
ในยุคดิจิทัลที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้แทรกซึมเข้ามาในทุกๆ ด้านของชีวิตประจำวันของเราแล้ว โดยเฉพาะในโลกการทำงาน ซึ่ง AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานได้อย่างมากมาย เราใช้งาน AI กันมาแล้วแต่ไม่เคยรู้เลยว่ามันคือ AI ที่ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น
นอกจากความสามารถที่หลากหลายของ AI แล้ว ความอัจฉริยะที่มันมี ทำให้เกิดข่าวลือมากมายว่า AI อาจจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในการทำงาน แต่ในความเป็นจริง ถ้าเราใช้ AI อย่างถูกวิธี ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตกงาน เพราะเราสามารถใช้มันเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่จะช่วยให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันดีกว่าว่ามี AI ตัวไหนบ้างที่สามารถช่วยยกระดับการทำงานได้บ้าง
ChatGPT
ในช่วงเวลานี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักแชตบอตอัจฉริยะอย่าง ที่พัฒนาโดย OpenAI ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ ด้วยความสามารถที่ชาญฉลาดในการตอบคำถามอย่างหลากหลายและมีความรู้มากมาย (แต่อย่าถามคำถามที่กว้างเกินไป เพราะมันจะตอบอย่างกว้าง ๆ ซึ่งอาจไม่ได้ตรงกับที่ต้องการ) จนเกิดข่าวลือว่า ความสามารถของ อาจทำให้คนในหลากหลายอาชีพต้องตกงานได้ในอนาคต
ดังนั้น ทางรอดของคนทำงานที่ไม่อยากตกงานจากการมี คือ การเรียนรู้วิธีการใช้งานมันให้เป็นประโยชน์ เพราะเมื่อมันฉลาดขนาดนี้ เราก็ควรนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานของเรา AI ตัวนี้สามารถช่วยให้เราทำงานได้รวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานอย่างมาก อีกทั้งมันยังสามารถพูดคุยและแสดงอารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกับการสนทนากับคนจริง ๆ ถ้าใครติดปัญหางาน หรือไม่รู้จะทำยังไง ลองถาม ดู อาจจะได้ไอเดียใหม่ ๆ ที่ช่วยให้แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น
Grammarly
สำหรับคนที่ทำงานด้านการเขียนภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ คงคุ้นเคยกับตัวช่วยที่ชื่อ Grammarly ดี เพราะมันเป็น AI ที่ช่วยในการตรวจสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับความนิยมสูงมากในวงการงานเขียน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบไวยากรณ์ การสะกดคำ เครื่องหมายวรรคตอน หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับบริบทที่ต้องการ ให้ความเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การเขียนภาษาอังกฤษของเราดูมืออาชีพและสมบูรณ์แบบขึ้น
Grammarly จึงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ทำงานกับภาษาอังกฤษเป็นประจำ เพราะสามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่าง ๆ ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานได้ ไม่เพียงแค่นั้น เรายังสามารถติดตั้ง Grammarly บนเว็บเบราว์เซอร์เช่น Chrome หรือ Safari เพื่อให้มันตรวจสอบการพิมพ์ภาษาอังกฤษของเราแบบ Real-Time ทั้งแบบฟรี (ซึ่งจะมีฟังก์ชันบางอย่างที่จำกัด) และแบบเสียเงินที่ให้ฟังก์ชันเพิ่มเติม
Google Lens
ในอดีตหลายคนอาจเคยประสบปัญหาว่ามีรูปภาพที่อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ใครคือบุคคลในภาพ หรือเหตุการณ์ในภาพนั้นคืออะไร แต่ไม่รู้จะค้นหาข้อมูลจากที่ไหนและใช้คำค้นใดในการค้นหาดี ทว่าในปัจจุบันเราสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพได้สะดวกขึ้นมากแล้ว ด้วยการใช้ฟังก์ชัน Google Lens ซึ่งช่วยให้เราสามารถอัปโหลดรูปภาพเพื่อค้นหาข้อมูล หรือถ่ายรูปใหม่ด้วยกล้องของอุปกรณ์ก็ได้ ถ้ารูปภาพนั้นมีอยู่ในอินเทอร์เน็ต เราก็สามารถค้นหาข้อมูลได้ทันที
Google Lens เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการค้นหาข้อมูลจากรูปภาพที่รวบรวมผลการค้นหาจากทั่วโลกอินเทอร์เน็ต เมื่อเราถ่ายหรืออัปโหลดรูปภาพ ระบบจะทำการสแกนหาภาพที่เหมือนหรือคล้ายกัน และแสดงผลลัพธ์พร้อมกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากหลายแหล่ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำค้นหาหรือพิมพ์อะไรเพิ่ม และที่สำคัญคือสามารถใช้งานได้ฟรี ใครที่ใช้ Google Chrome ก็ลองใช้ Google Lens กันดูได้เลย
Midjourney
มาถึง AI ที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปะกันบ้าง ซึ่งหนึ่งในที่รู้จักกันดีคือ Midjourney ซึ่งเป็น AI ที่ช่วยสร้างผลงานศิลปะโดยที่เราไม่ต้องทำการวาดเอง หากคุณมีไอเดียที่อยากได้รูปภาพแต่ไม่สามารถแปลงไอเดียเหล่านั้นเป็นภาพได้ Midjourney จะเหมาะมากสำหรับกลุ่มกราฟิกดีไซเนอร์ที่ต้องการภาพสำหรับการออกแบบ หรือแม้แต่นักเขียนที่ไม่ถนัดการวาดภาพแต่ต้องการภาพมาช่วยเสริมเนื้อหาในการเขียน (ไม่ใช้ในเชิงพาณิชย์) รวมถึงผู้ทำงานทั่วไปที่ต้องการภาพประกอบในการนำเสนอผลงานด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ภาพที่สร้างโดย AI ไปใช้งาน ควรใส่คำอธิบายเพิ่มเติมว่าเป็นภาพที่ถูกสร้างจาก AI เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือประเด็นต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยการระบุว่าเป็นภาพที่ AI สร้างขึ้นและเราไม่ได้มีเจตนาใช้ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังควรย้ำว่าการนำภาพจาก AI ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดสิทธิ์ของศิลปินผู้สร้างงานจริง ๆ
Notion AI
Notion ในอดีตเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับจัดการข้อมูลอย่างหลากหลายหลายรูปแบบ ซึ่งองค์กรต่าง ๆ ใช้ Notion เพื่อช่วยในการทำงานร่วมกันในทีม ทั้งการแชร์ข้อมูล บันทึกการประชุม รับฟีดแบ็กจากลูกค้า จดบันทึก เรียบเรียงเอกสาร หรือสร้างรายการ To-do และอื่น ๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีระเบียบ แต่เมื่อ Notion เพิ่มฟีเจอร์ AI เข้ามา ฟังก์ชันการใช้งานก็ยิ่งมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น
Notion AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคนที่ทำงานด้านการเขียน โดยสามารถช่วยร่างเนื้อหาต่าง ๆ ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเชิงทางการ เช่น อีเมล บล็อก บทความ หรือจดหมายสมัครงาน หรือแม้แต่เนื้อหาสำหรับความบันเทิง เช่น การแต่งกลอน หรือการสร้างแคปชันคูล ๆ บนโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังสามารถช่วยสรุปเนื้อหา ปรับปรุงการเขียนและแก้ไขข้อความให้ดีขึ้น รวมไปถึงการตรวจการสะกดคำและไวยากรณ์ สำหรับผู้ที่ทำงานด้านคอนเทนต์, ค็อปปี้ไรเตอร์ หรือการตลาดและประชาสัมพันธ์ Notion AI จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผลงานได้มากขึ้น
