มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจากสวิตเซอร์แลนด์ แนะนำเรือนเวลาใหม่ในคอลเลกชั่น Ocean Star 600C Green สำหรับผู้ที่หลงใหลในกิจกรรมดำน้ำ มาพร้อมกรอบสีเขียวเข้มและฟังก์ชันที่พร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ ตั้งแต่การทดสอบความแม่นยำจนถึงคุณสมบัติระดับโครโนมิเตอร์ ให้ความมั่นใจในทุกการผจญภัย

มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติยาวนานเกินกว่า 100 ปี ก่อตั้งโดย จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) ที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี 1918 โดยมีปรัชญาการสร้างสรรค์ที่มุ่งมั่นทำให้แบรนด์นี้ยืนยาวด้วยการออกแบบที่ร่วมสมัยและวัสดุคุณภาพสูงที่ทั้งหรูหราและทนทาน
เรือนเวลาในคอลเลกชั่น Ocean Star 600C Green ใหม่ มาพร้อมกับสีเขียวเข้มและขนาดหน้าปัด 4 มิลลิเมตร ตัวเรือนออกแบบให้มีความคมชัด โดยมีเข็มและมาร์กเกอร์เคลือบด้วย Super-LumiNova® Grade X ช่วยให้การอ่านเวลาในที่มืดหรือขณะดำน้ำลึกสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันบอกวันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และการสลักคำว่า ‘Chronometer’ บนหน้าปัดเพื่อยืนยันความแม่นยำสูงเกินมาตรฐาน

คุณสมบัติพิเศษของนาฬิกา Ocean Star 600C Green รวมถึงกระจกแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนและทนทานต่อแรงกระแทก พร้อมการเคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน นอกจากนี้ยังมีฮีเลียม วาล์ว ที่ช่วยระบายก๊าซฮีเลียมในระหว่างการดำน้ำลึก ป้องกันไม่ให้ตัวเรือนเสียหายจากการขยายตัวของก๊าซฮีเลียม และสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง ด้วยกลไกคาลิเบอร์ 80 COSC Si ที่ได้รับการรับรองความแม่นยำจากสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงแห่งสวิตเซอร์แลนด์
นาฬิกาข้อมือของมิโด (MIDO) ที่ผ่านการทดสอบโดย COSC มาพร้อมกับการรับประกันที่เพิ่มจาก 3 ปีเป็น 5 ปี รวมถึงบาลานซ์สปริงซิลิคอนที่ช่วยป้องกันสนามแม่เหล็กและแรงกระแทกได้ดี ฝาหลังของตัวเรือนยังถูกสลักลวดลายรูปปลาดาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคอลเลกชั่น Ocean Star และยังสามารถเลือกสายนาฬิกาได้หลากหลาย ทั้งสายนาฬิกายางสีเขียวเข้มที่เข้ากับตัวเรือนและสายนาฬิกาสแตนเลสสตีลที่ปรับขนาดได้ตามความสะดวก เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในน้ำและบนบก โดยสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 600 เมตร หรือ 60 บาร์

มิโด (MIDO) แนะนำเทคนิคในการเลือกนาฬิกาสำหรับการดำน้ำ โดยเริ่มจากการเลือกนาฬิกาที่มีคุณสมบัติในการกันน้ำลึก ซึ่งควรเลือกจากรุ่นที่มีการระบุความลึกในการกันน้ำอย่างชัดเจน ต่อมาคือการเลือกสายนาฬิกา ซึ่งสายนาฬิกาที่ดีสำหรับกิจกรรมดำน้ำควรมีความแข็งแรงและทนทาน รวมทั้งควรปรับขนาดให้เหมาะสมกับข้อมือโดยไม่ต้องถอดออก ซึ่งสะดวกในการใช้งานใต้น้ำ และไม่ลืมที่จะเลือกกรอบเบเซิล (Bezel) ที่สามารถจับเวลาขณะดำน้ำได้
ในการเลือกนาฬิกาดำน้ำ ควรเลือกกรอบเบเซิลที่หมุนง่ายและหมุนในทิศทางเดียวเพื่อความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงหน้าปัดที่ใช้สารเรืองแสงอย่างซูเปอร์ ลูมิโนวา เกรดเอ็กซ์ (Super-LumiNova® Grade X) เพื่อให้อ่านเวลาได้ชัดเจนในที่มืดหรือใต้น้ำ อีกทั้งควรเลือกนาฬิกาที่มีฟังก์ชันพิเศษอย่างฮีเลียม วาล์ว (Helium Valve) เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเรือนนาฬิกาเสียหายจากการขยายตัวของก๊าซฮีเลียมขณะดำน้ำลึก นอกจากนี้การออกแบบก็สำคัญ ควรเลือกดีไซน์ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ดีไซน์สปอร์ตที่มอบลุคเท่ๆ และสามารถจับคู่กับเสื้อผ้าได้ง่าย

