ตู้เย็นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำงานหนักที่สุดในบ้าน เพราะเรามักจะเสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดเวลา ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มค่าไฟเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการใช้พลังงานและสิ่งแวดล้อมด้วย หากคุณต้องการให้ตู้เย็นประหยัดพลังงาน ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ เพื่อให้ตู้เย็นทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ทำงานหนักเกินไป

เลือกตู้เย็นที่ประหยัดพลังงาน
ตู้เย็นในปัจจุบันมีการพัฒนาในด้านการใช้พลังงานอย่างมาก ตู้เย็นรุ่นเก่าอาจทำให้คุณเสียค่าใช้จ่ายมากกว่ารุ่นใหม่ถึงสองเท่า ถ้าคุณใช้ตู้เย็นมานาน ลองเปลี่ยนเป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย
ให้ตู้เย็นมีช่องระบายความร้อนที่เพียงพอ
ตำแหน่งของตู้เย็นมีผลต่อการทำงานหนัก ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตู้เย็นไม่อยู่ใกล้แหล่งความร้อน เช่น เตาอบ หรือหม้อน้ำ และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
นอกจากนี้ ควรมีช่องว่างรอบๆ ตู้เย็นอย่างน้อย 5 ซม. เพื่อให้ระบายอากาศได้ดี หากไม่มีช่องว่าง ตู้เย็นอาจไม่สามารถปล่อยความร้อนจากคอมเพรสเซอร์ได้

ปิดประตูตู้เย็นให้สนิท
การที่ประตูตู้เย็นปิดไม่สนิททำให้ลมเย็นออกไปและลมอุ่นเข้าเข้ามา ส่งผลให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักขึ้น ดังนั้นควรเปิดประตูตู้เย็นให้น้อยที่สุดเพื่อให้ตู้เย็นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
จัดระเบียบภายในตู้เย็น
การจัดตู้เย็นให้เป็นระเบียบนอกจากช่วยในการทำความสะอาดได้ง่าย ยังช่วยให้ค้นหาอาหารได้เร็วขึ้นและทำให้ตู้เย็นทำงานน้อยลง อีกทั้งยังช่วยให้อาหารเก็บได้นานขึ้น
เก็บของในตู้เย็นประมาณ 2/3 ของพื้นที่
การใส่ของในตู้เย็นมากเกินไปจะทำให้การไหลเวียนของอากาศในตู้เย็นไม่ดี ทำให้ตู้เย็นทำงานหนัก ดังนั้นอย่าทำให้ตู้เย็นโล่งเกินไป หรือหากตู้เย็นใหญ่เกินไปให้ใส่น้ำในเหยือกสองใบแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น

เก็บอาหารให้เหมาะสม
ควรใช้ภาชนะที่ปลอดภัยต่อการเก็บในตู้เย็น เช่น ภาชนะแก้วที่สามารถเก็บความเย็นได้ดีกว่าภาชนะพลาสติก การเก็บอาหารในตู้เย็นที่ไม่ปิดสนิทจะทำให้อุณหภูมิในตู้เย็นขึ้น ทำให้คอมเพรสเซอร์ตู้เย็นทำงานหนักขึ้น ควรเก็บอาหารในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อรักษาความเย็นให้คงที่
อย่าใส่อาหารร้อนลงในตู้เย็น
การใส่อาหารร้อนจะเพิ่มอุณหภูมิภายในตู้เย็น ทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนักในการลดอุณหภูมิลง ควรปล่อยให้อาหารเย็นลงที่อุณหภูมิห้องก่อนที่จะนำเข้าไปในตู้เย็นเพื่อหลีกเลี่ยงการทำงานหนักของตู้เย็น
