ด้วยสถานการณ์ทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้คู่รักหลายๆ คู่พบกับปัญหาการมีบุตรยาก การทำเด็กหลอดแก้วจึงกลายเป็นทางเลือกที่สะดวกและเข้าถึงได้ง่ายในปัจจุบัน เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ลดลง และหากเริ่มต้นด้วยการปรึกษาปัญหาการมีบุตรยาก โอกาสที่จะเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วก็จะสูงขึ้นอย่างแน่นอน
การรักษาภาวะมีบุตรยากที่พบได้บ่อยจะเริ่มต้นด้วยการใช้ยากระตุ้นไข่และลองมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติประมาณ 3 เดือน หากยังไม่สำเร็จจะดำเนินการฉีดเชื้อหรือ IUI (Intrauterine Insemination) ต่อไปอีก 3-4 เดือน และหากยังไม่สำเร็จจะเข้าสู่กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วต่อไป
แพทย์จีน เชน ปรีชาวณิชวงศ์1. การบำรุงรังไข่เพื่อเพิ่มคุณภาพของไข่ผู้หญิง
2.การป้องกันโรคช็อกโกแลตซีสต์ และเนื้องอกมดลูกต่างๆ ในระหว่างการกระตุ้นไข่ สำหรับกรณีที่ฝ่ายหญิงมีประวัติเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์หรือเนื้องอกมดลูก มดลูกโต หรือโรคเหล่านี้มักทำให้เกิดการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพของไข่และสภาพแวดล้อมในมดลูก การมีการอักเสบในมดลูกไม่เหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อนและการเจริญเติบโต นอกจากนี้ก้อนเหล่านี้ยังสามารถขยายขนาดเมื่อใช้ยากระตุ้นไข่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งจะลดโอกาสความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วได้
แพทย์จีนเห็นตรงกันว่า ก้อนเหล่านี้คือ “เลือดคั่ง” ที่ไม่สามารถไหลเวียนได้ดี จึงเลือกใช้การรักษาที่เน้นกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยป้องกันไม่ให้ก้อนเหล่านี้ขยายตัวจนกลายเป็นอุปสรรคใหม่ที่ทำให้การมีบุตรยาก ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพไข่และทำให้สภาพแวดล้อมในมดลูกพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อน

3.การบำรุงน้ำเชื้ออสุจิของฝ่ายชาย ทารกเกิดจากไข่ของฝ่ายหญิงและน้ำเชื้อของฝ่ายชาย ดังนั้นการได้ตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีจึงไม่เพียงแค่ต้องให้ความสำคัญกับไข่ของฝ่ายหญิง แต่ยังต้องดูแลน้ำเชื้อของฝ่ายชายด้วย ในปัจจุบันสามารถคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงจากจำนวนมากไปผสมกับไข่ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จ แต่หากฝ่ายชายมีอสุจิที่มีคุณภาพดีและจำนวนมาก ก็จะทำให้การเลือกอสุจิที่มีคุณภาพง่ายขึ้น ฝ่ายชายจึงควรเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนทำเด็กหลอดแก้ว โดยแพทย์แผนจีนมักแนะนำการปรับสมดุลร่างกายด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การทานยาสมุนไพรจีนและการฝังเข็ม เมื่อร่างกายสมดุล น้ำเชื้อก็จะมีคุณภาพดีขึ้น
4.การบำรุงผนังมดลูกให้พร้อมก่อนการย้ายตัวอ่อน มีคุณแม่บางท่านที่กระตุ้นไข่จนได้ตัวอ่อนมาแช่แข็งไว้ แต่ผนังมดลูกยังไม่หนาพอ แม้จะพยายามเตรียมผนังมดลูกหลายครั้งก็ยังคงบางอยู่ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุงได้ แพทย์แผนจีนสามารถช่วยได้โดยการบำรุงร่างกายจนสมดุล เติมเลือดลมให้ดีขึ้น ทำให้ผนังมดลูกหนาเพียงพอและพร้อมสำหรับการฝังตัวอ่อน

5.บำรุงตัวอ่อนและลดความเสี่ยงแท้งคุกคาม การไหลเวียนเลือดไม่สะดวกหรือเลือดหนืดในฝ่ายหญิงสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแท้งคุกคามได้ แพทย์แผนจีนมองว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดเลือดหนืด เช่น ภาวะเย็นเกินจนเลือดแข็งตัว หรือภาวะร้อนเกินจนเลือดข้น หรือภาวะลมปราณอ่อนเพลียจนเลือดไหลช้า หากรักษาสมดุลเหล่านี้ให้กลับมาเป็นปกติ เลือดจะไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ดี และลดความเสี่ยงของการแท้งคุกคามได้
6.ลดอาการบวมน้ำในท่อนำไข่ ท่อนำไข่ที่บวมน้ำเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และทำให้น้ำเชื้อของฝ่ายชายไม่สามารถเข้าถึงไข่ของฝ่ายหญิงได้ ส่งผลกระทบต่อการมีบุตรตามธรรมชาติ จึงทำให้หลายคู่ต้องหันมาทำเด็กหลอดแก้วแทน น้ำที่ขังในท่อนำไข่บ่งบอกว่ามีการอักเสบในมดลูก ซึ่งส่งผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนและอาจทำให้ตัวอ่อนไหลย้อนกลับสู่โพรงมดลูก ทำให้ลดโอกาสความสำเร็จในการทำเด็กหลอดแก้วได้ คุณหมออาจจะพิจารณาผ่าตัดท่อนำไข่ที่บวมน้ำออกก่อนการย้ายตัวอ่อน

แพทย์แผนจีนมีหลักการรักษาที่เรียกว่า “ลดร้อนขับพิษ ขับน้ำและความชื้น”(清热解毒,利水渗湿法) ซึ่งช่วยลดการอักเสบและอาการบวมน้ำที่ท่อนำไข่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อท่อนำไข่หายบวมแล้ว คนไข้ก็ไม่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการผ่าตัดท่อนำไข่ทิ้ง และยังเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้วได้อีกด้วย
การรักษาและปรับสมดุลร่างกายด้วยวิธีของแพทย์แผนจีน ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายในแบบองค์รวมและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นทางธรรมชาติหรือการทำเด็กหลอดแก้ว โดยการปรับสมดุลร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน
แม้ว่าการทำเด็กหลอดแก้วจะมีราคาถูกลง แต่ก็ยังคงถือว่ามีราคาแพง คู่สามีภรรยาจึงควรเตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด แพทย์แผนจีนเป็นทางเลือกที่สามารถช่วยสนับสนุนการทำเด็กหลอดแก้ว เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ และเสริมสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ตามที่หวังไว้ แพทย์จีนเชน กล่าว
