การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัลมีผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อโลกธุรกิจ หลายองค์กรที่เคยประสบความสำเร็จในอดีตอาจเผชิญกับความท้าทายในกระบวนการรักษาการเติบโตในยุคที่มีการดิสรัปสูงจากเทคโนโลยีที่พัฒนาเร็ว และความแตกต่างระหว่างวัยในองค์กร ซึ่งเป็นความท้าทายที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ผู้นำยุคใหม่จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันสถานการณ์และเทรนด์ใหม่ ๆ การบริหารธุรกิจของ "ผู้นำที่เหมาะสม" จึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้หลุดพ้นจากอุปสรรคและสามารถสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโพชฌงค์ (Inner – Self Development Institute) ที่ปรึกษาด้านการบริหารและกลยุทธ์ให้กับองค์กรชั้นนำและนักพูดที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย โดยเฉพาะในแง่ของการปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ ดร.วรภัทร์ได้แนะนำแนวทางสู่ความสำเร็จของ "ผู้นำที่เหมาะสม" ผ่านโครงการและหนังสือ "The Right Leader" ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรและธุรกิจ พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ โดยการผสมผสานการบริหารและการพัฒนาใจให้ทำงานร่วมกันโดยใช้หลัก "มรรคมีองค์ 8" นำไปสู่ "วิถี 8 สู่ผู้นำที่ไม่มีวันตกยุค" ซึ่งจะช่วยพัฒนาองค์ความรู้ในการเป็นผู้นำและส่งเสริมการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน ดังนี้
1. The Right Mindset กรอบความคิดที่ใช่ (สัมมาทิฏฐิ)
ผู้นำที่ดีต้องมี "กรอบความคิดที่เหมาะสม" หรือที่เรียกว่าเป็นการติดกระดุมเม็ดแรกที่ช่วยสร้างพื้นฐานสู่ความสำเร็จ กรอบความคิดนี้จะต้องสอดคล้องระหว่างผู้นำและผู้ตาม เช่น ความคิดเชิงพัฒนา (Growth Mindset) ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายร่วมกัน โดยมีความเชื่อและทัศนคติที่ตรงกันทั้งในตัวผู้นำและผู้ตาม
2. The Right Purpose เป้าหมายที่ใช่ (สัมมาสังกัปปะ)
ผู้นำที่เหมาะสมต้องมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าตัวเอง โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น "เป้าหมายที่ใช่" จะต้องสอดคล้องกับ “กรอบความคิดที่เหมาะสม” (The Right Mindset) ที่ผู้นำและผู้ตามมีร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายเดียวกัน
3. The Right Communication การสื่อสารที่ใช่ (สัมมาวาจา)
"การสื่อสารที่ถูกต้อง" เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร ผู้นำที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มต้นด้วยการสื่อสารกับตัวเองให้ชัดเจน ก่อนจะขยายไปสู่การสื่อสารกับผู้อื่น การสื่อสารนั้นต้องตรงประเด็น เข้าใจง่าย และมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย พร้อมทั้งสามารถส่งต่อข้อความให้กับพนักงานในทุกระดับ
4. The Right Action การกระทำที่ถูกต้อง (สัมมากัมมันตะ)
การกระทำของผู้นำมีผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานและองค์กร ทุกการกระทำที่ทำล้วนมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลสำเร็จ และสะท้อนถึงกรอบความคิดของผู้นำที่ควรเป็นแบบอย่างที่ดี "การกระทำที่ถูกต้อง" ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้คน สังคม และโลก (PSP: People – Social - Planet)
5. The Right Livelihood การเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง (สัมมาอาชีวะ)
"การเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง" คือ การทำงานอย่างมีความหมายที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาตนเอง โดยผู้นำควรทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และไม่เห็นแก่ตัว ถึงแม้ว่าการทำธุรกิจจะมุ่งผลกำไร แต่ต้องให้ความสำคัญกับพนักงานและคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน (Profit - People – Sustainability)
6. The Right Deliberate Practice ความเพียรที่ถูกต้อง (สัมมาวายามะ)
การทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำสิ่งที่ถูกต้อง คือ "ความเพียรที่ถูกต้อง" ผู้นำที่มีความเพียรจะต้องจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ อย่างชัดเจน รวมถึงการพัฒนาตนเอง สร้างกุศล และขจัดกิเลสออกจากใจ ผู้นำที่มีความเพียรที่ถูกต้องจะสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้
7. The Right Mindfulness การระลึกรู้ที่ถูกต้อง (สัมมาสติ)
การมีสติเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นผู้นำ ผู้นำทั่วโลกต่างยอมรับในคุณค่าของการฝึกสติ ประเทศไทยเป็นต้นแบบของการฝึกสติ ผู้นำควรฝึกสติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถตรวจสอบ "กาย ใจ และความคิด" ของตนเองได้ เมื่อสติครบถ้วน ปัญญาก็จะเกิดขึ้น "การระลึกรู้ที่ถูกต้อง" ช่วยให้มองเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน (Seeing The Unseen) ซึ่งสอดคล้องกับหลักการบริหารที่ว่า "วางแผน ทำ ตรวจสอบ แก้ไข" (Plan Do Check Action) ผู้นำที่มีสติสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน
8. The Right Concentration ใจตั้งมั่นที่ถูกต้อง (สัมมาสมาธิ)
การตัดสินใจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่า ผู้นำจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เมื่อผู้นำใจไม่สงบ มักจะตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กร ดังนั้น "ใจตั้งมั่นที่ใช่" จึงมีความสำคัญในการฝึกจิตให้สงบ เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และทำให้การพัฒนาองค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“การนำมรรคมีองค์ 8 มาประยุกต์ใช้จะช่วยสร้างสมดุลในจิตใจของผู้นำ ปลดล็อกอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและถูกต้อง นำไปสู่การปฏิบัติที่ดีต่อสังคมและโลกภายนอก ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการขององค์กรดีขึ้น พนักงานมีความสุข และนำไปสู่ความยั่งยืน” ดร.วรภัทร์กล่าวสรุป
ผู้นำมีบทบาทสำคัญในการนำองค์กรสู่ความสำเร็จ แม้โลกธุรกิจจะเต็มไปด้วยความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และพัฒนาทักษะการนำที่เหมาะสมสำหรับทั้งผู้บริหารและพนักงาน จะช่วยให้องค์กรสามารถเอาชนะอุปสรรคและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้ทันเวลา ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนในโลกธุรกิจยุคใหม่
