สีสันในแฟชั่นมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าดีไซน์ที่โดดเด่น โดยเฉพาะการเลือกเนื้อผ้า เทคนิคการตัดเย็บ และวัสดุที่ใช้ในการย้อมสี ซึ่งส่งผลให้เสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ต่างๆ สะท้อนสีสันที่ตรงตามความต้องการ โดยเฉพาะผ้าไทยที่มีเฉดสีหลากหลาย เกิดจากภูมิปัญญาของช่างทอผ้าในอดีตที่สะสมความรู้และประสบการณ์ สืบสานมาสู่คนรุ่นหลัง เพื่อให้ได้นำแนวคิดนั้นมาพัฒนาต่อยอดต่อไป

เนื้อหาที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้ถูกนำเสนอในเทรนด์บุ๊ก THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 ซึ่งจัดทำขึ้นตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) ด้วยพระองค์เอง โดยมีพระราชประสงค์ให้สืบสานและพัฒนางานหัตถกรรมผ้าทอไทยให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ต่อไป เทรนด์บุ๊กนี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ “ทิศทางและแนวโน้มผ้าไทยในวงการออกแบบเสื้อผ้า” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “THAI TEXTILES TREND BOOK Autumn/Winter 2022-2023 และงานเสวนาวิชาการ” ที่จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 นิทรรศการนี้นำเสนอแนวโน้มสีธรรมชาติและการผสมผสานวัสดุผ้าไทยในคอลเลกชั่นฤดูหนาว เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้สนใจหัตถศิลป์ผ้าไทย ผู้ประกอบการ นักศึกษาแฟชั่น และนักออกแบบหน้าใหม่
การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ
เพียงก้าวเข้ามาในพื้นที่นิทรรศการ ท่านจะได้สัมผัสกับภูมิปัญญาช่างทอผ้าไทยที่สะท้อนการย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ ผ่านโทนสีน้ำตาลอมเขียวที่ได้จากการย้อมด้วยฝักของประดู่หรือเปลือกมะพร้าว เมื่อผสมกับครามจะได้สีน้ำตาลเข้ม และสีของครามเมื่อผสมผสานกับสีเหลืองจากแขจะปรับเป็นเฉดสีน้ำตาลอ่อนไล่ไปจนถึงเขียวอมน้ำตาล
โทนสีม่วงม่าเหมี่ยว เกิดจากการย้อมสีแดงด้วยการใช้ครั่ง ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติ และเมื่อย้อมทับด้วยครามหลายๆ ครั้ง จะได้สีม่วงม่าเหมี่ยวหรือสีม่วงลูกหว้า โดยน้ำย้อมแต่ละชนิดจะให้เฉดสีแดงที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อผสมครามทั้งสองเฉดสีอ่อนเข้าด้วยกันก็จะได้สีม่วงที่ลงตัว
โทนสีเขียวตองอ่อนจนถึงเขียวหัวเป็ดเกิดจากการย้อมครามทับสีเหลืองที่ได้จากไม้ย้อมสี ซึ่งมีหลากหลายตั้งแต่เปลือกขนุน ดอกพุทรา หรือดอกดาวเรือง หากต้องการสีเขียวสดสดใส ภูมิปัญญาไทยเลือกใช้ไม้แกแล ซึ่งให้สีเหลืองสว่างเหมือนผิวมะนาว
เข้าสู่ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของนิทรรศการ จุดนี้นำเสนอแฟชั่นที่ออกแบบโดย 12 แบรนด์ดีไซเนอร์ไทยระดับประเทศ ที่นำผ้าทอมือจากชุมชนต่างๆ มาปรับตามเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ เพื่อนำมาตัดเย็บเป็นชุดสุดสวยในกลุ่มโทนสีที่หลากหลาย ได้แก่ SIRIVANNAVARI BANGKOK, ARCHIVE026, ASAVA, EK THONGPRASERT, KLOSET, RENIM PROJECT, ISSUE, T AND T, THEATRE, VICKTEERUT, VINNPATARARIN และ WISHARAWISH
SIRIVANNAVARI BANGKOKเริ่มต้นที่แบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK กับโทนสีคราม ที่นำเสนอแฟชั่นภายใต้แนวคิด INDIGO: THE HEART OF COLOUR SHADES (คราม: โทนสีแห่งใจกลาง) โดยการย้อมสีธรรมชาติจากคราม ซึ่งสร้างวงจรสีที่หลากหลาย ด้วยการนำพืชพรรณท้องถิ่นมาผสม เช่น ครามผสมสีเหลืองประโหดให้สีเขียว ครามผสมสีเหลืองแกแลให้เฉดสีตั้งแต่หม่นไปจนถึงน้ำตาล และครามผสมสีแดงครั่งให้สีม่วงและสีชมพู ทำให้ครามกลายเป็นตัวแปรหลักในการสร้างสรรค์เฉดสีใหม่ๆ สำหรับเทรนด์ผ้าไทยฤดูกาล Autumn/Winter 2022-2023

แบรนด์ THEATRE และ KLOSET นำเสนอสีโทนม่วงแดงไปจนถึงชมพู RIPE AND MATURITY (สุกงอม พร้อมพรั่ง) ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในการเป็นผู้นำของผู้หญิง โดยโทนสีแดงอมม่วงที่เปล่งประกายแห่งเสน่ห์และความปรารถนา เปรียบเสมือนผลไม้ที่สุกงอม หรือไวน์แดงคุณภาพสูงจากแคว้น Bordeaux ประเทศฝรั่งเศส โทนสีนี้เกิดจากการผสมครั่งและคราม เพื่อสร้างสีที่แตกต่างตามพื้นผิวของผ้าที่มีความหรูหราและดูมีระดับ

แบรนด์ ASAVA และ ARCHIVE026 มาในโทนสีน้ำเงินปนฟ้า PROFOUNDNESS MILD (สุขุมนุ่มลึก) ที่สะท้อนถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ ที่ถึงแม้จะเติบโตในเมืองใหญ่ แต่ก็มีจิตใจที่ต้องการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง โดยสีของผ้าฝ้ายเข็นมือย้อมสีธรรมชาติจากกลุ่มทอผ้าในพื้นที่ต่างๆ เช่น จ.สกลนคร และ จ.ชัยภูมิ รวมถึงผ้าไหมสาวเลยที่ย้อมสีธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการออกแบบ

แบรนด์ ISSUE และ RENIM PROJECT เสนอกลุ่มโทนสีน้ำตาลอิฐ HEAVEN ON EARTH (ความมหัศจรรย์จากผืนดิน) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และมรดกทางอารยธรรม กลุ่มสีนี้แสดงถึงความมีปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ ที่เห็นในโทนสีปูนแดง สีอบเชย สีดินเผา รวมถึงสีเปลือกมะขาม สีน้ำตาลอ้อย และสีลูกหม่อนก่ำ ที่ปรากฏในผ้าไหมอีรี่และผ้าไหมมัดหมี่ที่ย้อมสีธรรมชาติจากโครงการศิลปาชีพฯ

แบรนด์ THEATRE และ EK THONGPRASERT นำเสนอกลุ่มโทนสีเหลือง NURTURER OF WISDOM (ผู้โอบอุ้มภูมิปัญญา) ซึ่งสะท้อนถึงการปรับใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมให้เข้ากับแนวคิดใหม่ เพื่อเชื่อมโยงคุณค่าของอดีตและปัจจุบัน โทนสีเหลืองดุจแสงจากงานเทศกาลประเพณีในช่วงเก็บเกี่ยวของไทย ถ่ายทอดผ่านสีขี้ผึ้งใหม่ สีเปลือกข้าวโพด สีลูกกระวาน และสีอกร่องสุก เช่น ฝ้ายยกดอกลายกลีบมะเฟือง และผ้าไหมยกดอกจากกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติจากบ้านคำประมง จ.สกลนคร และผ้าไหมยกดอกจากกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติด้วยไม้มงคล จ.มหาสารคาม

แบรนด์ VICKTEERUT และ WISHARAWISH ใช้โทนสีเขียวในคอลเลกชัน A HUMBLE JOURNEY (การเดินทางแห่งประสบการณ์) ที่สะท้อนมุมมองของกลุ่มคนรักการท่องเที่ยว ผ่านสีหมอกที่สัมผัสกับแสงอาทิตย์ในยามเช้า สีปุยนุ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มนวล และสีเขียวขี้ช้าง สีเขียวไข่กา และสีเชือกปอ ซึ่งแสดงถึงความงามของวัสดุที่นอบน้อม เช่น ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติไหมทองสุรนารี จ.นครราชสีมา และผ้าฝ้ายผสมเส้นใยนุ่มจากไทยนำโชคเท็กซ์ไทล์

แบรนด์ VINN PATARARIN และ T AND T เสนอโทนสีขาวมุก-เทา AN ALTERNATIVE PERSUATION (อิสระในการค้นพบตัวเอง) ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังแห่งคนรุ่นใหม่ที่มีอิสระในการค้นหาตัวตนและสะท้อนความคิดที่หลุดกรอบ โทนสีเหล่านี้รวมถึงสีขาวงาช้าง สีขาวเหลือบมุก สีเทาประกายเงิน และสีเทานกแซงแซว ซึ่งสะท้อนถึงความเคลื่อนไหวและความไม่หยุดนิ่ง ผสมผสานกับสีม่วงสายบัวและสีโป๊ยเซียนแดง ผลงานนี้ปรากฏในผ้าไหมทวีตผสมไหมอีรี่ ขนแกะ ฝ้าย และเปลือกไหมจากผ้าทอผสมสีจากกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ
ส่วนที่ 2 ของการจัดแสดงนิทรรศการนำเสนอแฟชั่นรองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่จากทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ โดยออกแบบตามเทรนด์สีในเทรนด์บุ๊กเล่มล่าสุด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการมิกซ์แอนด์แมทช์แฟชั่น ขณะที่ส่วนที่ 3 จัดแสดงผ้าทอมือและผ้าผสมสีธรรมชาติจากชุมชนต่างๆ จำนวน 30 ชิ้น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลกชันวินเทอร์ตามเทรนด์บุ๊ก รวมถึงการจัดแสดงผ้าจากเทคนิคต่างๆ เช่น ยกดอก ขิด จก ปัก มัดหมี่ ด้นมือ เกาะหรือล้วง และแพตช์เวิร์ก
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ที่เว็บไซต์ http://www.culture.go.th หรือที่ลิงค์ http://book.culture.go.th/ttt2022/mobile/index.html#p=1 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-247-0013 ต่อ 4305, 4319-4321 ในเวลาราชการ และสามารถเข้าชมนิทรรศการ ‘แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย’ ได้ระหว่างวันที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 10.00-20.00 น. ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม
