- มาเรีย เรสซา (Maria Ressa) อดีตบรรณาธิการและนักข่าวมือฉมังจากสถานีโทรทัศน์ CNN ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนตัดสินใจลาออกเพื่อก่อตั้งเว็บไซต์ข่าว Rappler
- มาเรีย เรสซา ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี 2021 ร่วมกับ ดิมิทรี มูราทอฟ (Dmitry Muratov) นักข่าวชาวรัสเซียที่เป็นเพื่อนร่วมอาชีพ
ในวงการสื่อมวลชนระดับโลก ชื่อของ มาเรีย เรสซา (Maria Ressa) เป็นที่รู้จักดีในฐานะอดีตบรรณาธิการและนักข่าวที่มีความเชี่ยวชาญจากสถานี CNN ในฟิลิปปินส์ ก่อนจะตัดสินใจลาออกเพื่อก่อตั้งเว็บไซต์ข่าว Rappler ซึ่งเป็นสื่อออนไลน์อิสระที่มุ่งมั่นในการตรวจสอบความโปร่งใสและการนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีการปกครองภายใต้รัฐบาลฟิลิปปินส์ มาเรีย เรสซา กลายเป็นสัญลักษณ์ของการทำงานในวงการสื่อมวลชนที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการคุกคามในหลายด้าน จนได้รับการยอมรับว่าเป็นแบบอย่างของนักข่าวที่ทำหน้าที่เพื่อประเทศและความจริงอย่างแท้จริงในฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่สื่อมวลชนต้องเผชิญความเสี่ยงจากการถูกคุกคามถึงชีวิตมากที่สุดในโลก
ภาพ : © Rapplerมาเรีย เรสซารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพประจำปี 2021 ได้รับการมอบให้ดิมิทรี มูราทอฟ (Dmitry Muratov) นักข่าวชาวรัสเซียเบริต ไรส์-แอนเดอร์เซ่น (Berit Reiss-Andersen) ผู้เชี่ยวชาญในสาขากฎหมาย
ภาพ : Ill. Niklas Elmehed © Nobel Prize Outreachแม้ว่าเธอจะได้รับรางวัลมากมาย แต่จำนวนคดีความที่ต้องเผชิญกลับมีมากกว่า โดยเฉพาะหลังจากที่ลาออกจาก CNN และตั้งสื่อออนไลน์ Rappler ในปี ค.ศ. 2012 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปิดเผยความไม่ชอบมาพากล ซึ่งส่งผลกระทบต่ออำนาจและรัฐบาล โดยเฉพาะในช่วงการปกครองของประธานาธิบดี โรดรีโก ดูแตร์เต (Rodrigo Roa Duterte) เรสซาถูกฟ้องหลายครั้งในข้อหาหมิ่นประมาททางไซเบอร์ และถูกตัดสินว่ามีความผิดในปี 2020 ในขณะที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีหมายจับออกมา 10 ฉบับและคดีฟ้องร้องอีก 9 คดี
นอกจากนั้น เรสซายังต้องเผชิญกับการขู่อาฆาตและการคุกคามชีวิตหลายครั้ง และถูกคุมขังในหลายโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่ Rappler เริ่มสืบสวนในประเด็น “ปฏิบัติการข่าวสาร” (Information Operation: IO) ที่กลายเป็นเครื่องมือในสื่อออนไลน์ โดยมีการจ้างกองทัพเกรียนให้ส่งข้อความเกลียดชังถึงเธอเกือบ 100 ข้อความต่อชั่วโมงผ่านโซเชียลมีเดียของเธอ


นอกจากนี้ Rappler ยังเป็นผู้บุกเบิกในการตระหนักถึงอันตรายของความรุนแรงในโลกไซเบอร์ การข่มขู่ทางออนไลน์ และการกระทำของ “เกรียนคีย์บอร์ด” (online trolls) รวมทั้งเป็นสื่อมวลชนแรกในฟิลิปปินส์ที่ออกมาต่อต้านกฎหมายหมิ่นประมาททางไซเบอร์ที่ได้รับการรับรองจากอดีตประธานาธิบดี เบนิกโน อากีโน (Benigno Aquino) ที่ 3 ในปี ค.ศ. 2012 โดยชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายนี้ และการเป็นเครื่องมือของรัฐในการคุกคามสื่อหรือแกนนำทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม ซึ่งภายหลังกลายเป็นจริงตามที่ Rappler กังวล
อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นของ Rappler คือการรายงานแบบเจาะลึกเกี่ยวกับนโยบายปราบปรามยาเสพติด (War on Drugs) ของรัฐบาลประธานาธิบดีดูแตร์เต ที่ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองท้องถิ่นละเมิดสิทธิมนุษยชนและใช้ประโยชน์จากการกำจัดคู่แข่งทางการเมือง จนกระทั่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ศาลอาญาระหว่างประเทศได้เปิดการสอบสวนอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่อาจเกิดขึ้นจากการรณรงค์นี้
เรสซายืนยันจุดยืนของเธอหลายครั้งว่า เธอไม่เคยมีความตั้งใจที่จะเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลฟิลิปปินส์ สิ่งที่เธอได้ต่อสู้เพื่อคือต่อสู้เพื่อความจริงและเปิดเผยความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นจากการใช้อำนาจของรัฐบาลอย่างไม่ถูกต้อง
หลายคนมองว่าการได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพของเรสซาในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการตบหน้ารัฐบาลฟิลิปปินส์ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้กล่าวหาว่าเธอรับเงินจากฝ่ายตรงข้ามเพื่อทำลายรัฐบาลและทำลายเสถียรภาพของประเทศ
คณะกรรมการรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพได้กล่าวไว้ในถ้อยแถลงว่า เรสซาใช้ Rappler เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ความจริง เปิดโปงการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม การใช้ความรุนแรง และการเพิ่มขึ้นของอำนาจเผด็จการในฟิลิปปินส์
เมื่อเรสซาทราบข่าวการได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพประจำปี 2021 เธอเพียงยิ้มและพูดว่า
“สิ่งที่ฉันทำมาตลอดก็คือ การพูดความจริงเท่านั้นเอง”
