ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การขยายตัวที่รวดเร็วของสังคมในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อผู้คน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เช่น ความหนาแน่นของอาคารสูง การลดลงของพื้นที่สีเขียว รวมถึงปัญหามลภาวะทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 และ PM10 ที่แม้ว่าจะไม่ได้มีผลกระทบทันที แต่จะสะสมและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในอนาคต

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขจุดบอดในสังคมเมือง โครงการนี้จึงมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยกระตุ้นความคิด และส่งเสริมการพัฒนาต่อยอด รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่สีเขียวที่ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากมลภาวะ พร้อมกับสิ่งสาธารณะประโยชน์ที่สามารถใช้ได้จริง

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสภาวิศวกร กล่าวไว้ว่า สภาวิศวกรในฐานะเสาหลักด้านวิศวกรรมของชาติ เตรียมสร้าง “อาคารสำนักงานใหม่” ฉลองปีที่ 20 ด้วยแนวคิด “Productivity + Connectivity + Wellness (Healthy)” ที่มุ่งพัฒนาให้การทำงานของบุคลากรมีประสิทธิภาพสูงสุด มีพื้นที่เชื่อมต่อกันเพื่อการประสานงานที่สะดวก และยังส่งเสริมสุขภาพกายและใจ ภายใต้แนวทางของ “สมาร์ทบิลดิง” อาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยมลพิษจากตัวอาคาร และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ บนโลเคชันใหม่ “ย่านลาดพร้าว 54” ที่มีพื้นที่กว่า 2 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์และพร้อมเปิดใช้งานในปี 2565
อาคารสำนักงานใหม่แห่งนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันและคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งจะมีความพิเศษอย่างไรนั้นสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากข้อมูลที่กล่าวถึงต่อไป

- โดดเด่นด้วย “ฟาซาด” ที่แสดงข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์ (Interactive Façade) เทคโนโลยีที่แสดงข้อมูลบนผิวอาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ผู้ที่เดินผ่านหรือเดินเท้าบริเวณนั้น ด้วยการใช้หลอด LED ความละเอียดต่ำ เช่น ข้อมูลฝุ่นละออง PM 2.5/10 สภาพอากาศ อุณหภูมิ และข่าวสารสำคัญประจำวัน โดยสามารถปรับการแสดงผลได้และมองเห็นได้จากระยะไกล ขณะเดียวกันเมื่ออยู่ใกล้อาคารก็จะไม่มีแสงจ้าให้แสบตา


- มีพื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-Working Space) ที่สร้างแรงบันดาลใจในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างบุคลากรของสภาฯ กับสมาชิกสภาฯ และระหว่างบุคคลภายนอกกับภายในอาคาร การออกแบบเปลือกอาคารให้มีรูพรุนขนาดต่างๆ ช่วยให้เกิดมิติและเปิดรับแสงจากภายนอกในเวลากลางวัน เพื่อลดการใช้พลังงานภายในอาคาร


- ปรับการอ่านหนังสือให้มีสีสันด้วยที่นั่งไต่ระดับ (Step Seating) บริเวณบันไดของสำนักงานส่วนกลาง โดยการออกแบบพื้นที่ให้มีฟังก์ชันหลากหลายตามคอนเซปต์ Merge & Multi-Function Plan เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี สามารถนั่งพักผ่อนหรืออ่านหนังสือได้สะดวก พร้อมจัดมุมต่างๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัว และในอนาคตยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่จัดงานแถลงข่าวหรือกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกด้วย



- รับบริการง่าย ๆ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Digital One-Stop Service) ที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ผ่าน Kiosk แบบ One-Stop Service เพื่อลดการใช้ทรัพยากรบุคคลและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย

การออกแบบอาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการวิศวกรรมไทย โดยนำไปสู่การสร้าง “โมเดลสมาร์ทบิลดิง” ที่ผสมผสานศาสตร์ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้กับทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาวิสัยทัศน์วิศวกรรมก่อสร้างไทยในอนาคต การออกแบบอาคารที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานจริง แม้ภายนอกอาจมองไม่เห็น แต่กลับเป็นโครงสร้างที่มีประโยชน์อย่างสูงและคุ้มค่า ถือเป็นการลงทุนที่คำนึงถึงความใส่ใจในชุมชนและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ รวมถึงผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวสรุป
