพูดถึงโทนเนอร์ vs น้ำตบ วันนี้มาหาคำตอบกันว่า Emulsion และ Lotion แตกต่างกันอย่างไร และต้องใช้ตามลำดับไหนบ้าง พร้อมตอบคำถามที่ว่าจำเป็นต้องมีทั้งสองขวดหรือไม่
La Mer The Hydrating Infused Emulsionความแตกต่างของเนื้อสัมผัสระหว่าง Emulsion และ Lotion เป็นอย่างไร?เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจว่าในฝั่งตะวันตก Emulsion (อิมัลชั่น) และ Lotion (โลชั่น) มักถูกใช้เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือครีมเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ขณะที่ในฝั่งเอเชียมีการเพิ่มขั้นตอนในการบำรุงผิวให้มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากค่านิยมความงามในตะวันออกเน้นที่การบำรุง ป้องกัน และเสริมความงามตามธรรมชาติ
หากใครมีทั้งสองขวดบนโต๊ะเครื่องแป้ง คงสังเกตได้ว่า Lotion ส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่กว่า Emulsion เนื่องจากเนื้อสัมผัสของ Lotion มีความบางเบาและใกล้เคียงกับน้ำตบ ขณะที่ Emulsion จะมีเนื้อสัมผัสที่หนักขึ้น เป็นกึ่งครีมกึ่งน้ำนม
La Mer The Hydrating Infused Emulsion and The Treatment Lotionอิมัลชั่นถูกพัฒนาโดยเทคโนโลยี micro-milk ซึ่งมอบสัมผัสเบาสบายพร้อมการบำรุงที่ล้ำลึก เติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าและพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไปหรือแม้แต่การแต่งหน้าทันที โดยสาวๆ สามารถเลือกใช้ขวดใดขวดหนึ่งตามสภาพผิวในแต่ละวัน หรือถ้าต้องการการบำรุงที่สูงสุด การใช้โลชั่นคู่กับอิมัลชั่นจะช่วยให้ผิวเนียนนุ่มและอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้น
ความแตกต่างในเนื้อสัมผัสระหว่าง Emulsion และ Lotion เป็นอย่างไร?ควรใช้ Emulsion หรือ Lotion ก่อนดี?ตามหลักการทาสกินแคร์ เราควรเริ่มทาผลิตภัณฑ์จากเนื้อเบาไปหาหนักที่สุด โดยในขั้นตอนของ K-Beauty 10 ขั้นตอน เริ่มจากการเช็ดโทนเนอร์ ตามด้วยน้ำตบที่มีเนื้อบางเบาซึมซาบเร็ว จากนั้นค่อยตามด้วยโลชั่นที่มีความคล้ายกับน้ำตบ ก่อนจะใช้ Emulsion เนื้อน้ำนมที่มีเนื้อสัมผัสหนาขึ้น
การเรียงลำดับสกินแคร์ตามความเข้มข้นของเนื้อผลิตภัณฑ์มีความสำคัญ เพราะถ้าเราใช้สกินแคร์ที่เนื้อครีมเข้มข้นก่อนจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบาซึมซาบลงไปได้ยาก เนื่องจากชั้นที่เข้มข้นจะเป็นฟิล์มกั้นไว้ก่อน
Kanebo The Lotionเมื่อใช้ร่วมกับ Kanebo The Emulsion ที่มีเนื้อสัมผัสเป็นน้ำนมเข้มข้นขึ้นจากโลชั่น แต่ยังไม่หนาหนักเท่าครีม เหมาะกับการใช้ในช่วงกลางวันโดยไม่ต้องทาครีมเพิ่มเติม หรือสามารถใช้ทั้งกลางวันและกลางคืนสำหรับคนที่มีผิวมัน โดยอิมัลชั่นสูตรนี้มีคุณค่าจากออยล์บำรุงผิว ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม พร้อมยกกระชับให้ใบหน้าดูเฟิร์มและกระชับขึ้น
Kanebo The EmulsionEmulsion หรือ Lotion ขวดไหนที่ควรมี?อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Lotion มีความบางเบา วิธีใช้มักคล้ายกับน้ำตบ สามารถกดเบาๆ ลงบนผิวหน้าให้ซึมซาบได้ทันที ดังนั้นหากคุณมีน้ำตบอยู่แล้ว อาจข้ามขั้นตอน Lotion ไปได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การบำรุงผิวแบบฟูลออพชั่นจะไม่ดี เพราะการเลเยอร์สกินแคร์ที่ปริมาณไม่มาก แต่บำรุงหลายขั้นตอน จะช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และไม่อุดตัน
สำหรับคนที่ยังลังเลว่าจะซื้อ Emulsion ดีหรือไม่นั้น หากเป็นคนผิวมัน Emulsion จะตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว ด้วยเนื้อสัมผัสน้ำนมที่เนียนละมุน ไม่บางเบาจนเกินไปแบบน้ำตบที่ให้ความชุ่มชื้นได้ไม่เต็มที่ในตอนกลางคืน แต่ก็ไม่หนาหนักเท่าครีมหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่อาจทำให้เกิดการอุดตันบนผิว สำหรับคนผิวแห้ง การใช้ Emulsion แล้วตามด้วยครีมบำรุงเนื้อเข้มข้นจะช่วยบำรุงผิวได้ดีขึ้น รับรองว่าหากใช้ครบทุกขั้นตอน ตื่นเช้ามาจะพบผิวหน้าชุ่มชื้นและเนียนนุ่ม
Cle de Peau Beaute Hydro-Softening Lotionไม่ควรพลาดตามสไตล์ความงามแบบญี่ปุ่นคือการเลือกใช้ Emulsion จากไลน์ผลิตภัณฑ์เดียวกัน โดยสามารถเลือกใช้สูตรกลางวันที่เนื้อสัมผัสบางเบากว่าอย่าง Protective Fortifying Emulsion และสำหรับคนที่มีผิวแห้งมากก็สามารถเลือกใช้สูตรกลางคืนอย่าง Intensive Fortifying Emulsion ได้ทั้งในช่วงเช้าและก่อนนอน โดยอิมัลชั่นสูตรนี้จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวเปล่งประกายและเนียนนุ่มตลอดทั้งวัน
Cle de Peau Beaute Protective Fortifying Emulsion (สูตรสำหรับใช้ในตอนกลางวัน)